หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

พรุแม่รำพึง


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใน ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เนื้อที่ประมาณ : 1,870 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 557000N 1246000E
พิกัดมุมล่างขวาที่ 561000N 1241000E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 1,870 ไร่ มีลักษณะที่ลุ่ม บางส่วนของพื้นที่มีน้ำขัง และได้รับอิทธิพลของน้ำทะเล

ประเภท/ที่ดิน
- ประเภทพรุในที่ลุ่มหลังสันทราย
- พื้นที่อนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะพรุที่สมบูรณ์
- วนอุทยานแม่รำพึง

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           พรุแม่รำพึงเป็นป่าพรุที่ต่อเนื่องกับป่าสวนสน จึงมีพรรณไม้ของทั้งสองป่าขึ้นปะปนกันในแนวเชื่อมต่อ บริเวณที่เป็นป่าพรุมีสภาพค่อนข้างเสื่อมโทรม เนื่องจากมีการบุกรุกจนป่าเปลี่ยนสภาพ พรรณไม้ที่พบนอกจากเสม็ดแล้วยังพบ ปอทะเล (Hibiscus tiliaceus) และโพทะเล (Thespesia populnea) เป็นต้น ส่วนบริเวณที่เป็นป่าชายเลนและต่อเนื่องกับป่าชายเลน จะพบตะบูนขาว (Xylocarpus granatum) ตะปูนดำ (Xylocarpus moluccensis) โกงกางหัวสุม (Bruguiera gymnorrhiza) โกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) และโกงกางใบใหญ่ (Rhizophora mucronata)

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           การรวบรวมข้อมูลทางด้านทรัพยากรสัตว์ป่าบริเวณพรุแม่รำพึง ได้ทำการสำรวจโดยตรงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยทำการสำรวจภาคสนามในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2551 พบว่า มีสัตว์ป่าที่พบเห็นตัวโดยตรง 65 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 5 ชนิด นก 34 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 17 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 9 ชนิด ดังรายละเอียดดังนี้

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
           จากการดักกรงเพื่อสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวน 20 กรง ติดต่อกัน 1 คืน สามารถดักจับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิด คือ หนูท้องขาว (Rattus tiomanicus) ตัวผู้
เต็มวัย 3 ตัว ตัวเมียเต็มวัย 1 ตัว กระแตเหนือ (Tupaia belangeri) ตัวเมียเต็มวัย 1 ตัว ส่วนการดักตาข่ายจับได้ค้างคาวขอบหูขาวกลาง (Cynopterus sphinx) ตัวผู้เต็มวัย 1 ตัว ตัวเมียเต็มวัย 1 ตัว และค้างคาวขอบหูขาวเล็ก (Cynopterus brachyotis) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นที่สังเกตเห็น คือ กระรอกปลายหางดำ (Callosciurus caniceps)

นก
            จากการสำรวจพบว่ามีนกไม่น้อยกว่า 34 ชนิด ช่วงเวลาที่สำรวจไม่พบนกอพยพเนื่องจากไม่ใช่ฤดูกาลที่นกอพยพ ส่วนนกประจำถิ่น ซึ่งทุกชนิดเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น นกเป็ดผีเล็ก (Tachybaptus ruficollis) นกกาน้ำเล็ก (Phalacrocorax niger) เหยี่ยวขาว (Elanus caeruleus) นกกวัก (Amaurornis phoenicurus) นกกระแตแต้แว้ด (Vanellus indicus) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกกระปูดเล็ก (Centropus bengalensis) นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกจาบคาคอสีฟ้า (Merops viridis) นกปรอดสวน(Pycnonotus blanfordi) นกแอ่นกินรัง (Collocalia fuciphaga) นกแอ่นตาล (Cypsiurus balasiensis) อีกา (Corvus macrorhynchos) นกจาบคาคอสีฟ้า (Merops viridis) นกจาบคาหัวเขียว (Merops philippinus) นกตีทอง (Megalaima haemacephala) นกขมิ้นน้อยสวน (Aegithina tiphia) นกปรอดสวน (Pycnonotus blanfordi) นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกเอี้ยงหงอน (Acridotheres grandis) นกกินปลีคอสีน้ำตาล (Anthreptes malacensis) นกกินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis) เป็นต้น

สัตว์เลื้อยคลาน
           ในการสำรวจภาคสนาม พบสัตว์เลื้อยคลานโดยตรง 17 ชนิด เช่น ตะพาบน้ำ (Pelochelys bibroni) เต่านา (Malayemys subtrijuga) จิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus) จิ้งจกหางแบน (Cosymbotus platyurus) กิ้งก่าหัวแดง (Calotes versicolor) แย้ใต้ (Leiolepis belliana belliana) จิ้งเหลนบ้าน (Mabuya multifasciata) เหี้ย (Varanus salvator) งูเหลือม (Python reticalatus) งูไซ (Enhydris bocourti) งูสิงบ้าน (Ptyas korros) งูเขียวดอกหมาก (Chrysopelea ornata) งูเขียวหัวจิ้งจก (Ahaetulla prasina) เป็นต้น

