หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

พรุกระชิง


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร
เนื้อที่ 382 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 547000N 1205000E
พิกัดมุมล่างขวาที่ 550000N 1203000E 

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 382 ไร่ มีลักษณะเป็นที่ลุ่ม พื้นที่บางส่วนมีน้ำท่วมขัง พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยสังคมพืชเสม็ด

ประเภท/ที่ดิน
- ประเภทพรุในที่ลุ่มหลังสันทราย
- ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะพรุที่สมบูรณ์
- อบต.ปากคลอง

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           พรรณไม้ที่พบในป่าพรุกระชิง พรุขวางตะวัน และพรุหลังสันทราย จังหวัดชุมพร ป่าพรุทั้ง 3 แห่ง เป็นพรุที่เกิดหลังสันทราย และถูกรบกวนอย่างต่อเนื่อง จึงพบเสม็ดขึ้นทดแทนเป็นผืนใหญ่ บริเวณที่ดอนริมขอบพรุจะพบพรรณไม้ในป่าดิบแล้งขึ้นปะปน เช่น ขันทองพยาบาท (Suregada multiflorum) ติ้วขาว (Cratoxylum  formosum) สันโสก (Clausena excavata) เพลี้ยกระทิง (Euodia meliaefolia) และพลับพลา (Microcos tomentosa) บริเวณสันทราย พบ ปลาไหลเผือก (Eurycoma longifolia) ถอบแถบเครือ (Connarus semidecandrus) และเตยทะเล (Pandanus sp.) เป็นต้น บริเวณที่น้ำท่วมขังมักพบ จูดหนู (Eleocharis ochrostachys) กระจูด (Lepironia articulate) และหญ้าสามคม (Scleria levis)

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           การรวบรวมข้อมูลทางด้านทรัพยากรสัตว์ป่าบริเวณพรุกระชิง ได้ทำการสำรวจโดยตรงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยทำการสำรวจภาคสนามในวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2551 พบว่า มีสัตว์ป่าที่พบเห็นตัวโดยตรง 42 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 7 ชนิด นก 24 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 6 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด ดังรายละเอียดดังนี้

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
           จากการดักกรงเพื่อสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวน 20 กรง ติดต่อกัน 1 คืน สามารถดักจับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิด คือ หนูท้องขาว (Rattus tiomanicus) ตัวผู้เต็มวัย 2 ตัว ตัวเมียเต็มวัย 1 ตัว กระแตเหนือ (Tupaia belangeri) ตัวผู้เต็มวัย 1 ตัว และหนูพุกใหญ่ (Bandicota indica) ตัวเมียเต็มวัย 2 ตัว ส่วนการดักตาข่ายจับได้ ค้างคาวขอบหูขาวกลาง (Cynopterus sphinx) ตัวผู้เต็มวัย 1 ตัว ตัวเมียเต็มวัย 2 ตัว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นที่สังเกตเห็นได้แก่ กระรอกปลายหางดำ (Callosciurus caniceps) กระจ้อน (Menetes berdmorei) และพังพอนเล็ก (Herpestes javanicus)

นก
            จากการสำรวจพบว่ามีนกไม่น้อยกว่า 24 ชนิด ช่วงเวลาที่สำรวจไม่พบนกอพยพเนื่องจากไม่ใช่ฤดูกาลที่นกอพยพ ส่วนนกประจำถิ่น ซึ่งทุกชนิดเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น นกกระแตแต้แว้ด (Vanellus indicus) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกกระปูดเล็ก (Centropus bengalensis) นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกจาบคาคอสีฟ้า (Merops viridis) นกปรอดหน้านวล (Pycnonotus goiavier) อีกา (Corvus macrorhynchos) นกกินแมลงป่าฝน (Malacocincla abbotti) นกจาบคาคอสีฟ้า (Merops viridis) นกจาบคาหัวเขียว (Merops philippinus) นกตีทอง (Megalaima haemacephala) นกขมิ้นน้อยสวน (Aegithina tiphia) นกปรอดสวน (Pycnonotus blanfordi) นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกเอี้ยงหงอน (Acridotheres grandis) นกกินปลีคอสีน้ำตาล (Anthreptes malacensis) นกกินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis) เป็นต้น

สัตว์เลื้อยคลาน
           ในการสำรวจภาคสนาม พบสัตว์เลื้อยคลานโดยตรง 6 ชนิด ได้แก่ จิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus) จิ้งจกหางแบน (Cosymbotus platyurus) กิ้งก่าหัวแดง (Calotes versicolor) งูสายรุ้งลายขีด (Enhydris enhydris) งูสิงบ้าน (Ptyas korros) และงูเห่า (Naja sp.)

