หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

พรุอ่างกาหลวง


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 
เนื้อที่ 34 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 445000N 2056000E
พิกัดมุมล่างขวาที่ 446000N 2055000E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 34 ไร่ เป็นบริเวณที่เป็นแอ่งน้ำซับ มีการทับถมของเศษซากอินทรีย์ อยู่ในพื้นที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี

ประเภท/ที่ดิน
- พรุในที่สูง
- พื้นที่อนุรักษ์ในเขต อช.ดอยอินทนนท์

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะเป็นพรุที่สมบูรณ์
- อช.ดอยอินทนนท์

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
            ลักษณะของสังคมพืชของพื้นที่แอ่งพรุดอยอินทนนท์ เป็นพื้นที่สังคมพืชที่มีความหลากหลายของสังคม ที่มีทั้งป่าดิบเขาสูง(Upper mountain rain forest หรือ cloud forest) ป่าละเมาะเขาสูง (Upper mountain scrub) และพื้นที่แอ่งพรุภูเขา (Mountain Peat Bog หรือ Sphagnum bog) แอ่งพรุภูเขามีลักษณะเป็นแอ่งหรือ ที่ลุ่มบนยอดเขา หรือบนที่ราบสูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ประมาณ 1,200 เมตร  ขึ้นไปในพื้นที่แอ่งพรุบนยอดดอยอินทนนท์ หรืออ่างกาหลวง พื้นที่ที่มีลักษณะเป็นแอ่งพรุมีขนาดเล็ก ล้อมรอบด้วยป่าดิบเขาในพื้นที่พรุพบชนิดไม้ ได้แก่ กุหลาบขาว-กุหลาบแดง Rhododendron spp. ส้มแปะ Lyonia spp. ช่อไข่มุก Vaccinium spp. ช้ามะยมดอย Gaultheria spp. ไม้พื้นล่าง ได้แก่ กระจูดหนู เป็นต้น

            พรุอ่างกาหลวงมีเมฆและหมอกปกคลุมตลอดปี พื้นพรุมีข้าวตอกฤาษี (Sphagnum cuspidulatum) ซึ่งเป็นมอสชนิดหนึ่ง ขึ้นอย่างหนาแน่น และพบหญ้าคมบาง (Carex baccang) ขึ้นกระจายทั่วไป รอบพรุพบพรรณไม้ป่าดิบเขาสูง ที่ค่อนข้างแกร็นและหนาแน่น กิ่งมีพืชอิงอาศัย เช่น มอส เฟิร์น และกล้วยไม้ เกาะอยู่หนาแน่น พรรณไม้ที่พบได้แก่ อูนแดง (Viburnum kerri) สารภีป่า (Anneslea fragrans) โพสามหาง (Symingtonia populnea) โพอาศัย (Neohymenopogon parasiticus)และคำแดง (Rhododendron arboreum) นอกจากนั้นยังพบพืชหายากและพืชถิ่นเดียวของไทยอีกหลายชนิด เช่น เทียนคำ (Impatiens longiloba) เทียนรัศมี (Impatiens radiate) และแดงก่อนจาก

ทรัพยากรสัตว์ป่า
            พื้นที่พรุอ่างกาหลวงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 332 ชนิด ประกอบด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จำนวน 13 ชนิด นกไม่น้อยกว่า 280 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานจำนวน 14 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 25 ชนิด

ทรัพยากรปลา
            สถานภาพของปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุอ่างกาหลวงเมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพโดย สมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 พบปลาชนิดเดียวที่ได้ถูกจัดในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable,VU) คือ ปลาค้างคาว (Oreoglanis siamensis)

สาหร่าย
            สำรวจพบและสามารถจัดจำแนกสาหร่ายได้ทั้งสิ้น 3 ดิวิชัน 17 สกุล 20 ชนิด ดิวิชันที่สำรวจพบได้แก่ Cyanophyta 6 สกุล Chlorophyta 8 สกุล Chrysophyta 3 สกุล โดยดิวิชัน Chlorophyta มีความหลากหลายมากที่สุดประกอบด้วย 8 สกุล 9 ชนิด

