หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

พรุซับจำปา


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ที่บ้านซับจำปา ตำบลซัลจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี 
เนื้อที่ 135 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 740000N 1665000E
พิกัดมุมล่างขวาที่ 742000N 1664000E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 135 ไร่ สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่ดอนน้ำผุด ปกคลุมด้วยสังคมพืช

ประเภท/ที่ดิน
- พรุในที่ดอน
- พื้นที่อนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะความเป็นพรุที่สมบูรณ์
- โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลพบุรี กรมป่าไม้

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           ป่าพรุซับจำปา จัดเป็นป่าบึงน้ำจืด (freshwater swamp forest)
มีตาน้ำใต้ดินจากเขาหินปูนไหลผ่าน ประกอบด้วยพรรณไม้หลายชั้นเรือนยอด ไม้ชั้นเรือนยอดบน ที่สำคัญได้แก่ จำปีสิรินธร (Magnolia sirindhorniae) ซึ่งเป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ พืชถิ่นเดียว และพืชหายาก และกรวย (Horsfieldia irya) ขึ้นปะปนกัน นอกจากนั้นยังพบ ลำพูป่า (Duabanga grandiflora) ร๊อก (Livistona saribus) สัตบรรณ (Alstonia scholaris) และมะเดื่อกวาง (Ficus  callosa) กระจายห่างๆ ส่วนไม้ชั้นเรือนยอดรองมีหลายชนิด เช่น มะป่วน (Mitrephora tomentosa) มะไฟ (Baccaurea ramiflora)และหว้าน้ำ (Syzygium ripicola) บริเวณพื้นป่าจะพบ เฟิร์นก้างปลา (Nephrolepis biserrata) ผักกูดป่า (Thelypteris entate) ขะย่อมหลวง (Rauvolfia cambodiana)นมสวรรค์ (Clerodendrum paniculatum) เป็นต้น และกล้าไม้ของไม้ชั้นเรือนยอดบนและไม้ชั้นเรือนยอดรอง นอกจากนั้นยังพบพรรณไม้ที่หน่วยงานต่างๆ นำเข้าไปปลูกรอบนอกของบริเวณพรุ ซึ่งเป็นไม้ต่างถิ่น เช่น หูกวาง (Terminalia catappa) กระถินณรงค์ (Acacia auriculaeformis) และเลี่ยน (Melia azedarach) เป็นต้น

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           พื้นที่พรุซับจำปามีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 52 ชนิด ประกอบด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จำนวน
5 ชนิด นก 30 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานจำนวน 10 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 7 ชนิด

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
           จากการสำรวจในภาคสนามพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียง 4 ชนิดเท่านั้น คือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 1 ชนิด คือ กระรอกหลากสี (Callosciurus finlaysonii) ซึ่งเป็นชนิดย่อยที่มีสีขาวตลอดทั้งตัว ชนิดย่อยของกระรอกหลากสีนี้พบบริเวณแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ และเทือกเขาดงพญาเย็นเท่านั้น จากการดักกรงจำนวน 30 กรง พบว่า ดักได้ กระจ้อน (Menetes berdmorei) ตัวเมียที่โตเต็มวัยเพียง 1 ตัว และจากการดักตาข่ายสำรวจชนิดค้างคาว พบว่ามีค้างคาว 2 ชนิด คือ ค้างคาวเล็บกุด (Eonycteris spelaea) และ ค้างคาวขอบหูขาวกลาง (Cynopterus shinx)

นก
            ชนิดนกที่พบบริเวณพรุซับจำปา มีทั้งนกที่อาศัยอยู่ในป่า และนกที่อาศัยอยู่ตามท้องทุ่งซึ่งอยู่รอบพื้นที่ป่าพรุ จำนวน 30 ชนิด เป็นนกอพยพ 5 ชนิด ได้แก่ นกแต้วแล้วป่า (Pitta moluccensis) นกนางแอ่นบ้าน (Hirundo rustica) นกแซงแซวหางปลา (Dicrurus macrocercus) นกจับแมลงสีน้ำตาล (Muscicapa dauurica) และนกอีเสือสีน้ำตาล (Lanius cristatus) นกที่พบในพื้นที่ป่าพรุ เช่น นกบั้งรอกใหญ่ (Phaenicophaeus tristis) นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ (Dicrurus paradiseus) นกกางเขนดง (Copsychus malabarichus) ทั้ง 3 ชนิด เป็นนกประจำถิ่น นอกจากนี้ ยังพบนกที่อาศัยอยู่ตามทุ่งและแวะเข้ามาหากินบริเวณป่าพรุเป็นครั้งคราว เช่น นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกเขาชวา (Geopelia striata) นกกวัก (Amaurornis phoenicurus) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกปรอดเหลืองหัวจุก (Pycnonotus melanicterus) เป็นต้น

