หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ

 

พรุคันธุลี


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เนื้อที่ : 395 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 512000N 1072000E
พิกัดมุมล่างขวาที่ 514000N 1069000E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 395 ไร่ มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำ พื้นที่โดยรอบเป็นสวนผลไม้ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา

ประเภท/ที่ดิน
- ประเภทพรุในที่แอ่ง
- ที่สาธารณะ

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะพรุที่สมบูรณ์
- อบต.คันธุลี

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           บริเวณที่เป็นพื้นที่ป่าไม้ที่เหลือมีสภาพเป็นป่าพรุที่ค่อนข้างสมบูรณ์ พื้นป่ามีอินทรียวัตถุ เศษไม้ ใบไม้สะสม เป็นจำนวนมาก พรรณไม้ที่พบในป่าพรุคันธุลี จังหวัดสุราษฏร์ธานีจึงปรับตัวเข้ากับสภาพพรุ เช่น มีรากค้ำจุน และรากหายใจ  หากป้องกันการบุกรุกป่าที่เหลือได้ ป่าพรุนี้จะเป็นป่าพรุที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่ง พรรณไม้ยืนต้นเด่นที่พบ เช่น ตารา Polyalthia glauca (Hassk.) Boerl. ตะเคียนทอง Hopea odorata Roxb. สะท้อนรอก Elaeocaepus robustus Roxb. มะฮัง Macaranga griffithiana Müll. Arg. ชะมวงกวาง Ploiarium alternifolium (Vahl) Melchior เสม็ด Melaleuca cajuputi Powell เมา Syzygium grande (Wight) Walp. var. grande และไอ้แกรก Gynotroches axillaries Blume เป็นต้น ส่วนพื้นป่าพบ ลำเท็ง Stenochlaena palustris (Burm. f.) Bedd. เถาอรคนธ์ Tetracera indica (Christm. & Panz.) Merr. เขนงนายพราน Nepenthes mirabilis (Lour.) Druce ว่านนางตัด Labisia pumila (Blume) Fern.-Vill. & Náves วาน้ำ Cryptocoryne cordata Griff. กง Hanguana malayana (Jack.) Merr. เอื้องขวดถิ่นใต้ Plocoglottis lowii Rchb.f. และระกำ Salacca wallichiana  C.Mart. ซึ่งหลายชนิดเป็นพรรณไม้หายาก

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           ข้อมูลปฐมภูมิที่ได้จากการสำรวจภาคสนามในวันที่ 16-17 ตุลาคม 2551 พบว่า มีสัตว์ป่าที่พบเห็นตัวโดยตรง 36 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 4 ชนิด นก 23 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 4 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด ดังรายละเอียดดังนี้

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
           จากการดักกรงเพื่อสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวน 20 กรง ติดต่อกัน 1 คืน สามารถดักจับ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิด คือ หนูป่ามาเลย์ (Rattus tiomanicus) ตัวผู้เต็มวัย 4 ตัว ตัวเมียเต็มวัย 1 ตัว หนูฟานเหลือง (Maxomys surifer) ตัวผู้เต็มวัย 1 ตัว และหนูพุกใหญ่ (Bandicota indica) ตัวเมียเต็มวัย 2 ตัว และได้สังเกตเห็นตัวโดยตรง 1 ชนิด คือ กระเล็นขนปลายหูสั้น (Tamiops mcclellandii)

นก
            จากการสำรวจพบว่ามีนกไม่น้อยกว่า 23 ชนิด เป็นนกอพยพ 5 ชนิด ได้แก่ นกนางแอ่นบ้าน (Hirundo rustica) นกกระจิ๊ดขาสีเนื้อ (Phylloscopus tenellipes) นกแซงแซวหางปลา (Dicrurus macrocercus) นกกระเต็นหัวดำ (Halcyon pileata) และนกกิ้งโครงแกลบปีกขาว (Sturnus sinensis) ส่วนนกประจำถิ่นอื่นๆ อีก 18 ชนิด ซึ่งทุกชนิดเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป ได้แก่ นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกกระปูดเล็ก (Centropus bengalensis) นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกจาบคาคอสีฟ้า (Merops viridis) นกโพระดกสวน (Megalaima lineata) นกปรอดทอง (Pycnonotus atriceps) นกปรอดหน้านวล (Pycnonotus goiavier) นกปรอดคอลาย (Pycnonotus finlaysoni) อีกา (Corvus macrorhynchos) นกกินแมลงป่าฝน (Malacocincla abbotti) นกกินแมลงอกเหลือง (Macronous gularis) นกจับแมลงจุกดำ (Hypothymis azurea) นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกเอี้ยงหงอน (Acridotheres grandis) นกกินปลีคอสีน้ำตาล (Anthreptes malacensis) นกกินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis)

