หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

พรุวังโตนด


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลวังโตนด อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี
เนื้อที่ 213 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 819000N 1404000E
พิกัดมุมล่างขวาที่ 821000N 1402000E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 213 ไร่ มีลักษณะเป็นที่ราบที่ผ่านการใช้ประโยชน์พื้นที่ ปกคลุมด้วยสังคมพืชหลายชนิด

ประเภท/ที่ดิน
- ประเภทพรุในที่ราบลุ่มน้ำท่วมขังในฤดูน้ำหลาก
- ที่สาธารณะ

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะความเป็นพรุที่สมบูรณ์
- อบต.วังโตนด

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           บริเวณที่มีน้ำท่วมขังจะมีเสม็ด  Melaleuca cajuputi Powell  ขึ้นปกคลุมเป็นไม้เด่นในพื้นที่ ส่วนบริเวณที่ชื้นแฉะแต่น้ำไม่ท่วมขังตลอดปี จะเป็นพรรณไม้ในสังคมพืชป่าดิบแล้ง เช่น ลำดวน Melodorum fruticosum Lour. มะพอก Parinari anamense Hance ขันทองพยาบาท Suregada multiflorum (A.Juss.) Baill. ชะมวง Garcinia cowa Roxb. ex DC. นนทรีป่า Peltophorum dasyrrachis (Miq.) Kurz  และหาด Artocarpus lacucha Roxb. ex Buch.-Ham. เป็นต้น ส่วนไม้พื้นล่างนอกจากจะพบพรรณไม้ทั่วไปที่พบในป่าพรุแล้ว บริเวณชายป่าที่ชื้นแฉะยังพบหญ้าพยาธิ Spigelia anthelmia L. พรรณไม้สกุลใหม่ของไทยขึ้นเป็นหย่อมขนาดเล็กอีกด้วย

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           จากการสำรวจภาคสนามในวันที่ 4-5 ตุลาคม 2551 พบว่า มีสัตว์ป่าที่พบเห็นตัวโดยตรง 32 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 1 ชนิด นก 25 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 3 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 ชนิด ดังรายละเอียดดังนี้

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
           สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จากการดักกรงเพื่อสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวน 20 กรง ไม่สามารถดักจับสัตว์ได้เลย แต่จากการสังเกตพบว่า มี กระเล็นขนปลายหูสั้น (Tamiops mcclellandii) กำลังหากินในป่าเสม็ดขาว Melalueca quinquenervia (Cav.) S.T.Blake ริมทางหลวงหมายเลข 3399 ซึ่งตัดผ่านพื้นที่ป่าทางตอนเหนือ

นก
            นก พบนกอาศัยอยู่บริเวณป่าพรุไม่น้อยกว่า 25 ชนิด เป็นนกอพยพ 4 ชนิด ได้แก่ นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกนางแอ่นบ้าน (Hirundo rustica) นกแซงแซวหางปลา (Dicrurus macrocercus) และนกอีเสือสีน้ำตาล (Lanius cristatus) ส่วนนกประจำถิ่นอื่นๆ อีก 22 ชนิด ซึ่งทุกชนิดเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป ได้แก่ นกกระแตแต้แว้ด (Vanellus indicus) นกกาเหว่า (Endynamys scolopacea) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกจาบคาหัวสีส้ม (Merops leschenaulti) นกปรอดหน้านวล (Pycnonotus goiavier) นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกเอี้ยงหงอน (Acridotheres grandis) เป็นต้น

สัตว์เลื้อยคลาน
           สัตว์เลื้อยคลาน ในการสำรวจภาคสนาม พบสัตว์เลื้อยคลานโดยตรง 3 ชนิด ได้แก่ จิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus) จิ้งจกหางแบน (Cosymbotus craspedotus) และงูแสงอาทิตย์ (Xenopeltis unicolor)

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
           
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สำรวจพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 ชนิด คือ เขียดจะนา (Occidozyga lima)  กบหนอง (Fejervaya limnocharis) และอึ่งข้างดำ (Microhyla heymonsi)

ทรัพยากรปลา
           ทรัพยากรปลาที่พบในบริเวณพรุวังโตนด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี วันที่ 12 กรกฎาคม 2551 พบความหลากชนิดของปลาจำนวน 7 ครอบครัว (families) 13 ชนิด (species) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 6 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 46.15 รองลงมา Belontiidae จำนวน 2 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 15.38 และอีก 5 ครอบครัว พบครอบครัวละ 1 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 7.69

           ทรัพยากรปลาที่พบยังเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 3 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) และปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 6 ชนิด ได้แก่ ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) ปลาซิวหนู (Boraras urophthalmoides) ปลาซิวหางแดง (Rasbora borapectensis) ปลาซิวครีบแดง (Rasbora rubrodorsalis) และปลาซิวหนวด (Esomus metallicus) และปลาซิวควาย (Rasbora sumatrana) เป็นต้น

           สถานภาพของปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุวังโตนด เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพโดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 ไม่พบชนิดปลาที่กำหนดไว้โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) แต่เมื่อพิจารณาตามภาวะการณ์ถูกคุกคามในประเทศไทยตามสถานภาพเพื่อการอนุรักษ์ของสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบปลาจำนวน 3 ชนิด ที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable,VU) จำนวน 2 ชนิด คือ ปลาซิวหนู (Boraras urophthalmoides) และปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) และสถานภาพข้อมูลไม่เพียงพอ (Data Deficient, DD) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาซิวเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ (Amblypharyngodon chulabhornae)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
           1) การเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า เนื่องจากเป็นพรุตั้งอยู่ในที่ลุ่มซึ่งเป็นที่รับน้ำช่วงที่น้ำหลาก
           2) การดักตะกอนและแร่ธาตุ เป็นพื้นที่ดักตะกอนในลุ่มน้ำ พื้นที่พรุจะมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยธาตุอาหารของพืช
           3) แหล่งทรัพยากร/ผลผลิตธรรมชาติ พบพรรณไม้ในป่าพรุวังโตนดทั้งสิ้น 211 ชนิด จาก
165 สกุล 85 วงศ์ พบสัตว์ 35 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 1 ชนิด นก 25 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 4 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด พบปลา 7 ครอบครัว 13 ชนิด สำหรับทรัพยากรปลาที่พบยังเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 3 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) และปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 6 ชนิ
           4) เป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืชและสัตว์ ที่มีความสำคัญเป็นพืชหายาก  4  ชนิด  New generic record  1  ชนิด   New species  1  ชนิด พบปลาซึ่งอยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable,VU) จำนวน 2 ชนิด คือ ปลาซิวหนู (Boraras urophthalmoides) และปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) และสถานภาพข้อมูลไม่เพียงพอ (Data Deficient, DD) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาซิวเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ (Amblypharyngodon chulabhornae)
           5) ด้านนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหาร เป็นแหล่งน้ำที่เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำภายนอก มีน้ำท่วมขังในฤดูน้ำฝน และเป็นที่อพยพของทรัพยากรปลาเข้ามาอาศัยเพื่อหาอาหารและเพาะพันธุ์ในฤดูน้ำหลาก และเป็นที่อยู่อาศัยของปลาที่มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ถึง 2 ชนิด

การใช้ประโยชน์
           1) ด้านนันทนาการ เป็นพื้นที่ป่า ที่พักผ่อนของชุมชน
           2) การประมง การหาปลาในช่วงน้ำหลาก  
           3) หาของป่า การหาของป่าประเภท เห็ด และพืชผักตามฤดูกาล
           4) การใช้น้ำ  พื้นที่พรุบางส่วนถูกขุดเป็นที่เก็บน้ำ เป็นแหล่งน้ำสำรองของชุมชน

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่พรุ
           1) การสูญเสียที่ดิน/พื้นที่พรุ จากการขุดเป็นที่เก็บน้ำ
           2) การใช้ทรัพยากรไม่ถูกวิธี จาการลักลอบตัดไม้ เนื่องจากชุมชนยังไม่มีการจัดการให้มีข้อตกลงการใช้ทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืน
           3) การจัดการน้ำไม่เหมาะสม การทำร่องน้ำด้านข้างพื้นที่พรุทำให้น้ำระบายออกจากพรุ
           4) การใช้ประโยชน์ที่ดิน/กิจกรรมที่ขัดแย้ง จะมีการใช้พื้นที่พรุก่อสร้างสำนักงานของ อบต. รวมทั้งการเปลี่ยนพื้นที่พรุเป็นที่เก็บน้ำ ส่งผลกระทบต่อการสูญเสียพื้นที่พรุ
           5) การแพร่ระบาดของพืชและสัตว์ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เนื่องจากการนำพืชต่างถิ่นเข้ามาปลูกในส่วนพื้นที่พรุแห้ง

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพรุ
           1) โครงการพัฒนา จากการก่อสร้างถนนตัดผ่านพื้นที่พรุ และการทำถนนเข้าพื้นที่ทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าและกระทบต่อระบบน้ำ
           2) การพัฒนาชุมชนและบริการ การขยายตัวของชุมชนโดยรอบพื้นที่พรุ มีการปรับที่ดินเพื่อการก่อสร้างมีผลกระทบต่อระบบน้ำ

การมีส่วนร่วมของชุมชน
           ประชากรทั้งสองหมู่บ้านส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาสามารถอ่านออกเขียนได้ มีประชากรเพียงร้อยละ 8 ของประชากรทั้งหมด ได้รับการอบรม ด้านอาชีพ ด้านการศึกษา และด้านสุขภาพอนามัย การมีส่วนร่วมของชุมชน ครัวเรือนมากกว่าร้อยละ 80 มีการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของชุมชน และมีการรวมกลุ่มโดยเป็นสมาชิกกลุ่ม สหกรณ์ กองทุน ในหมู่บ้านมีศูนย์การเรียนรู้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน จำนวน 2 แห่ง

รายละเอียดเพิ่มเติม >>