หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

พรุเขาหัวควาย


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ราบลุ่มแอ่งน้ำ 
เนื้อที่ 239 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 527000N 1000000E
พิกัดมุมล่างขวาที่ 529000N 997000E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 239 ไร่ พื้นที่พรุถูกคุกคาม เหลือป่าเสม็ดเป็นหย่อมๆ

ประเภท/ที่ดิน
- ประเภทพรุในที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ
- ที่สาธารณะ

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะพรุที่สมบูรณ์
- อบต.ท่าสะท้อน

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           ป่าพรุเขาหัวควายถูกบุกรุกและเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน พรรณไม้ที่พบในป่าพรุเขาหัวควาย ที่เหลืออยู่จึงมีเสม็ดเป็นไม้เด่น และมีไม้เบิกนำชนิดต่างๆ ขึ้นกระจายห่างๆ เช่น กระดุมผี Glochidion rubrum Blume มะหัว Macaranga griffithiana  Müll.Arg. อะราง Peltophorum dasyrrachis ( Miq.) Kurz ex Baker และพังแหรใหญ่ Trema orientalis (L.) Blume ส่วนในพื้นล่างและริมน้ำมีชนิดใกล้เคียงกับพรรณไม้ในป่าพรุสวยศรีและป่าพรุกงคลองน้ำดำ

ทรัพยากรสัตว์ป่า
          จากการสำรวจภาคสนามในวันที่ 15-16 ตุลาคม 2551 พบว่า มีสัตว์ป่าที่พบเห็นตัวโดยตรง 36 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิด นก 24 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 5 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด ดังรายละเอียดดังนี้

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
          จากการดักกรงเพื่อสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวน 21 กรง สามารถดักจับ หนูนาใหญ่ (Rattus argentiventer) ได้จำนวน 1 ตัว เป็นหนูโตเต็มวัยตัวผู้และหนูพุกใหญ่ (Bandicota indica) 2 ตัว เป็นหนูตัวเมียเต็มวัย 1 ตัว และตัวเมียวัยอ่อน 1 ตัว

นก
           จากการสำรวจพบว่ามีนกไม่น้อยกว่า 24 ชนิด เป็นนกอพยพ 6 ชนิด ได้แก่ นกยางเปีย (Egretta garzetta) นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกจาบคาเล็ก (Merops orientalis) นกนางแอ่นบ้าน (Hirundo rustica) นกเด้าดินทุ่ง (Anthus richardi) และนกอีเสือสีน้ำตาล (Lanius cristatus) ส่วนนกประจำถิ่นอื่นๆ อีก 18 ชนิด ซึ่งทุกชนิดเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป ได้แก่ นกกาน้ำเล็ก (Phalacrocorax niger) นกกระสาแดง (Ardea purpurea) นกยางควาย (Bubulcus ibis) นกกระแตแต้แว้ด (Vanellus indicus) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกกาเหว่า (Endynamys scolopacea) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกกระปูดเล็ก (Centropus bengalensis) นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกโพระดกสวน (Megalaima lineata) นกตีทอง (Megalaima haemacephala) นกขมิ้นน้อยสวน (Aegithina tiphia) นกปรอดสวน (Pycnonotus blanfordi) นกกินแมลงอกเหลือง (Macronous gularis) นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง (Prinia flaviventris) นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกกินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis) และนกสีชมพูสวน (Dicaeum cruentatum)

สัตว์เลื้อยคลาน
           ในการสำรวจภาคสนาม พบสัตว์เลื้อยคลานโดยตรง 5 ชนิด ได้แก่ จิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus) จิ้งจกหางเรียบ (Hemidactylus garnotii) จิ้งจกหางแบน (Cosymbotus craspedotus) กิ้งก่าหัวแดง (Calotes versicolor) จิ้งเหลนบ้าน (Mabuya multifasciata)

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
           
สำรวจพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด คือ เขียดจะนา (Occidozyga lima) เขียดจิก (Hylarana erythraea) เขียดตะปาด (Polypedates leucomystax) อึ่งน้ำเต้า (Microhyla fissipes) และอึ่งข้างดำ (Microhyra heymonsi)

ทรัพยากรปลา
           ทรัพยากรปลาที่พบในบริเวณพรุเขาหัวควาย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฏร์ธานี วันที่ 17 ตุลาคม 2551 พบความหลากชนิดของปลาจำนวน 15 ครอบครัว (families) 34 ชนิด (species) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 12 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 35.29 รองลงมา ครอบครัว Belontiidae จำนวน 5 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 14.71 ครอบครัว Channidae จำนวน 3 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 8.82 ครอบครัว Mastacembelidae และ Nandidae จำนวนครอบครัวละ 2 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 5.88 และอีก 10 ครอบครัวพบเพียงครอบครัว 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 2.94 ตามลำดับ

           ทรัพยากรปลาที่พบยังเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 11 ชนิด ได้แก่ ปลาสลิด (Trichogaster pectoralis) ปลาช่อน (Channa striata) ปลาชะโด (Channa micropeltes) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาตะเพียนขาว (Barbonymus gonionotus) ปลากะแห (Barbonymus schwanenfeldi) ปลากดเหลือง (Mystus nemurus) ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) ปลาบู่ทราย (Oxyeleotris marmoratus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) และปลาสลาด (Notopterus notopterus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 20 ชนิด ได้แก่ ปลาแป้นแก้ว (Parambassis siamensis) ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) ปลากริมสี (Trichopsis pumillus) ปลากัดภาคใต้ (Betta imbellis) ปลากะแห (Barbonymus schwanenfeldi) ปลาซิวหนวด (Esomus metallicus) ซิวหางกรรไกร (Rasbora trilineata) ปลาตะเพียนทราย (Puntius brevis) ปลาแก้มช้ำ (Systomus orphoides) หลดท้องลาย (Macrognathus circumcinctus) ปลาเสือข้างลาย (Systomus partipentaxona) และปลาเสือดำ (Nandus nebulosus) เป็นต้น

          สถานภาพของปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุเขาหัวควาย เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพ โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 ไม่พบชนิดปลาที่กำหนดไว้โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) แต่เมื่อพิจารณาตามภาวะการณ์ถูกคุกคามในประเทศไทยตามสถานภาพเพื่อการอนุรักษ์ ของสํานักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบว่าปลาจำนวน 2 ชนิด ซึ่งอยู่ในสถานภาพ มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable,VU) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) และสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลากัดภาคใต้ (Betta imbellis)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
           1) การเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า พื้นที่พรุเป็นที่ราบลุ่มตั้งอยู่ริมแม่น้ำตาปี เป็นพื้นที่ช่วยควบคุมน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำตาปี โดยรับน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำและชะลอน้ำฝนที่มาจากพื้นที่ลุ่มน้ำตาปี
           2) การดักตะกอนและแร่ธาตุ ตะกอนและแร่ธาตุจากธรรมชาติและพื้นที่เกษตรระบายลงสู่พื้นที่พรุ พื้นที่พรุมีกระบวนการทางกายภาพและชีวภาพดักจับตะกอนและแร่ธาตุ ก่อนปลดปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำตาปี
           3) แหล่งทรัพยากร ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เป็นพื้นที่พบพรรณไม้ป่าพรุทั้งสิ้น 150  ชนิด  จาก 128 สกุล 67 วงศ์ ด้านสัตว์ป่า พบสัตว์ 38 ชนิด จำแนกเป็น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิด นก 24 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 7 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก  5 ชนิด ส่วนสัตว์น้ำพบปลา 15 ครอบครัว 34 ชนิด สำหรับทรัพยากรปลาที่พบ ยังเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 11 ชนิด ได้แก่ ปลาสลิด (Trichogaster pectoralis) ปลาช่อน (Channa striata) ปลาชะโด (Channa micropeltes) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาตะเพียนขาว (Barbonymus gonionotus) ปลากะแห (Barbonymus schwanenfeldi) ปลากดเหลือง (Mystus nemurus) ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) ปลาบู่ทราย (Oxyeleotris marmoratus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) และปลาสลาด (Notopterus notopterus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 20 ชนิด
           4) แหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืช/สัตว์ พบพืชหายาก  2  ชนิด  และพบปลาซึ่งอยู่ในสถานภาพ
มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable,VU) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) และ สถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) จำนวน 1 ชนิด คือ
ปลากัดภาคใต้ (Betta imbellis)
           5) ด้านนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหาร สภาพทางนิเวศวิทยาแหล่งน้ำส่วนใหญ่เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ และมีร่องน้ำลึกรอบพื้นที่ ประกอบกับมีลำน้ำขนาดเล็กไหลผ่านและมีพรรณไม้น้ำหลากชนิด ในฤดูน้ำหลากท่วมเป็นบริเวณกว้าง และมีการอพยพของปลาจากลำน้ำใกล้เคียงเข้ามาหาอาหารและเพาะพันธุ์ ทำให้มีความหลากชนิดของทรัพยากรปลามาก และเป็นแหล่งทำการประมงเป็นอย่างดี
           6) การดักสารมลพิษ เป็นพื้นที่รับน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีจากพื้นที่การเกษตร

การใช้ประโยชน์
           1) ด้านประมง บริเวณพื้นที่พรุเป็นแหล่งทำประมงเพื่อการยังชีพของชุมชน
           2) หาของป่า เป็นพื้นที่ชุมชนใช้ประโยชน์หาของป่าตลอดทั้งปี
           3) หาของป่า เป็นพื้นที่ชุมชนได้ประโยชน์จากพืชผักที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลใช้บริโภคในครัวเรือน
           4) น้ำ พื้นที่การเกษตรรอบพื้นที่พรุใช้น้ำจากพรุทางการเกษตร
           5) การใช้ประโยชน์อื่นๆ จากการสำรวจพบชุมชนใช้พื้นที่พรุปลูกปาล์มน้ำมันในโครงการ SML

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่พรุ
           1) การสูญเสียที่ดิน/พื้นที่พรุ เกิดจากชุมชนใช้ที่ดินพรุลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันตามโครงการ SML
           2) การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่ พบการปรับพื้น ขุดร่องน้ำ และคูน้ำรอบพื้นที่พรุ
           3) การใช้ทรัพยากรไม่ถูกวิธี  พบการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่พรุ และการตัดไม้โดยที่ไม่มีระบบการจัดการ ร่วมกันของชุมชน
           4) การใช้ประโยชน์ที่ดิน/กิจกรรมที่ขัดแย้ง พบการนำสัตว์เลี้ยงในพื้นที่พรุกระทบต่อหน้าดิน และการสะสมของดินอินทรีย์

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพรุ
           1) โครงการพัฒนา การยินยอมให้ชุมชนใช้พื้นที่พรุลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันตามโครงการ SML
           2) การพัฒนาเกษตรกรรม การขยายตัวของพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันโดยรอบพื้นที่พรุ กระทบต่อสภาพแวดล้อมและระบบน้ำในพรุ
           3) การใช้ที่ดิน การขยายตัวของพื้นที่การเกษตรโดยรอบพื้นที่พรุกระทบต่อสภาพแวดล้อมของพรุ

การมีส่วนร่วมของชุมชน
           การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พื้นที่พรุของชาวบ้านมีน้อย ปัจจุบันให้ความร่วมมือโดยไม่เข้าไป
บุกรุกในพื้นที่

รายละเอียดเพิ่มเติม >>