หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

พรุหนองจำรุง


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลซากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 
เนื้อที่ 3,809 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 773000N 1403000E
พิกัดมุมล่างขวาที่ 779000N 1398000E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 3,809 ไร่ สภาพพรุเป็นพื้นที่ลุ่มที่มีน้ำขัง ประกอบด้วยระบบนิเวศที่หลากหลาย

ประเภท/ที่ดิน
- ประเภทพรุในที่ลุ่มหลังสันทราย
- ที่สาธารณะ

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะความเป็นพรุที่สมบูรณ์
- ศูนย์รวบรวมพรรณไม้ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง องค์การสวนพฤกษศาสตร์

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           พื้นที่พรุหนองจำรุงประกอบด้วยสังคมพืชหลายรูปแบบ บริเวณที่เป็นน้ำท่วมไม่ถึง จะเป็นพื้นที่ป่าเต็งรังผสมป่าดิบแล้ง พื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ถมดินเพื่อจัดสร้างศูนย์รวมพรรณไม้ขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ บริเวณที่น้ำท่วมขังจะประกอบด้วย ป่าเสม็ด พืชลอยน้ำ ทุ่งหญ้าริมน้ำ และแหล่งน้ำเปิดโล่ง พรรณไม้ที่พบจึงค่อนข้างหลากหลาย ทั้งพรรณไม้เดิมและพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูก

           พรรณไม้เด่นในป่าที่น้ำท่วมไม่ถึง เช่น สัตตบรรณ Alstonia scholaris (L.) R.Br. ยางนา Dipterocarpus alatus Roxb. ex G.Don ยางกราด Dipterocarpus intricatus Dyer พันจำ Vatica odorata (Griff.) Symington ขันทองพยาบาท Suregada multiflorum (A.Juss.) Baill. ติ้วขาว Cratoxylum formosum (Jack) Dyer ชะมวง Garcinia cowa Roxb. ex DC. และกระบก Irvingia malayana Oliv. ex A.W.Benn. เป็นต้น บริเวณน้ำท่วมขังมีเสม็ด Melaleuca cajuputi Powell เป็นไม้เด่น และพบพรรณไม้ในป่าชายเลน เช่น โปรงแดง Ceriops tagal (Perr.) C.B.Rob. และโกงกางใบเล็ก Rhizophora apiculata Blume บริเวณชายน้ำ และในน้ำพบพรรณไม้วงศ์กก (Cyperaceae) กระจายอยู่ทั่วไป เช่น กกขนาก Cyperus difformis L. จูดหนู Eleocharis ochrostachys Steud. กระจูด Lepironia articulata (Retz.) Domin ปรือ Scleria poaeformis  Retz. และกล้วยไม้ดิน Spiranthes sinensis (Pers.) Ames ซึ่งชนิดหลังสุดนี้ ปกติเป็นกล้วยไม้ที่ขึ้นบนดิน แต่พบขึ้นบนกอสวะลอยน้ำ

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สัตว์ป่าที่พบเห็นตัวโดยตรง 43 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิด นก 38 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 ชนิด ดังรายละเอียดดังนี้

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
           สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จากการดักกรงเพื่อสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวน 20 กรง สามารถดักจับ หนูท้องขาว (Rattus rattus) ได้จำนวน 6 ตัว ดักตาข่ายจับค้างคาวได้ 1 ชนิด คือ ค้างคาวปีกถุงเคราดำ (Taphozous melanopogon) จำนวน 2 ตัว

นก
            นก เนื่องจากสภาพป่าพรุเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่และมีต้นไม้ขึ้นอยู่ จึงพบนกอาศัยอยู่บริเวณป่าพรุค่อนข้างมาก จากการสำรวจพบว่ามีนกไม่น้อยกว่า 38 ชนิด เป็นนกอพยพ 5 ชนิด ได้แก่ นกนางแอ่นบ้าน (Hirundo rustica) นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกกระเต็นน้อย (Alcedo atthis) นกเด้าดินทุ่ง (Anthus richardi) และ นกอีเสือสีน้ำตาล (Lanius cristatus) ส่วนนกประจำถิ่นอื่นๆ อีก 33 ชนิด ซึ่งทุกชนิดเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป ได้แก่ นกยางควาย (Bubulcus ibis) นกกระแตแต้แว้ด (Vanellus indicus) นกกาเหว่า (Endynamys scolopacea) นกบั้งรอกใหญ่ (Phaenicophaeus tristis) นกเค้าโมง (Glaucidium cuculoides) นกปรอดหน้านวล (Pycnonotus goiavier) นกปรอดคอลาย (Pycnonotus finlaysoni) นกขมิ้นน้อยสวน (Aegithina tiphia) นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า (Chloropsis cochinchinensis) เป็นต้น

