หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

พรุเชิงแส


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลกระแสสินธุ์ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
เนื้อที่ 6,611 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 645750N 843310E 
พิกัดมุมล่างขวาที่ 651000N  839000E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 6,611 ไร่ สภาพทั่วไปของพื้นที่ มีป่าพรุกระจายเป็นบริเวณกว้าง ที่ดินส่วนใหญ่ถูกบุกรุกทำการเกษตร

ประเภท/ที่ดิน
- พรุในที่ลุ่ม หลังสันดอนทรายและริมทะเลสาบ
- ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะพรุที่สมบูรณ์
- อบต.เชิงแส ทบ.ตำบลกระแสสินธุ์

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           พรรณไม้ที่พบในป่าพรุเชิงแสมีชนิดของพรรณไม้ที่คล้ายคลึงกัน แต่มีสภาพเสื่อมโทรมมากกว่าป่าพรุควนเคร็งและพรุควนขี้เสียน มีเสม็ดเป็นพรรณไม้เด่นเช่นเดียวกับป่าพรุที่ถูกรบกวน และมีไม้ต้นชนิดอื่นๆ ขึ้นประปราย เช่น เที๊ยะ Alstonia spatulata Blume สะแกนา Combretum quadrangulare Kurz เม่าไข่ปลา Antidesma ghaesembilla Gaertn. มันปู Glocidion littorale Blume  ตีนนก Vitex  pinnata L. และเมา Syzygium grande (Wight) Walp. var. grande แต่บริเวณพรุคูขุดพบ ลำพู Sonneratia caseolaris  (L.) Engl. ขึ้นปะปนกับเสม็ดด้วย

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           จากการสำรวจภาคสนามในวันที่ 15-16 ตุลาคม 2551 พบว่า มีสัตว์ป่าที่พบเห็นตัวโดยตรง 22 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิด นก 30 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 7 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 ชนิด ดังรายละเอียดดังนี้

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
           จากการดักกรงเพื่อสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวน 25กรง ติดต่อกัน 1 คืน สามารถดักจับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิด คือ กระรอกข้างลายท้องแดง (Callosciurus notatus) ตัวผู้เต็มวัย 2 ตัว ตัวเมียเต็มวัย 1 ตัว และหนูป่ามาเลย์ (Rattus tiomanicus) ตัวผู้เต็มวัย 2 ตัว 

นก
            จากการสำรวจพบว่ามีนกไม่น้อยกว่า 30 ชนิด เป็นนกอพยพ 7 ชนิด ได้แก่ นกยางเปีย (Egretta garzetta) นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกนางแอ่นบ้าน (Hirundo rustica) นกเด้าลมดง (Dendronanthus indicus) นกแซงแซวหางปลา (Dicrurus macrocercus) นกจับแมลงสีน้ำตาล (Muscicapa dauurica) และนกอีเสือสีน้ำตาล (Lanius cristatus) ส่วนนกประจำถิ่นอื่นๆ อีก 23 ชนิด ซึ่งทุกชนิดเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น นกกาน้ำเล็ก (Phalacrocorax niger) นกยางควาย (Bubulcus ibis) นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกจาบคาหัวเขียว (Merops philippinus) นกตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis) นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง (Chrysocolaptes lucidus) นกปรอดสวน (Pycnonotus blanfordi) นกกินแมลงอกเหลือง (Macronous gularis) นกกินแมลงป่าโกงกาง (Trichastoma rostratum) นกกระจิบหัวแดง (Orthotomus sepium) นกกางเขนบ้าน (Copsychus saularis) นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกกินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis) นกสีชมพูสวน (Dicaeum cruentatum) เป็นต้น

สัตว์เลื้อยคลาน
           ในการสำรวจภาคสนาม พบสัตว์เลื้อยคลานโดยตรง 5 ชนิด ได้แก่ จิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus) จิ้งจกหินสีจาง (Gehyra mutilata) กิ้งก่าหัวแดง (Calotes versicolor) จิ้งเหลนบ้าน (Mabuya multifasciata) และงูลายสอสวน (Xenochrophis flavipunctatus)

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
           
สำรวจพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด คือ เขียดจะนา (Occidozyga lima) กบหนอง (Fejervaya limnocharis) เขียดจิก (Hylarana erythraea) เขียดตะปาด (Polypedates leucomystax) และอึ่งข้างดำ (Microhyra heymonsi)

ทรัพยากรปลา
           ทรัพยากรปลาที่พบในบริเวณพรุเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา วันที่ 9 มิถุนายน 2551 พบความหลากชนิดของปลาจำนวน 11 ครอบครัว (families) 17 ชนิด (species) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 5 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 29.41 รองลงมาเป็นครอบครัว Belontiidae จำนวน 3 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 17.65 และอีก 9 ครอบครัว พบเพียงครอบครัวละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 5.88 ตามลำดับ

           ทรัพยากรปลาที่พบบริเวณพื้นที่พรุคูขุดมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 4 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) และปลาไหลนา (Monopterus albus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 8 ชนิด ได้แก่ ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) ปลากัดภาคใต้ (Betta imbellis) ปลาซิวควาย (Rasbora sumatrana) ปลาซิวหนวด (Esomus metallicus) ปลาแปปหางดอก (Parachela maulicauda) ปลาตะเพียนทราย (Puntius brevis) และปลาจิ้มฟันจระเข้ยักษ์ (Doryichthys boaja) เป็นต้น

           สถานภาพของปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุเชิงแส เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพโดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 ไม่พบชนิดปลาที่กำหนดไว้ แต่เมื่อพิจารณาตามภาวะการถูกคุกคามในประเทศไทยตามสถานภาพเพื่อการอนุรักษ์ ของสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบว่า ปลาจำนวน 1 ชนิด ซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) คือ ปลากัดภาคใต้ (Betta imbellis)

