หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย

 

พรุควนขี้เสียน


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง
เนื้อที่ 10,541 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 615000N 884000E
พิกัดมุมล่างขวาที่ 633000N 860000E  

แผนที่
 
 

ข้อมูล Ramsar Information Sheet
ข้อมูล Ramsar Map

 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 10,541 ไร่ ลักษณะเป็นที่ลุ่ม พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยสังคมพืชประเภทหญ้าและป่าเสม็ด

ประเภท/ที่ดิน
- ประเภทพรุในที่ลุ่ม ริมทะเลสาบ
- พื้นที่อนุรักษ์  เขตห้ามล่าสัตว์ป่า

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะพรุที่สมบูรณ์
- เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           การศึกษาด้านป่าไม้ในพื้นที่พรุควนขี้เสียนเป็นการศึกษาในภาพรวมของพื้นที่พรุรอบทะเลน้อย ป่าพรุนี้อยู่ใน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย มีกฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลาย แต่ยังมีพื้นที่บางส่วนถูกบุกรุก เปลี่ยนสภาพป่าเป็นพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะนำไปปลูกปาล์มน้ำมัน พรรณไม้หลักที่ปกคลุมพื้นที่ยังคงเป็นเสม็ดเช่นเดียว กับป่าพรุผืนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง นอกจากนั้นยังพบ ทุ้งฟ้า (Alstonia macrophylla) เที๊ยะ (A. spathulata) แคน้ำ (Dolichandrone  spathacea) สมอทะเล (Shirakiopsis  indica) และกระท่อมขี้หมู (Mitragyna  javanica) ขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป ส่วนในน้ำพบพืชน้ำหลายชนิด เช่น กง (Hanguana  malayana) ผักกะเฉด (Neptunia oleracea) เตยน้ำ (Pandanus  immersus)จูดหนู (Eleocharis  ochrostachys) กระจูด (Lepironia  articulate) แต่ละชนิดมักขึ้นเป็นกลุ่มขนาดใหญ่

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           จากการสำรวจภาคสนามในวันที่ 13-15 กันยายน 2551 เป็นการสำรวจเพื่อยืนยันชนิดตามที่ สำนักงานนโยบายและ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ไม่ระบุปีที่พิมพ์) ได้มีรายงานไว้ โดยศึกษาครอบคลุมพื้นที่ป่าพรุรอบๆ ทะเลน้อย ได้แก่ พรุควนขี้เสียน พรุควนเคร็ง และพรุบ้านนาลุ่ม-กุมแป พบว่า มีสัตว์ป่าที่พบเห็นตัวโดยตรง 70 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 4 ชนิด นก 47 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 13 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 6 ชนิด ดังรายละเอียดดังนี้

สัตว์ลี้ยงลูกด้วยนม
            จากการสำรวจภาคสนาม พบชนิดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พบเหมือนกับรายงานของ สผ. ได้แก่ ลิงแสม (Macaca  fascicularis) และกระรอกข้างลายท้องแดง (Callosciurus notatus) ส่วนการสำรวจโดยใช้กรงดักหนู จำนวน 25 กรง พบว่า สามารถดัก จับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิด คือ กระรอกข้างลายท้องแดง (Callosciurus notatus) ตัวผู้เต็มวัย 7 ตัว ตัวเมียเต็มวัย 5 ตัว และตัวผู้วัยอ่อน 1 ตัว และหนูป่ามาเลย์ (Rattus tiomanicus) ตัวผู้เต็มวัย 4 ตัว ตัวเมียเต็มวัย 3 ตัว และตัวผู้วัยอ่อน 1 ตัว ส่วนการใช้ตาข่ายดักจับตรวจสอบชนิดค้างคาว พบว่า ดักจับค้างคาวปีกพับเล็ก (Miniopterus pusillus) ตัวเมียเต็มวัย ได้ 1 ตัว

นก
            สำรวจพบชนิดนกบริเวณป่าพรุจำนวน 47 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นชนิดนกที่เคยมีรายงานไว้แล้ว 31 ชนิด เช่น นกกระสาแดง (Ardea purpurea) นกยางโทนใหญ่ (Casmerodius albus) นกยางโทนน้อย (Mesophoyx intermedia) นกยางควาย (Bubulcus ibis) นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) เหยี่ยวแดง (Haliastur indus) นกกระแตแต้แว้ด (Vanellus indicus) นกเด้าดิน (Tringa hypoleucos) นกยางเปีย (Egretta garzetta) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกนางแอ่นบ้าน (Hirundo rustica) นกปรอดหน้านวล (Pycnonotus goiavier) นกกางเขนบ้าน (Copsychus saularis) นกอีเสือสีน้ำตาล (Lanius cristatus) นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกขมิ้นน้อยสวน (Aegithina tiphia) อีกา (Corvus macrorhynchos) นกกระติ๊ดขี้หมู (Lonchura punctulata) นกกินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis)