สัตว์เลื้อยคลาน
            สำรวจพบสัตว์เลื้อยคลานจำนวนน้อยชนิด ชนิดพบเห็นโดยตรงขณะทำการสำรวจ จำนวน 8 ชนิด ได้แก่ เต่าห้วยคอลาย (Cyclemys artipons) ซึ่งอยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์  กิ้งก่าหัวแดง (Calotes emma) จิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus) จิ้งจกหางแบน (Hemidactylus platyurus) ตุ๊กแกบ้าน (Gekko gecko) จิ้งเหลนดินจุดดำ (Scincella melanosticta) งูแสงอาทิตย์ (Xenopeltis unicolor) และงูสายม่านพระอินทร์ (Dendrelaphis pictus)

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
           
ในการสำรวจภาคสนามสำรวจพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกโดยตรงเพียง 6 ชนิดเท่านั้น เนื่องจากสภาพพื้นที่ป่าพรุค่อนข้างเล็กและมีแหล่งน้ำน้อย ชนิดสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ คางคกบ้าน (Duttaphrynus melanostictus) อึ่งลายเลอะ (Microhyla butleri) เขียดตะปาด (Polypedates leucomystax) อึ่งอ่างบ้าน (Kaloula pulchra) กบหนอง (Fejervarya limnocharis) และเขียดทราย (Occidozyga martensii)

ทรัพยากรปลา
            พบความหลากชนิดของทรัพยากรปลาจำนวน 7 ครอบครัว (families) 13 ชนิด (species) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 5 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 38.46 รองลงมาได้แก่ ครอบครัว Belontiidae และ Channidae พบครอบครัวละ 2 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 15.38 และอีก 4 ครอบครัว พบเพียงครอบครัวละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 7.69 ชนิดปลาที่พบบริเวณพรุซับจำปาส่วนใหญ่ เป็นปลาที่พบได้ในแหล่งน้ำทั่วไปทั้งในแหล่งน้ำนิ่งและแหล่งน้ำไหล ปลาที่มีความชุกชุมมากเป็นปลาในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาซิวควายแถบดำ (Rasbora paviei) ปลาตะเพียนน้ำตก (Systomus rhombeus) และปลาซิวหนวด (Esomus metallicus) และปลาในครอบครัว Belontiidae จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลากระดี่หม้อ (Trichogaster trichopterus) และปลากริมควาย (Trichopsis vittatus) ตามลำดับ ส่วนปลาในครอบครัว Channidae คือ ปลากั้ง (Channa gachua) เป็นปลาที่อาศัยในแหล่งน้ำไหลบริเวณ ลำธารต้นน้ำ และบริเวณพื้นพรุมากกว่า แหล่งน้ำนิ่งที่ราบ และเป็นปลาที่พบกระจายตั้งแต่กลางพื้นที่พรุซับจำปา ซึ่งเป็นบริเวณน้ำผุดลงมาถึง แอ่งน้ำด้านล่างของพื้นที่พรุ ส่วนปลาชนิดอื่นๆ จะมีการอพยพเข้ามาบริเวณลำธารขนาดเล็กได้ในช่วงฤดูน้ำหลาก

            ทรัพยากรปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุซับจำปามีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 3 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) และ ปลาไหลนา (Monopterus albus) และเป็นปลาสวยงามกว่า 6 ชนิด ได้แก่ ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) ซิวหางแดง (Rasbora borapectensis) ซิวควายแถบดำ (Rasbora paviei) ซิวหนวด (Esomus metallicus) แก้มช้ำ (Systomus orphoides) และตะเพียนน้ำตก (Systomus rhombeus)

สาหร่าย
           ความหลากหลายทางชีวภาพของพรุซับจำปา พบว่าสำรวจพบและสามารถจัดจำแนกสาหร่ายได้ทั้งสิ้น 3 ดิวิชัน (division) 14 สกุล (genus) 15 ชนิด (species) ดิวิชันที่สำรวจพบได้แก่ Cyanophyta (สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว) 4 สกุล Chlorophyta (สาหร่ายสีเขียว) 7 สกุล Chrysophyta (ไดอะตอม) 3 สกุล โดยดิวิชัน Chlorophyta มีความหลากหลายมากที่สุดประกอบด้วย 7 สกุล 7 ชนิด

