หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

พรุเสม็ด


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลนาโต๊ะหมิง และตำบลควนธานี  อำเภอเมือง  และอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
เนื้อที่ 936 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 559000N 835000E 
พิกัดมุมล่างขวาที่ 562000N 831000E 

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 936 ไร่ สภาพทั่วไปของพื้นที่ ยังคงมีป่าไม้ปกคลุม พื้นที่บางส่วนถูกขุดเป็นบ่อเพื่อใช้ประโยชน์ ด้านการประมง

ประเภท/ที่ดิน
- พรุในที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำตรัง
- ที่สาธารณะ

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะพรุที่สมบูรณ์
- สถานีวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           ป่าพรุเสม็ดเป็นป่าพรุที่มีการสะสมของชั้นอินทรีย์น้อย พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีน้ำท่วมขัง จึงมีพรรณไม้จากป่าข้างเคียงขึ้นปะปน นอกจากเสม็ดแล้วพบไม้ต้นขึ้นปะปนทั่วไป เช่น แคน้ำ Dolichandrone spathacea (L.f.) K.Schum. มะพอก Parinari anamense Hance สะแก Combretum quadrangulare Kurz พันจำ Vatica odorata (Griff.) Symington กระดุมผี Glochidion rubrum Blume ติ้วเกลี้ยง Cratoxylum cochinchinense (Lour.) Blume และตีนนก Vitex pinnata .

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           จากการสำรวจภาคสนามในวันที่ 15 กันยายน 2551 พบว่า มีสัตว์ป่าที่พบเห็นตัวโดยตรง 31 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิด นก 24 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 2 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 ชนิด ดังรายละเอียดดังนี้

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
           จากการดักกรงเพื่อสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวน 20 กรง สามารถดักจับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขนาดเล็ก 2 ชนิด คือ หนูป่ามาเลย์ (Rattus tiomanicus) ตัวผู้ 1 ตัว และหนูพุกใหญ่ (Bandicota indica) ตัวผู้ 1 ตัว

นก
            พบนกอาศัยอยู่บริเวณป่าพรุจำนวน 24 ชนิด เป็นนกอพยพ 2 ชนิด คือ นกนางแอ่นบ้าน (Hirundo rustica) และนกอีเสือสีน้ำตาล (Lanius cristatus) การที่พบนกอพยพจำนวนน้อยเนื่องจากเป็นช่วงต้นฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการอพยพ ส่วนนกประจำถิ่นอื่นๆ อีก 22 ชนิด ซึ่งทุกชนิดเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป ได้แก่ เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) ไก่ป่า (Gallus gallus) นกกางเขนบ้าน (Copsychus saularis) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) อีกา (Corvus macrorhynchos) นกกระปูดเล็ก (Centropus bengalensis) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกบั้งรอกใหญ่ (Phaenicophaeus tristis) นกอีวาบตั๊กแตน (Cacomantis merulinus) นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกตบยุงหางยาว (Caprimulgus macrurus) นกตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis) นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ (Dicrurus paradiseus) นกปรอดทอง (Pycnonotus atriceps) นกปรอดหน้านวล (Pycnonotus goiavier) ปรอดหัวโขน (Pycnonotus jocosus) นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกกินแมลงป่าฝน (Malacocincla abbotti) นกกินแมลงอกเหลือง (Macronous gularis) นกอีแพรดแถบอกดำ (Rhipidura javanica) นกกินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis) และนกสีชมพูสวน (Dicaeum cruentatum)น

สัตว์เลื้อยคลาน
           พบสัตว์เลื้อยคลานเพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือ จิ้งเหลนบ้าน (Mabuya multifasciata) และจิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus)

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
           
สำรวจพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 ชนิด คือ เขียดตะปาด (Polypedates leucomystax) กบหนอง (Fejervaya limnocharis) และเขียดจิก (Hylarana erythraea)

ทรัพยากรปลา
           ทรัพยากรปลาที่พบในบริเวณพรุเสม็ด ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง วันที่ 11 มิถุนายน 2551 พบความหลากชนิดของปลาจำนวน 14 ครอบครัว (families) 28 ชนิด (species) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุด ในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 9 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 32.14 รองลงมาเป็นครอบครัว Bagridae, Belontiidae, Channidae, Eleotridae, Gobiidae และ Nandidae จำนวนครอบครัวละ 2 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 7.14 และอีก 7 ครอบครัว พบเพียงครอบครัวละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 3.57