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
            1) การดักตะกอนและแร่ธาตุ เป็นพื้นที่พรุที่ได้รับน้ำจากน้ำผุดและน้ำซับ จากผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำเมื่อผ่านพื้นที่พรุ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของซากอินทรีย์ จะทำหน้าที่กรองตะกอนและแร่ธาตุทั้งที่มาจากใต้ดินและผิวดิน จึงช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น
            2) เป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืช โดยเฉพาะสังคมพืชพื้นที่ชุ่มน้ำที่สูง พบพรรณไม้ทั้งสิ้น 90 ชนิด จาก 75 สกุล 49 วงศ์ เป็นพืชหายาก 6 ชนิด พบสัตว์ 332 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 13 ชนิด นก 280 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 14 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 25 ชนิด พบปลา 1 ครอบครัว 1 ชนิด พบปลาในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ 1 ชนิด คือ ปลาค้างคาว (Oreoglanis siamensis) และเป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น (Endemic) นอกจากนี้พรุอ่างกาหลวงตั้งอยู่ในพื้นที่สูงซึ่งเป็นต้นน้ำ โดยธรรมชาติของผืนป่าจะสัมผัส กับความชุ่มชื้นของเมฆหมอก จึงช่วยดูดซับความชุ่มชื้นจากอากาศสู่พื้นที่พรุอีกทางหนึ่ง

การใช้ประโยชน์
            1) การท่องเที่ยว มีการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยว ใช้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
            2) การใช้น้ำมีการใช้น้ำจากพื้นที่พรุเพื่อการท่องเที่ยวในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และการใช้น้ำของหน่วยงาน ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยอินทนนท์ รวมทั้งการใช้น้ำซับจากพรุอ่างกาหลวง เพื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆ ที่สำคัญของประเทศ
            นอกจากนี้พรุอ่างกาหลวงเป็นพื้นที่มีความสำคัญด้านการศึกษาวิจัย เป็นพื้นที่ศึกษาวิจัยหลายด้านเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ โดยเฉพาะด้านชีววิทยา และภูมิอากาศ

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่พรุ
            1) การจัดการน้ำไม่เหมาะสม มีการสูบน้ำจากพื้นที่พรุไปใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ มีกระทบต่อความชุ่มชื้นของสังคมพืชและระบบนิเวศ
            2) การใช้ประโยชน์ที่ดินหรือกิจกรรมที่ขัดแย้ง การพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว กิจกรรมของนักท่องเที่ยว และการทิ้งขยะของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลบริเวณอ่างกาหลวง มีนักท่องเที่ยวที่แออัดมากและยังไม่มีมาตรการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว
            3) ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ในช่วงที่สำรวจพบการหักโค่นของต้นไม้เนื่องจากลมพายุ

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพรุ
            1) โครงการพัฒนา การพัฒนาที่ตั้งหน่วยงานพื้นที่ตอนบนพื้นที่พรุทำให้พื้นที่เปิดโล่งกระทบต่อพื้นที่ต้นน้ำ และการที่กำบังลม
            2) การพัฒนาด้านบริการ การขยายตัวกิจกรรมท่องเที่ยวบริเวณดอยอินทนนท์ จึงต้องพัฒนาศูนย์บริการ นักท่องเที่ยว ที่พักเจ้าหน้าที่และบริการห้องน้ำจึงต้องเปิดหน้าดิน ทำให้พื้นที่เปิดโล่งกระทบต่อพื้นที่ต้นน้ำและที่กำบังลม
            3) การใช้ที่ดิน ความต้องการใช้ที่ดินภาคบริการและราชการในพื้นที่ต้นน้ำ ป่าเมฆ และที่กำบังลมของพื้นที่ป่าพรุ
            4) การใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกัน ระหว่างการใช้น้ำในศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและหน่วยงาน ของทางราชการและพื้นที่พรุ  ซึ่งยังไม่มีการจัดการน้ำที่เหมาะสมไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่พรุ

การมีส่วนร่วมของชุมชน
           
การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พื้นที่พรุ มีการจัดตั้งกลุ่มระวังไฟป่าของชุมชนพื้นล่าง เพื่อป้องกันการลุกลามของไฟป่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดอย ส่วนบนยอดดอยมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ยอดดอย คอยป้องกันดูแล ดังนั้น แนวทางการอนุรักษ์ จะต้องสร้างจิตสำนึกในการรักษาพื้นที่บนดอย กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวบริเวณยอดดอยและพรุแห่งนี้ โดยมีมาตรการป้องกันมิให้มีการทิ้งขยะ เศษอาหารในพื้นที่พรุ

รายละเอียดเพิ่มเติม >>