            นอกจากนี้ยังได้สำรวจพบชนิดนกเพิ่มนอกเหนือจากรายงานของ สผ. อีก 16 ชนิด ได้แก่ นกกระเต็นใหญ่ (Pelargopsis capensis) นกเปล้าคอสีม่วง (Treron vernans) นกกาเหว่า (Endynamys scolopacea) นกทึดทือมลายู (Ketupa ketupu) นกตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis) นกตีทอง (Megalaima haemacephala) นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง (Chrysocolaptes lucidus) นกเด้าลมดง (Dendronanthus indicus) นกปรอดสวน (Pycnonotus blanfordi) นกปรอดคอลาย (Pycnonotus finlaysoni) นกจับแมลงสีน้ำตาล (Muscicapa dauurica) นกกินแมลงอกเหลือง (Macronous gularis) นกกินแมลงป่าโกงกาง (Trichastoma rostratum) นกกระจิบหัวแดง (Orthotomus sepium) นกเอี้ยงหงอน (Acridotheres grandis) นกกินปลีคอสีน้ำตาล (Anthreptes malacensis) และนกสีชมพูสวน (Dicaeum cruentatum)

สัตว์เลื้อยคลาน
            พบสัตว์เลื้อยคลานโดยตรง 13 ชนิด ได้แก่ เต่าเหลือง (Indotestudo elongate) ตะพาบ (Pelochelys bibroni) เต่าหับ (Cuora amboinensis) เต่าดำ (Siebenrockiella crassicollis) จิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus) จิ้งจกหินสีจาง (Gehyra mutilata) งูลายสอสวน (Xenochrophis flavipunctatus) กิ้งก่าหัวแดง (Calotes versicolor) เหี้ย (Varanus salvator) งูเหลือม (Python reticalatus) งูเห่าหม้อ (Naja kaouthia) งูสามเหลี่ยม (Bungarus fasciatus) และ งูกะปะ (Calloselasma rhodostoma)

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
            สำรวจพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด คือ กบนา (Hoplobatrachus chinensis) เขียดจะนา (Occidozyga lima) กบหนอง (Fejervaya limnocharis) เขียดจิก (Hylarana erythraea) อึ่งอ่างบ้าน (Kaloula pulchra) เขียดตะปาด (Polypedates leucomystax) และอึ่งข้างดำ (Microhyra heymonsi)

ทรัพยากรปลา
           จากการศึกษาความหลากชนิดของปลาในบริเวณพรุควนขี้เสียน (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย) จังหวัดพัทลุง จำนวน 3 สถานี พบว่า ความหลากชนิดปลาใกล้เคียงกันและเป็นชนิดปลาที่กระจายอยู่ทั่วไปตามแหล่งน้ำ บริเวณพรุควนขี้เสียนมากกว่า จำนวน 9 ครอบครัว 12 ชนิด ปลาที่พบส่วนใหญ่มีการกระจายอยู่ทั่วไปตามแหล่งน้ำทั่วๆ ไป และเป็นปลาที่สามารถปรับตัวเข้ากับแหล่งน้ำนิ่งแบบพื้นที่พรุได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ปลากระดี่หม้อ (Trichogaster trichopterus) ปลากริมควาย (Trichopsis vittatus) ปลาช่อน (Channa striata) ปลากระสง (Channa lucius) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) และปลาไหลนา (Monopterus albus) เป็นต้น รวมทั้งปลาหลดท้องลาย (Macrognathus circumcinctus) เป็นปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุเป็นส่วนใหญ่ และพบปลาปักเป้าดำ (Monotrete fangi) ซึ่งเป็นที่พบได้น้อยในบริเวณเขตภาคใต้ของประเทศ ปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุมีการอพยพเข้าออกระหว่างพื้นที่พรุ กับทะเลน้อยได้เป็นอย่างดี และได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลงในทะเลสาบสงขลา

           ทรัพยากรปลาที่พบบริเวณพื้นที่พรุควนขี้เสียนมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 5 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) และสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) และเป็นปลาสวยงามกว่า 9 ชนิด ได้แก่ ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) ปลาแปปหางดอก (Parachela maulicauda) ซิวควาย (Rasbora sumatrana) ปลาแก้มช้ำ (Systomus orphoides) และปลาปักเป้าดำ (Monotrete fangi) เป็นต้น

ทรัพยากรสาหร่าย
           จากการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของพรุควนขี้เสียนสำรวจพบและสามารถจัดจำแนกสาหร่ายได้ทั้งสิ้น 2 ดิวิชัน 4 สกุล 5 ชนิด ดิวิชันที่สำรวจพบได้แก่ สกุล Chlorophyta 3 สกุลและ Chrysophyta 1 สกุล โดยดิวิชัน Chlorophyta มีความหลากหลายมากที่สุดประกอบด้วย 3 สกุล 4 ชนิด