           จากการศึกษาความหลากชนิดของปลาในบริเวณพรุเสม็ด ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง จำนวน 2 สถานี พบว่า ชนิดปลาที่พบมีความหลากชนิดใกล้เคียงกันและเป็นชนิดปลาที่กระจายอยู่ทั่วไป ตามแหล่งน้ำบริเวณ พรุเสม็ด ปลาที่พบส่วนใหญ่มีการกระจายอยู่ทั่วไปตามแหล่งน้ำทั่วๆไป ทรัพยากรปลามีการกระจายอยู่ทั่วบริเวณ พื้นที่พรุ จำนวน 12 ครอบครัว 21 ชนิด และเป็นปลาที่สามารถ ปรับตัวเข้ากับแหล่งน้ำนิ่งแบบพื้นที่พรุได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ปลากระดี่หม้อ (Trichogaster trichopterus) ปลากริมควาย (Trichopsis vittatus) ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) และปลาไหลนา (Monopterus albus) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปลาที่อพยพ เข้ามาอาศัยและหาอาหาร ในบริเวณป่าพรุในฤดูน้ำหลาก ส่วนใหญ่เป็นปลาในครอบครัว Cyprinidae และ Bagridae เป็นต้น ปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุมีการอพยพเข้าออกระหว่างพื้นที่พรุกับคลองที่อยู่ใกล้ๆ ในฤดูน้ำหลาก

           ทรัพยากรปลาที่พบบริเวณพื้นที่พรุเสม็ดมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 7 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลากดเหลือง (Mystus nemurus) ปลาบู่ทราย (Oxyeleotrix marmoratus) และปลาไหลนา (Monopterus albus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 13 ชนิด ได้แก่ ปลาแป้นแก้ว (Parambassis siamensis) ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) ปลาซิวควาย (Rasbora sumatrana) ปลาซิวหนวด (Esomus metallicus) ปลาตะเพียนทราย (Puntius brevis) ปลาสร้อยเกล็ดถี่ (Thynnichthys thynnoides) และปลาแก้มช้ำ (Systomus orphoides) เป็นต้น

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
           1) การเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า พื้นที่พรุเสม็ดเป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำตรัง เป็นพื้นที่รับน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำ เป็นพื้นที่ช่วยควบคุมและป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่
           2) การดักตะกอนและแร่ธาตุ ตะกอนและแร่ธาตุจากแม่น้ำตรังที่มากับน้ำเข้าพื้นที่พรุ พื้นที่พรุมีกระบวนการทางกายภาพและชีวภาพดักจับตะกอนและแร่ธาตุ ก่อนปลดปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำตรัง
           3) แหล่งทรัพยากร/ผลผลิตธรรมชาติ พบพรรณไม้ป่าพรุทั้งสิ้น 146 ชนิด จาก 126 สกุล 70 วงศ์ พบสัตว์ 50 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 7 ชนิด นก 24 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 13 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 6 ชนิด พบปลา 14 ครอบครัว 28 ชนิด สำหรับทรัพยากรปลาที่พบบริเวณพื้นที่พรุเสม็ดที่มีความสำคัญ ทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 7 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลากดเหลือง (Mystus nemurus) ปลาบู่ทราย (Oxyeleotrix marmoratus) และปลาไหลนา (Monopterus albus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 13 ชนิด
           4) แหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืช/สัตว์ พบสัตว์ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 3 ชนิด
           5) ด้านนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหาร สภาพทางนิเวศวิทยาแหล่งน้ำส่วนใหญ่เป็นแอ่งน้ำท่วมขังในฤดูน้ำหลาก มีการเชื่อมต่อกับลำน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ ได้มีการอพยพของทรัพยากรปลาเข้า-ออกพื้นที่พรุในฤดูน้ำหลากสำหรับ การเพาะพันธุ์และอนุบาลวัยอ่อน ทำให้แหล่งน้ำมีทรัพยากรปลาค่อนข้างชุกชุม
           6) การดักสารมลพิษ เป็นพื้นที่รับน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีพื้นที่การเกษตรจากแม่น้ำตรัง

การใช้ประโยชน์
           1) ด้านประมง บริเวณพื้นที่พรุเป็นพื้นที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันมานานเพื่อการทำประมง เพื่อการยังชีพของชุมชน
           2) หาของป่า  เป็นพื้นที่ชุมชนใช้ประโยชน์หาของป่าประเภทพืชผักเป็นแหล่งอาหารตามฤดูกาลของครัวเรือน
           3) น้ำ เป็นแหล่งน้ำเพื่อการประมงของทางราชการ
           4) เป็นที่เลี้ยงสัตว์และการศึกษาวิจัยด้านการประมง

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่พรุ
           1) การสูญเสียที่ดิน/พื้นที่พรุ การขุดพื้นที่เพื่อนำดินไปใช้ประโยชน์ ทำให้สูญเสียพื้นที่พรุโดยตรง
           2) การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่ จากการขุดลอกพื้นที่พรุเพื่อนำดินไปใช้ประโยชน์ และการศึกษาวิจัยด้านการประมง มีผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่พรุและระบบน้ำ
           3) การใช้ทรัพยากรไม่ถูกวิธี  พบการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่พรุ การตัดไม้ และการทำลายดินพรุมีผลกระทบ ต่อสภาพแวดล้อมของป่าพรุ และดินพรุ เนื่องจากยังไม่การวางระบบการจัดการ

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพรุ
           พื้นที่พรุเสม็ดล้อมรอบด้วยพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นแนวโน้มการใช้ที่ดิน ที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและระบบน้ำในพื้นที่พรุ

รายละเอียดเพิ่มเติม >>