สัตว์เลื้อยคลาน
          ในการสำรวจภาคสนาม พบสัตว์เลื้อยคลานโดยตรง 4 ชนิด ได้แก่ จิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus) จิ้งเหลนหลากลาย (Mabuya macularia) เหี้ย (Varanus salvator) และงูเหลือม (Python reticalatus)

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
           
สำรวจพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด คือ กบว๊ากใหญ่ (Hylarana glandulosa) เขียดจิก (Hylarana erythraea) เขียดตะปาด (Polypedates leucomystax) อึ่งน้ำเต้า (Microhyla fissipes) และอึ่งข้างดำ (Microhyra heymonsi)

ทรัพยากรปลา
           ทรัพยากรปลาที่พบในบริเวณพรุคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฏร์ธานี วันที่ 17 ตุลาคม 2551 พบความหลากชนิดของปลาจำนวน 13 ครอบครัว (families) 24 ชนิด (species) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุด ในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 9 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 37.5 รองลง Belontiidae และ Clariidae จำนวนครอบครัวละ 2 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 8.33 และอีก 10 ครอบครัว พบเพียงครอบครัว 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็น ร้อยละ 4.17 ตามลำดับ

           ทรัพยากรปลาที่พบยังเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 7 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) และปลาสลาด (Notopterus notopterus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 12 ชนิด ได้แก่ ปลาแป้นแก้ว (Parambassis siamensis) ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) ปลาซิวหนวด (Esomus metallicus) ซิวหางกรรไกร (Rasbora trilineata) หลดท้องลาย (Macrognathus circumcinctus) ปลากะสูขขีด (Hampala macrolepidota) ปลาซิวแถบเหลือง (Rasbora pauciperforata) และปลาซิวใบไผ่เล็ก (Danio kerri) เป็นต้น

           สถานภาพของปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุคันธุลี เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพโดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 ไม่พบชนิดปลาที่กำหนดไว้โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) แต่เมื่อพิจารณาตามภาวะการณ์ ถูกคุกคามในประเทศไทยตามสถานภาพ เพื่อการอนุรักษ์ของสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบว่ามีปลาซึ่งอยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable, VU) จำนวน 3 ชนิด คือ ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) ปลาดุกลำพัน (Clarias nieuhofii) และปลาซิวแถบเหลือง (Rasbora pauciperforata)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
           1) การเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า พื้นที่พรุมีลักษณะเป็นแอ่งรับน้ำจากพื้นที่โดยรอบ และน้ำซับซึ่งเป็นต้นน้ำคลองคันธุลี
           2) การดักตะกอนและแร่ธาตุ ตะกอนและแร่ธาตุที่มากับน้ำระบายลงสู่พื้นที่พรุ การทำงานของกระบวนการทางกายภาพและชีวภาพจับตะกอน และแร่ธาตุ ก่อนปลดปล่อยน้ำลงสู่คลองคันธุลี
           3) แหล่งทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เป็นป่าพรุที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ประกอบด้วยไม้เสม็ดขาวหนาแน่น ไม้ป่าพรุขนาดใหญ่ เป็นแหล่งทรัพยากรสัตว์ป่า และประมง พบพรรณไม้ทั้งสิ้น 108 ชนิด จาก 91 สกุล 47 วงศ์ พบสัตว์ 116 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 18 ชนิด นก 60 ชนิดสัตว์เลื้อยคลาน 30 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 8 ชนิด  พบปลา 13 ครอบครัว 24 ชนิด  ทรัพยากรปลาที่พบยังเป็นปลาที่มีความสำคัญ ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 7 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) และปลาสลาด (Notopterus notopterus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 12 ชนิด
           4) แหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืช/สัตว์ ด้านป่าไม้พบพืชหายาก 5  ชนิด พบสัตว์ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง 1 ชนิด สถานภาพใกล้สูญพันธุ์ 2 ชนิด สถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 7 ชนิด พบปลาซึ่งอยู่ในสถานภาพ มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable, VU) จำนวน 3 ชนิด คือ ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) ปลาดุกลำพัน (Clarias nieuhofii) และปลาซิวแถบเหลือง (Rasbora pauciperforata)
           5) ด้านนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหาร เป็นพื้นที่พรุที่คงความสมบูรณ์ โดยเฉพาะบริเวณตอนใต้ของพื้นที่พรุ มีพันธุ์ไม้ป่าพรุหลากชนิดและมีการทับถมของซากพืชหนาแน่น ส่วนบริเวณตอนเหนือของพื้นที่พรุ เป็นป่าเสม็ดขาวหนาแน่น และบริเวณรอบพื้นที่พรุส่วนใหญ่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นพื้นที่เกษตรกรรม สภาพทางนิเวศวิทยาแหล่งน้ำในพื้นที่พรุที่มีเสม็ดขาวเป็นแอ่งน้ำขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปีและมีน้ำท่วมหลากในฤดูฝน ส่วนบริเวณตอนใต้ของพื้นที่พรุที่เป็นป่าไม้หนาแน่นนั้นมีลำน้ำขนาดเล็กและแอ่งน้ำขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วบริเวณ มีน้ำซับมาหล่อเลี้ยงแหล่งน้ำตลอดปี รวมทั้งมีสระน้ำรอบพื้นที่พรุเป็นแหล่งอาศัยของทรัพยากรปลาเป็นอย่างดี ในฤดูแล้งและอพยพเข้ามา ในพื้นที่เพื่อหาอาหารและเพาะพันธุ์ในฤดูน้ำหลาก โดยเฉพาะปลาดุกลำพัน (Clarias nieuhofii) และปลาซิวแถบเหลือง (Rasbora pauciperforata) อาศัยในแหล่งนี้เป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนี้บริเวณลำน้ำเล็กและคลองคันธุลีซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของทรัพยากรปลาหลากชนิด
           6) การดักสารมลพิษ เป็นพื้นที่รับน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีจากพื้นที่การเกษตร