สัตว์เลื้อยคลาน
           สัตว์เลื้อยคลาน ในการสำรวจภาคสนามไม่เห็นพบสัตว์เลื้อยคลานโดยตรง

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
           
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สำรวจพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 ชนิด คือ เขียดจะนา (Occidozyga lima) กบหนอง (Fejervaya limnocharis) และอึ่งน้ำเต้า (Microhyla fissipes)

ทรัพยากรปลา
           ทรัพยากรปลาที่พบในบริเวณพรุหนองจำรุง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง วันที่ 11 กรกฎาคม 2551 พบความหลากชนิดของปลาจำนวน 14 ครอบครัว (families) 28 ชนิด (species) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 10 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 35.71 รองลงมาได้แก่ ครอบครัว Belontiidae จำนวน 5 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 17.86 และ Channidae จำนวน 2 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 7.14 และอีก 11 ครอบครัวพบเพียงครอบครัว 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 3.57

           ทรัพยากรปลาที่พบยังเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 7 ชนิด ได้แก่ ปลาสลิด (Trichogaster pectoralis) ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาตะเพียนขาว (Barbonymus gonionotus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) และปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 11 ชนิด ได้แก่ ปลาแป้นแก้ว (Parambassis siamensis) ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) ปลากริมสี (Trichopsis pumillus) ปลากัดไทย (Betta splendens) ปลาซิวหางแดง (Rasbora borapectensis) ปลาซิวครีบแดง (Rasbora rubrodorsalis) ปลาซิวหนวด (Esomus metallicus) ปลาตะเพียนทราย (Puntius brevis) ปลาหลดท้องลาย (Macrognathus circumcinctus) และปลาเสือข้างลาย (Systomus partipentaxona) เป็นต้น

           สถานภาพของทรัพยากรปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุหนองจำรุง เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพ โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 ไม่พบชนิดปลาที่กำหนดไว้โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) แต่เมื่อพิจารณาตามภาวะการณ์ถูกคุกคามในประเทศไทยตามสถานภาพ เพื่อการอนุรักษ์ของ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบทรัพยากรปลา ซึ่งอยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable,VU) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) สถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลากัดไทย (Betta splendens) และสถานภาพข้อมูลไม่เพียงพอ (Data Deficient, DD) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาซิวเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ (Amblypharyngodon chulabhornae)

สาหร่าย
           จากการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของพรุหนองจำรุงสำรวจพบและสามารถจัดจำแนกสาหร่ายได้ทั้งสิ้น 3 ดิวิชัน 5 สกุล 7 ชนิด ดิวิชันที่สำรวจพบได้แก่ Cyanophyta 1 สกุล Chlorophyta 3 สกุล Chrysophyta 1 สกุล โดยดิวิชัน Chlorophyta มีความหลากหลายมากที่สุดประกอบด้วย 3 สกุล 5 ชนิด