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
           
สำรวจพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 9 ชนิด ได้แก่ คางคกบ้าน (Duttaphrynus melanostictus) กบหนอง (Fejervaya limnocharis) เขียดตะปาด (Polypedates leucomystax) กบนา (Hoplobatrachus chinensis) เขียดจะนา (Occidozyga lima) เขียดจิก (Hylarana erythraea) อึ่งอ่างบ้าน (Kaloula pulchra) อึ่งข้างดำ (Microhyra heymonsi) และอึ่งลายเลอะ (Microhyla berdmorei)

ทรัพยากรปลา
           ทรัพยากรปลาที่พบในบริเวณพรุแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 15 ตุลาคม 2551 พบความหลากชนิดของปลาจำนวน 19 ครอบครัว (families) 29 ชนิด (species) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 5 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 17.24 รองลงมา Belontiidae จำนวน 4 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 13.79 ครอบครัว Ambassidae จำนวน 3 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 10.34 ครอบครัว Channidae จำนวน 2 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 6.90 และอีก 15 ครอบครัวพบเพียงครอบครัว 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 3.45

           ปลาที่สามารถปรับตัวเข้ากับแหล่งน้ำนิ่งที่มีการทับถมของซากพืชได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ปลากระดี่หม้อ (Trichogaster trichopterus) ปลากริมควาย (Trichopsis vittatus) ปลาช่อน (Channa striata) ปลากระสง (Channa lucius) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) และปลาไหลนา (Monopterus albus) เป็นต้น ในบริเวณพื้นที่ที่มีน้ำหลากมักจะพบปลาที่อพยพเข้ามาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีพรรณไม้หนาแน่น เป็นแหล่งอาหารและเพาะพันธุ์วางไข่ ได้แก่ ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลาซิวหนวด (Esomus metallicus) และปลาซิวควาย (Rasbora sumatrana) เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบปลาที่อาศัยในบริเวณชายฝั่งทะเลหรือน้ำกรอย-น้ำเค็มกว่า 6 ครอบครัว 7 ชนิด คือ ครอบครัว Ambassidae ได้แก่ ปลาแป้น (Ambassis vachelli)ปลาแป้น (A. kopsi) ครอบครัว Eleotridae ได้แก่ ปลาบู่จาก (Buis butis) ครอบครัว Gerreidae ได้แก่ ปลาดอกหมกครีบสั้น (Gerras abbreviatus) ครอบครัว Mugilidae ได้แก่ ปลากระบอก (Liza subviridis) ครอบครัว Scatophagidae ได้แก่ ปลาตะกรับ (Scatophagus argus) และครอบครัว Terapontidae ได้แก่ ปลาข้างตะเภา (Terapon jarbua) เป็นต้น ปลาเหล่านี้สามารถปรับตัวเข้ามาอาศัยในบริเวณน้ำจืดและน้ำกร่อยได้และทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้

           ทรัพยากรปลาที่พบยังเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 7 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลากดเหลือง (Mystus nemurus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลากระบอก (Liza subviridis) ปลาตะกรับ (Scatophagus argus) และปลาไหลนา (Monopterus albus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 13 ชนิด ได้แก่ ปลาแป้นแก้ว (Parambassis siamensis) ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) ปลากริมสี (Trichopsis pumillus) ปลากัดไทย (Betta splendens) ปลาซิวหนวด (Esomus metallicus) ปลาตะเพียนทราย (Puntius brevis) และหลดท้องลาย (Macrognathus circumcinctus) เป็นต้น

           สถานภาพของปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุแม่รำพึง เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพโดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 ไม่พบชนิดปลาที่กำหนดไว้โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) แต่เมื่อพิจารณาตามภาวะการณ์ถูกคุกคามในประเทศไทย ตามสถานภาพเพื่อการอนุรักษ์ของ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบว่าปลาจำนวน 1 ชนิด ซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัย ตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) คือ ปลากัดไทย (Betta splendens)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
           1) การเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า เป็นพื้นที่ลุ่มหลังสันดอนทรายเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า ก่อนระบายลงสู่ทะเล
           2) การดักตะกอนและแร่ธาตุ เป็นพื้นที่ดักตะกอนและแร่ธาตุจากพื้นที่โดยรอบซึ่งเป็นชุมชน พื้นที่การเกษตร และอุตสาหกรรม
           3) การป้องกันน้ำเค็มรุกเข้าแผ่นดิน โดยน้ำจืดที่มาจากลุ่มน้ำเข้าพื้นที่พรุช่วยผลักดันน้ำเค็มที่เข้ามาตามคลองแม่รำพึง มิให้ลึกเข้ามาในแผ่นดิน
           4) แหล่งทรัพยากร/ผลผลิตธรรมชาติ เป็นแหล่งทรัพยากรด้านป่าไม้ สัตว์ป่า และการประมงที่สมบูรณ์ พบพรรณไม้ป่าพรุทั้งสิ้น 194 ชนิด จาก 155 สกุล 73 วงศ์ พบสัตว์ 65 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 5 ชนิด นก 34 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 17 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 9 ชนิด พบปลา 19 ครอบครัว  29 ชนิด ทรัพยากรปลาที่พบยังเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 7 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลากดเหลือง (Mystus nemurus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลากระบอก (Liza subviridis) ปลาตะกรับ (Scatophagus argus) และปลาไหลนา (Monopterus albus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 13 ชนิด
           5) เป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืชและสัตว์ เป็นพืชหายาก 3 ชนิด พบสัตว์สถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 2 ชนิด ปลาจำนวน 1 ชนิด ซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) คือ ปลากัดไทย (Betta splendens)
           6) ด้านนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหาร มีสถานภาพทางนิเวศวิทยาแหล่งน้ำของพรุแม่รำพึง  เป็นพื้นที่พรุที่มีเสม็ดขาวหนาแน่น บางพื้นที่มีพรรณไม้น้ำหนาแน่น เช่น จูดและจาก เป็นต้น มีลำน้ำไหลผ่านหลายสาย และเชื่อมต่อกับระบบนิเวศป่าชายเลน นิเวศวิทยาแหล่งน้ำ บริเวณตอนบนของพื้นที่พรุเป็นพื้นที่สูงไม่ค่อยมีน้ำขัง และน้ำจะท่วมขังได้ในฤดูฝนหรือน้ำหลาก ส่วนตอนล่างได้รับอิทธิพลของลำน้ำ ที่ไหลผ่านและการขึ้นลงของน้ำทะเลจากป่าชายเลน จึงมีความสำคัญระบบนิเวศสังคมพืชและสัตว์น้ำจืดและน้ำกร่อยในส่วนของลำน้ำเป็นแหล่งน้ำที่รับน้ำจากนอกพื้นที่พรุ
           7) การดักสารมลพิษ เป็นแหล่งน้ำที่รับน้ำจากพื้นที่การเกษตร ชุมชน และอุตสาหกรรม

การใช้ประโยชน์
           1) นันทนาการ เป็นพื้นที่ศึกษาเรียนรู้แหล่งธรรมชาติควบคู่กับวนอุทยานแม่รำพึง
           2) การประมง เป็นแหล่งหาปลาของชุมชน เนื่องจากมีสัตว์น้ำชุกชุม
           3) วัตถุดิบ ชุมชนใช้ใบจากเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตมวนยาสูบ
           4) หาของป่า ตามฤดูกาล เช่นเห็ด และพืชผักตามธรรมชาติ              
           5) อื่นๆ เป็นพื้นที่สัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติของชุมชน

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่พรุ
           1) การสูญเสียที่ดิน/พื้นที่พรุ เกิดจากการออกเอกสารสิทธิ์ทับที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน และที่วนอุทยานแม่รำพึง
           2) การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่ การปรับพื้นที่เพื่อการเกษตรมีผลกระทบต่อระบบน้ำ           
           3) การจัดการน้ำไม่เหมาะสม พื้นที่บางส่วนของพรุถูกปิดกั้นระบบน้ำ และการขุดคูน้ำด้านข้างพื้นที่ทำให้พื้นที่พรุบางส่วนมีสภาพเป็นพรุแห้ง

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพรุ
           1) โครงการพัฒนา การก่อสร้างถนนเข้าพื้นที่และที่อยู่โดยรอบพื้นที่พรุกระทบต่อระบบน้ำของพื้นที่พรุ
           2) การพัฒนาอุตสาหกรรม การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมในพื้นที่โดยไม่มีการวางแผนการใช้ที่ดิน และมีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม กระทบต่อระบบน้ำและการใช้ที่ดินที่ขัดแย้งกับการอนุรักษ์                

การมีส่วนร่วมของชุมชน
           - ประชากรในหมู่บ้านส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาสามารถอ่านออกเขียนได้ มีประชากร ร้อยละ 48.47 ของประชากรทั้งหมด ได้รับการอบรมด้านอาชีพ ด้านการศึกษา และด้านสุขภาพอนามัย
           - การมีส่วนร่วมของชุมชน ครัวเรือนมากกว่าร้อยละ 90 มีการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของชุมชน และมีการรวมกลุ่มโดยเป็นสมาชิกกลุ่ม สหกรณ์ กองทุน

รายละเอียดเพิ่มเติม >>