การใช้ประโยชน์
           1) ด้านนันทนาการเป็นพื้นที่ อบต.คันธุลีจัดให้มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
           2) ด้านประมงเป็นแหล่งอาหารของชุมชนจากปลาน้ำจืด
           3) ด้านป่าไม้ เป็นพื้นที่ชุมชนใช้ประโยชน์ในระดับครัวเรือนจากไม้เสม็ดและไม้ป่าพรุ
           4) หาของป่า เป็นพื้นที่ชุมชนใช้ประโยชน์หาของป่าประเภทพืชผักตามธรรมชาติตลอดทั้งปี
           5) ด้านน้ำ เป็นแหล่งน้ำการเกษตรของชุมชน เนื่องจากเป็นที่กักเก็บน้ำ นอกจากรับน้ำท่าแล้ว พรุคันธุลียังมีน้ำซับตลอดปี    

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่พรุ
           1) การสูญเสียที่ดิน/พื้นที่พรุ เกิดจากเจ้าของที่ดินที่อยู่รอบพื้นที่พรุครอบครองที่ดินทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าพรุ และยังมีบุคคลภายนอกเข้ามาตัดไม้และบุกรุกที่ดินโดยตรง
           2)  การใช้ทรัพยากรไม่ถูกวิธี  จากปัญหาการใช้ไม้ ทำประมง และการใช้น้ำซึ่งยังไม่มีการวางระบบ การจัดการใช้สอยร่วมกัน ให้เกิดความยั่งยืน
           3)  การจัดการน้ำไม่เหมาะสม การดึงน้ำจากพื้นที่พรุไปใช้โดยตรง การขุดบ่อน้ำรอบพื้นที่พรุ และผลกระทบต่อพื้นที่ต้นน้ำของพรุ จะทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบน้ำของพรุในระยะยาว
           4)  ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ พบต้นไม้ป่าพรุหักโค่น เนื่องจากพื้นที่พรุขาดที่กำบังลมจากปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าโดยรอบพื้นที่พรุ

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพรุ
           1) การพัฒนาเกษตรกรรม พื้นที่โดยรอบพรุคันธุลีเป็นที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการขยายตัว ของการปลูกปาล์มน้ำมันสูง รวมทั้งไม้ผลที่ต้องการใช้น้ำสูง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อระบบน้ำของพื้นที่พรุในระยะยาว
           2) การใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมที่มีความเข้มข้นสูงโดยรอบพื้นที่พรุ กระทบต่อสภาพแวดล้อมของพื้นที่พรุ
           3) การใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกันของพื้นที่พรุและพื้นที่โดยรอบ แต่ยังมิได้มีการจัดการ ที่เหมาะสมเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่พรุ

การมีส่วนร่วมของชุมชน
            - ประชากรในหมู่บ้านส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาสามารถอ่านออกเขียนได้ ประชากร ในหมู่บ้านไม่ได้รับการอบรมด้านอาชีพ ด้านการศึกษา และด้านสุขภาพอนามัย
           - การมีส่วนร่วมของชุมชน ครัวเรือนร้อยละ 62 มีการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของชุมชน และร้อยละ 83 มีการรวมกลุ่มโดยเป็นสมาชิกกลุ่ม สหกรณ์ กองทุน

รายละเอียดเพิ่มเติม >>