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
            1) การดักตะกอนและแร่ธาตุ จากผลการเจาะสำรวจดินพบการจับตัวของตะกอนหินปูนกระจายอยู่ทั่วไป ในพื้นที่พรุ ที่ระดับ 1 เมตร เนื่องมาจากน้ำซับบริเวณนี้ ไหลผ่านชั้นหินปูน จึงละลายเอาแคลเซียมคาร์บอเนต และซัลเฟตไว้ ส่งผลให้น้ำแสดงความเป็นกลางถึงด่างอ่อน และจับตัวในชั้นดินพรุเมื่อสัมผัสกับอากาศ
            2) แหล่งทรัพยากรและผลผลิตธรรมชาติ พบพรรณไม้ทั้งสิ้น 87 ชนิด จาก 76 สกุล 44 วงศ์ แบ่งเป็น เฟิร์น 2 วงศ์ ใบเลี้ยงคู่ 35 วงศ์ ใบเลี้ยงเดี่ยว 7 วงศ์  พบสัตว์ 52 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 5 ชนิด นก 30 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 10 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 7 ชนิด พบปลา 7 ครอบครัว 13 ชนิด ด้านป่าไม้ ทรัพยากรป่าไม้ได้รับการอนุรักษ์ไว้โดยชุมชน ก่อนที่กรมป่าไม้จะเข้ามาบริหารจัดการ สำหรับทรัพยากรปลา ที่พบในบริเวณพื้นที่พรุซับจำปามีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 3 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) และ ปลาไหลนา (Monopterus albus) และเป็นปลาสวยงามกว่า 6 ชนิด
            3) แหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืชป่าพรุที่สำคัญ เป็นพืชหายาก 5 ชนิด และ New species 1 ชนิด พบสัตว์ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 1 ชนิด คือ เต่าห้วยคอลาย (Cyclemys artipons)
พบพรรณไม้จำปีสิรินธร (Magnolia  sirindhorniae) ซึ่งเป็นพรรณไม้ชนิดใหม่

การใช้ประโยชน์
            1) นันทนาการ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้รองรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
            2) ของป่า การใช้ประโยชน์พืชสมุนไพรโดยชุมชนพืชสมุนไพร
            3) การใช้น้ำ น้ำซับที่ผ่านพื้นที่พรุ ซึ่งเป็นระบบกักเก็บน้ำ ได้ใช้ประโยชน์โดยหน่วยงานและชุมชน
            4) แหล่งพันธุกรรมพืช ชุมชนและกรมป่าไม้เพาะชำกล้าไม้จำปีสิรินธร ที่ได้จากพรุซับจำปา เพื่อขยายพันธุ์จำหน่าย
            นอกจากนี้เป็นพื้นที่ศึกษาวิจัย พื้นที่พรุซับจำปาที่ผ่านมาเป็นพื้นที่มีความสำคัญใช้ประโยชน์ด้านการศึกษา วิจัยในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านชีววิทยา นิเวศวิทยา

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่พรุ
            1) การแพร่ระบาดของพืชและสัตว์ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น  สำรวจพบหูกวาง (Terminalia  catappa)  กระถินณรงค์  (Acacia  auriculaeformis) และเลี่ยน (Melia  azedarach) กระจายอยู่ตามแนวตะเข็บพื้นที่
            2) ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ สำรวจพบต้นไม้หักโค่นจากพายุ ทั้งนี้น่าจะเกิดจากพื้นที่พรุขาดน้ำในฤดูแล้ง ทำให้มีปัญหาการยึดเกาะ รวมทั้งการเปิดโล่งของพื้นที่เกษตรกรรม โดยรอบพื้นที่ ทำให้ป่าไม้ซึ่งอยู่ที่ดอนขาดที่กำบังลม

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพรุ
            1) การพัฒนาเกษตรกรรม ของพื้นที่โดยรอบพรุ มีผลกระทบหลายด้านต่อพื้นที่พรุ ได้แก่
การระบาดของพืชต่างถิ่นเข้ามาในพื้นที่พรุ การปรับปรุงพื้นที่ทำการเกษตรกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงน้ำผิวดิน ที่ไหลเข้าพื้นที่พรุรวมทั้งการเปิดโล่งของพื้นที่การเกษตรโดยรอบมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้านความชุ่มชื้นและที่กำบังลม
            2) การใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกันของพื้นที่พรุและพื้นที่เกษตร ทำให้พื้นที่พรุได้รับน้ำน้อยลงและไม่เพียงพอ ในช่วงฤดูแล้ง จากผลการสำรวจ พบว่าเมื่อพื้นที่พรุขาดน้ำจะมีปัญหาการยึดเกาะ และถูกลมพายุหักโค่น ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้หากไม่มีการแก้ไขอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศด้านป่าไม้ในไม่ช้า

การมีส่วนร่วมของชุมชน
            ประชากรในหมู่บ้านส่วนใหญ่ได้รับการศึกษา มีประชากรช่วงอายุ 15-60 ปี ที่ไม่รู้หนังสือ เขียนและอ่านหนังสือไม่ได้ เพียงร้อยละ 2.7 ของประชากรในหมู่บ้าน มีคนในหมู่บ้านได้รับการฝึกอบรมด้านการศึกษา เพียงร้อยละ 2.73 ของประชากรในหมู่บ้าน การมีส่วนร่วมของชุมชน โดยการแสดงความคิดเห็น เพื่อประโยชน์ของชุมชน มีถึงร้อยละ 98.53 การรวมกลุ่มโดยเป็นสมาชิกกลุ่ม สหกรณ์ กองทุน ถึงร้อยละ 98.04 ในหมู่บ้านมีศูนย์การเรียนรู้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน จำนวน 2 แห่ง

รายละเอียดเพิ่มเติม >>