สาหร่าย
           ความหลากหลายทางชีวภาพของสาหร่ายในพื้นที่พรุเชิงแส โดยการสำรวจสามารถจัดจำแนกสาหร่ายได้ทั้งสิ้น 4 ดิวิชั่น 6 สกุล 7 ชนิด ดิวิชันที่สำรวจพบได้แก่ Cyanophyta 3 สกุล Chlorophyta 1 สกุล Chrysophyta 1 สกุล และ Euglenophyta (สาหร่ายยูกลีโนไฟต์) 1 สกุล โดยดิวิชัน Cyanophyta มีความหลากหลายมากที่สุดประกอบด้วย 3 สกุล 4 ชนิด

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
           1) การเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า พื้นที่พรุเป็นที่ราบลุ่มตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำด้านฝั่งตะวันออกของทะเลสาบสงขลา เป็นพื้นที่รับน้ำก่อนการระบายลงสู่ทะเลสาบ ช่วยควบคุมป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่
           2) การดักตะกอนและแร่ธาตุ ตะกอนและแร่ธาตุจากธรรมชาติและพื้นที่เกษตรระบายลงสู่พื้นที่พรุ พื้นที่พรุมีกระบวนการทางกายภาพและชีวภาพดักจับตะกอนและแร่ธาตุ ก่อนปลดปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำตาปี
           3) แหล่งทรัพยากร/ผลผลิตธรรมชาติ พบพรรณไม้ทั้งสิ้น 177 ชนิด จาก 138 สกุล 71 วงศ์ พบสัตว์  48 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิด นก 30 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 9 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 7 ชนิด พบปลา 11 ครอบครัว 17 ชนิด ทรัพยากรปลาที่พบบริเวณพื้นที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 4 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) และปลาไหลนา (Monopterus albus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 8 ชนิด
           4) แหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืช/สัตว์หายาก พบสัตว์ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 1 ชนิด พบปลาซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) คือ ปลากัดภาคใต้ (Betta imbellis)
           5) ด้านนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหาร นิเวศวิทยาแหล่งน้ำส่วนใหญ่เป็นพื้นที่พรุที่มีน้ำท่วมหลากในฤดูน้ำหลากเท่านั้น ส่วนในฤดูแล้ง แอ่งน้ำบางส่วนจะแห้ง ทรัพยากรปลาที่พบส่วนใหญ่ก็เป็นปลาที่อพยพเข้ามาในฤดูน้ำหลาก ความชุกชุมของทรัพยากรปลามีน้อย ประกอบกับมีคันกั้นน้ำท่วมเป็นแนวยาวตลอดขนาดชายฝั่งทะเลสาบ และมีประตูระบายน้ำเพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งไปขวางกั้นการอพยพของทรัพยากรปลาเข้ามาในพื้นที่พรุได้

การใช้ประโยชน์
           1) ด้านประมง บริเวณพื้นที่พรุโดยเฉพาะบริเวณพรุฉิมพลีและคลองควายเป็นพื้นที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันมานาน เพื่อการทำประมง เพื่อการยังชีพของชุมชน
           2) ป่าไม้ การใช้ไม้เสม็ดขาวเพื่อการใช้สอยและพลังงานในครัวเรือน
           3) น้ำ พื้นที่การเกษตรรอบพื้นที่พรุใช้น้ำจากพรุทางการเกษตร

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่พรุ
           1) การสูญเสียที่ดิน/พื้นที่พรุ เนื่องจากพื้นที่พรุมีลักษณะเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ของแผ่นดิน ยังไม่มีการออกเอกสารเกี่ยวกับที่ดิน ประกอบกับไม่มีหน่วยงานใดเข้าดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้  จึงมีการบุกรุกเข้าครอบครองพื้นที่ทั้งที่มีสภาพเป็นป่าพรุที่สมบูรณ์
           2) การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่ พบการปรับพื้น คูน้ำ และขุดร่องน้ำเพื่อการปลูกปาล์มน้ำมัน มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและระบบน้ำของพื้นที่พรุ
           3) การใช้ทรัพยากรไม่ถูกวิธี  พบการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่พรุ การตัดไม้ และการทำลายดินพรุมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของป่าพรุ

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพรุ
           1) การพัฒนาเกษตรกรรม การขยายตัวของพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันโดยรอบพื้นที่พรุกระทบต่อสภาพแวดล้อมและระบบน้ำในพรุ
           2) การใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกันของพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่พรุ ทำให้มีการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรมากขึ้น กระทบต่อสภาพแวดล้อมและระบบน้ำของพื้นที่พรุ

การมีส่วนร่วมของชุมชน
           ชุมชนรอบพื้นที่พรุ ทั้งบ้านโตนดด้วนและบ้านเขาใน ประชากรทั้งหมดในหมู่บ้านสามารถอ่านออกเขียนได้  และมีการจัดกิจกรรมของหน่วยงานต่าง ๆ และมีประชาชนได้รับการอบรมด้านอาชีพ ด้านการศึกษา และด้านสุขภาพอนามัย  การมีส่วนร่วมของชุมชน ครัวเรือนทั้งหมดของหมู่บ้านมีการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของชุมชน และมีการรวมกลุ่มโดยเป็นสมาชิกกลุ่ม สหกรณ์ กองทุน  การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ของชุมชนรอบพื้นที่ เห็นได้จากการจัดตั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน ดูแลไม่ให้มีการทำลายป่าในเขตพรุ

รายละเอียดเพิ่มเติม >>