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
           1) การเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า พื้นที่พรุมีลักษณะเป็นพื้นที่แก้มลิงตามธรรมชาติ ในการเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่าของพื้นที่ลุ่มหลังสันทราย จากน้ำฤดูฝนในพื้นที่ลุ่มน้ำ
           2) การดักตะกอนและแร่ธาตุ เป็นพื้นที่ดักตะกอนและแร่ธาตุที่มากับน้ำในลุ่มน้ำ อย่างไรก็ตามเนื่องจากชุมชนและอุตสาหกรรมที่อยู่ต้นน้ำมีการขยายตัวสูงเกินขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่  จึงส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและการเจริญเติบโตของสังคมพืชในน้ำ
           3) แหล่งทรัพยากรและผลผลิตธรรมชาติ เป็นแหล่งทรัพยากรป่าไม้ พบพรรณไม้ทั้งสิ้น
222 ชนิด จาก 175 สกุล 82 วงศ์ พบสัตว์ 48 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิด นก 38 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 4 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 ชนิด พบปลา 14 ครอบครัว 28 ชนิด สำหรับ ทรัพยากรปลาที่พบเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 7 ชนิด ได้แก่ ปลาสลิด (Trichogaster pectoralis) ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาตะเพียนขาว (Barbonymus gonionotus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) และปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 11 ชนิด
           4) แหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืชและสัตว์ พรุหนองจำรุงเป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีความสำคัญ พืชหายาก 4  ชนิด เป็น New species 1 ชนิด พบปลาซึ่งอยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable,VU) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) สถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลากัดไทย (Betta splendens) และสถานภาพข้อมูลไม่เพียงพอ (Data Deficient, DD) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาซิวเจ้าฟ้า จุฬาภรณ์ (Amblypharyngodon chulabhornae)
           5) ด้านนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหาร ของปลาน้ำจืด มีสภาพทางนิเวศวิทยาแหล่งน้ำในป่าเสม็ดขาว และทุ่งหญ้าจะเป็นแหล่งอาหาร แหล่งเพาะพันธ์วางไข่และอนุบาลวัยอ่อนในฤดูน้ำหลากได้เป็นอย่างดี สภาพทางนิเวศวิทยาแหล่งน้ำโดยรวมยังเอื้อต่อความหลากชนิดและความชุกชุมของทรัพยากรปลา
           6) การดักสารมลพิษ เป็นแหล่งน้ำที่รับน้ำเสียจากพื้นที่การเกษตร อุตสาหกรรม และชุมชน

การใช้ประโยชน์
           1) ด้านนันทนา มีการใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้จัดให้มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
           2) ประมง การจับสัตว์น้ำ การหาปลาในพื้นที่พรุเพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน
           3) วัตถุดิบ เป็นแหล่งกระจูดเพื่อทำหัตถกรรมในครัวเรือนของชุมชนในพื้นที่
           4) การหาของป่า เพื่อการบริโภคในครัวเรือน ที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล และมีอยู่ตลอดปี เช่น เห็ด และพืชผักตามธรรมชาติ
           5) การใช้น้ำ เป็นแหล่งน้ำดิบและการใช้น้ำของหน่วยงานราชการ
           6) เป็นที่ตั้งและการดำเนินงานรวบรวมพันธุ์พืชภาคตะวันออก องค์การสวนพฤกษศาสตร์ และพื้นที่พัฒนาที่พักผ่อนของเทศบาล

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่พรุ
           1) การสูญเสียที่ดิน/พื้นที่พรุ การสูญเสียพื้นที่พรุเนื่องจากการขุดลอกดินและพืชหน้าดิน เพื่อการปรับปรุงพื้นที่ของหน่วยงาน
           2) การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่ โดยการขุดเป็นบ่อน้ำและทำลายพื้นที่พรุ รวมทั้งการทำคันกั้นระบบน้ำ         
           3) การใช้ทรัพยากรไม่ถูกวิธี จากการลักลอบตัดไม้และหาของป่า เนื่องจากยังไม่มีการวางหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
           4) การจัดการน้ำไม่เหมาะสม จากการปรับปรุงพื้นที่แบ่งพื้นที่พรุออกเป็นส่วนๆ การขุดและทำคันดินปิดกั้นระบบน้ำออกเป็นส่วนๆ

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพรุ
           1) การพัฒนาชุมชนและบริการ ปรับพื้นที่เพื่อการก่อสร้างทำให้ปิดกั้นและเปลี่ยนแปลงระบบน้ำ      
           2) การพัฒนาอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ต้นน้ำทิ้งน้ำเสีย กิจกรรมขุดและล้างทรายมีผลกระทบต่อระบบและคุณภาพน้ำ

การมีส่วนร่วมของชุมชน
           ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พื้นที่พรุ เช่น มีการจัดตั้งกลุ่มกระจูด กลุ่มอนุรักษ์บึงสำนักใหญ่

รายละเอียดเพิ่มเติม >>