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
           1) พรุควนขี้เสียนอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้รับการจัดลำดับความสำคัญเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar site)
           2) การเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า พื้นที่พรุควนขี้เสียนเป็นที่ราบลุ่มริมด้านเหนือของทะเลสาบสงขลา พื้นที่พรุรับน้ำที่มาจากต้นน้ำและรับน้ำเอ่อล้นจากทะเลสาบ
           3) การดักตะกอนและแร่ธาตุ การกรองตะกอนและแร่ธาตุจากแหล่งน้ำธรรมชาติและ พื้นที่เกษตรที่ระบายลงสู่พื้นที่พรุ ก่อนปลดปล่อยน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา
           4) แหล่งทรัพยากร/ผลผลิตธรรมชาติ พบพรรณไม้ทั้งสิ้น 260 ชนิด จาก 198 สกุล 95 วงศ์ พบสัตว์ 131 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 10 ชนิด นก 77 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 32 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 12 ชนิด พบปลา 11 ครอบครัว 17 ชนิด สำหรับทรัพยากรปลาที่พบบริเวณพื้นที่พรุควนขี้เสี้ยนมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 5 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) และสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) และเป็นปลาสวยงามกว่า 9 ชนิด นอกจากนี้เป็นแหล่งกระจูดซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับงานหัตถกรรมเสื่อของชุมชนทะเลน้อย
           5) แหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืช/สัตว์ พบสัตว์ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 8 ชนิด สถานภาพใกล้สูญพันธุ์ 2 ชนิด
           6) ด้านนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหาร สภาพทางนิเวศวิทยาพื้นที่พรุเป็นแหล่งน้ำเป็นน้ำจืด มีคลองร่องน้ำขนาดเล็ก กระจายทั่วพื้นที่พรุเพื่อรับน้ำเข้า-ออกจากทะเลน้อย บริเวณแอ่งน้ำมีทุ่งหญ้าพรรณไม้หนาแน่นบริเวณกว้างสลับกับ เสม็ดขาวและมีน้ำท่วมขังตลอดปี ระดับน้ำในพรุขึ้นลงตามการขึ้นลงของน้ำในทะเลน้อยและทะเลสาบสงขลา และน้ำฝนในฤดูน้ำหลากจากตอนเหนือของพื้นที่ ทรัพยากรปลามีการอพยพเข้าออกระหว่างพื้นที่พรุกับทะเลน้อย ทำให้พื้นที่นี้ยังคงความชุกชุมของทรัพยากรปลา
           7) การดักสารมลพิษ เป็นพื้นที่รับน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีจากพื้นที่การเกษตร

การใช้ประโยชน์
           1) นันทนาการ เป็นพื้นที่จัดให้มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และในพื้นที่ทั่วไปของพื้นที่พรุมีนักท่องเที่ยว เดินทางเที่ยวชมธรรมชาติ
           2) ประมง บริเวณพื้นที่พรุเป็นแหล่งทำประมงที่สำคัญเพื่อการยังชีพและการค้าของชุมชน
           3) ป่าไม้ ประชาชนในพื้นที่ใช้ไม้เสม็ดแต่เป็นการลักลอบใช้ประโยชน์เนื่องจากเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า
           4) วัตถุดิบ เป็นแหล่งกระจูดซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับทำหัตถกรรมเสื่อของชุมชนทะเลน้อย
           5) คมนาคม การใช้เส้นทางน้ำระหว่างชุมชนที่อยู่ตอนเหนือทะเลสาบกับชุมชนทะเลน้อย
           6) ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ พื้นที่พรุควนขี้เสียนที่เป็นทุ่งหญ้ามีพื้นที่บริเวณกว้างเนื่องจากยังไม่มีการฟื้นตัวของป่าไม้ ถูกชุมชนใช้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามในพื้นที่
           1) การใช้ทรัพยากรไม่ถูกวิธี จากการลักลอบตัดไม้เสม็ด การทำประมง และการไม่เร่งดำเนินการฟื้นฟู ความหลากหลายชีวภาพของพื้นที่พรุ
           2) การจัดการน้ำไม่เหมาะสม จากการขุดลอกลำน้ำเชื่อมลงสู่ทะเลน้อย มีผลกระทบต่อระบบน้ำ เนื่องจากมีการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรมากขึ้น โดยให้ความสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยาพื้นที่พรุน้อยลง
           3) การใช้ประโยชน์ที่ดิน/กิจกรรมที่ขัดแย้ง พบการนำสัตว์เลี้ยงจำนวนมากปล่อยเลี้ยงในพื้นที่ทุ่งหญ้าพรุ  มีผลกระทบทำลายดินอินทรีย์ ทำให้การสะสมของดินอินทรีย์อย่างถาวรได้น้อยลง และเร่งให้เกิดตะกอนลงสู่ทะเลน้อย

การคุกคามจากนอกพื้นที่
           การใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกัน จากการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรมในลุ่มน้ำทะเลสาบ รวมทั้งการเร่งพัฒนาเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทำให้มีการพัฒนาทรัพยากรน้ำมาใช้ทั้งเพื่อการเกษตร และการอุปโภคบริโภค ส่งผลกระทบต่อระบบน้ำในพื้นที่ เกิดปัญหาไฟป่าและน้ำท่วมขังพื้นที่พรุ

รายละเอียดเพิ่มเติม >>