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
           
สำรวจพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด คือ คางคกบ้าน (Duttaphrynus melanostictus) กบหนอง (Fejervaya limnocharis) เขียดตะปาด (Polypedates leucomystax)  อึ่งลายเลอะ (Microhyla berdmorei) และอึ่งข้างดำ (Microhyra heymonsi)

ทรัพยากรปลา
           ทรัพยากรปลาที่พบในบริเวณพรุกระชิง อำเภอประทิว จังหวัดชุมพร วันที่ 16 ตุลาคม 2551 พบความหลากชนิดของปลาจำนวน 18 ครอบครัว (families) 26 ชนิด (species) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Belontiidae และ Cyprinidae จำนวนครอบครัวละ 4 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 15.39 รองลงมา Channidae จำนวน 2 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 7.69 และอีก 15 ครอบครัว พบเพียงครอบครัวละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 3.85 ตามลำดับ

           จากการศึกษาความหลากชนิดของทรัพยากรปลาในบริเวณพรุกระชิง อำเภอประทิว จังหวัดชุมพร จำนวน 3 สถานี พบว่า ชนิดปลาที่พบมีความหลากชนิดใกล้เคียงกันทั้ง 3 สถานี และเป็นชนิดปลาที่กระจายอยู่ในบริเวณพรุกระชิง ปลาส่วนใหญ่เป็นปลาที่พบในแหล่งน้ำทั่วๆ ไป และเป็นปลาที่สามารถปรับตัวเข้ากับแหล่งน้ำนิ่งที่มีการทับถมของซากพืชได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ปลากระดี่หม้อ (Trichogaster trichopterus) ปลากริมควาย (Trichopsis vittatus) และปลาหมอไทย (Anabas testudineus) เป็นต้น ขณะเดียวกันยังพบปลาทะเลหรือน้ำกร่อยหลายชนิด เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้และมีการเชื่อมต่อกับชายฝั่งทะเลทำให้ได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง โดยพบชนิดปลากว่า 7 ครอบครัว 7 ชนิด เช่น ครอบครัว Eleotridae ได้แก่ ปลาบู่จาก (Buis butis) ครอบครัว Gerreidae ได้แก่ ปลาดอกหมกครีบสั้น (Gerras abbreviatus) ครอบครัว Mugilidae ได้แก่ ปลากระบอก (Liza subviridis) ครอบครัว Scatophagidae ได้แก่ ปลาตะกรับ (Scatophagus argus) ครอบครัว Terapontidae ได้แก่ ปลาข้างตะเภา (Terapon jarbua) และครอบครัว Toxotidae ได้แก่ ปลาเสือพ่นน้ำ (Toxotes jaculatrix) เป็นต้น ปลาเหล่านี้สามารถปรับตัวเข้ามาอาศัยในบริเวณน้ำจืดและน้ำกร่อยได้และทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้

           ทรัพยากรปลาที่พบยังเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 7 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลากระบอก (Liza subviridis) ปลาตะกรับ (Scatophagus argus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) และปลาหมอช้างเหยียบ (Pristolepis fasciatus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 11 ชนิด ได้แก่ ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) ปลากริมสี (Trichopsis pumillus) ปลากัดไทย (Betta splendens) ปลาซิวหนวด (Esomus metallicus) ปลาซิวหางกรรไกร (Rasbora trilineata) ปลาซิวควาย (Rasbora sumatrana) หลดท้องลาย (Macrognathus circumcinctus) และปลาเสือพ่นน้ำ (Toxotes jaculatrix) เป็นต้น

           สถานภาพของปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุกระชิง เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพโดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 ไม่พบชนิดปลาที่กำหนดไว้โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) แต่เมื่อพิจารณาตามภาวะการณ์ถูกคุกคามในประเทศไทยตามสถานภาพเพื่อการอนุรักษ์ของสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบว่าปลาจำนวน 1 ชนิด ซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) คือ ปลากัดไทย (Betta splendens)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
           1) การเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า ในพื้นที่ลุ่มตอนในของหลังสันทรายที่ยังคงได้รับอิทธิพลของน้ำทะเล ในฤดูฝนพื้นที่บริเวณนี้เป็นแหล่งรับน้ำตามธรรมชาติ จึงมีบทบาทเป็นพื้นที่แก้มลิงตามธรรมชาติ ทำหน้าที่เก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า
           2) เป็นพื้นที่ดักตะกอนและแร่ธาตุที่มากับน้ำในลุ่มน้ำก่อนระบายลงสู่คลองบางดาน และการดักตะกอนและแร่ธาตุที่มากับน้ำขึ้น-ลงของน้ำทะเล
           3) การป้องกันน้ำเค็มรุกเข้าแผ่นดิน น้ำจืดจากพื้นที่ลุ่มน้ำที่เก็บกักในพื้นที่พรุดันน้ำทะเล จึงเป็นพื้นที่ช่วยป้องกันน้ำเค็มหนุนมาตามคลองบางดานมิให้ลึกเข้ามาในแผ่นดิน
           4) แหล่งทรัพยากรป่าไม้สัตว์ป่าและการประมง ในพื้นที่พรุกระชิงพบเสม็ดขึ้นทดแทนเป็นผืนใหญ่ บริเวณที่ดอนริมขอบพรุจะพบพรรณไม้ ในป่าดิบแล้ง พบพรรณไม้ทั้งสิ้น 132 ชนิด จาก 108 สกุล 60 วงศ์  ด้านสัตว์ป่า พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 7 ชนิด นก 24 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 6 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด พบปลา 18 ครอบครัว 26 ชนิดสำหรับทรัพยากรปลาที่พบยังเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 7 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลากระบอก (Liza subviridis) ปลาตะกรับ (Scatophagus argus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) และปลาหมอช้างเหยียบ (Pristolepis fasciatus) เป็นต้น และเป็นปลาสวยงามกว่า 11 ชนิด
           5) เป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีความสำคัญ พบพืชหายาก 2 ชนิด ด้านสัตว์น้ำ พบว่า ปลาจำนวน 1 ชนิด ซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) คือ ปลากัดไทย (Betta splendens)
           6) ด้านนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหาร เป็นพื้นที่มีลำน้ำขนาดเล็กไหลผ่านหลายสาย เป็นแหล่งอพยพของทรัพยากรปลาจากทะเล เข้ามาอาศัยและหาอาหารเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกุ้งก้ามกราม (Macrobrachium rosenbergi) มีความชุกชุมในบริเวณนี้ สภาพนิเวศวิทยาแหล่งน้ำในบริเวณพื้นที่มีน้ำขังในปริมาณน้อยแต่จะได้รับน้ำมากในฤดูน้ำหลากซึ่งเป็นแหล่งสำหรับการอพยพของทรัพยากรปลาเข้ามาจากลำน้ำที่ไหลผ่าน สภาพทางนิเวศวิทยาของพรุแห่งนี้มีลักษณะเฉพาะคือ เป็นพื้นที่พรุน้ำกร่อยและน้ำจืด ทำให้มีทรัพยากรปลาทั้งปลาน้ำจืดและปลาน้ำกร่อยหลากหลายชนิด

การใช้ประโยชน์
           1) การจับสัตว์น้ำ การหาปลาในพื้นที่พรุเพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน
           2) การใช้ไม้ เป็นแหล่งที่ชุมชนใช้สอยไม้เสม็ดในระดับครัวเรือน
           3) การหาของป่า เพื่อการบริโภคในครัวเรือน ที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล และมีอยู่ตลอดปี เช่น เห็ด และพืชผักตามธรรมชาติ

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่พรุ
           1) การสูญเสียที่ดิน/พื้นที่พรุ การออกเอกสารสิทธิ์ทับที่สาธารณสมบัติแผ่นดิน รวมทั้ง การอพยพของราษฎรที่เข้ามาจับจองพื้นที่เนื่องจากได้รับผลกระทบจากพายุเกย์
           2) การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่ การปรับพื้นที่เพื่อทำสวนปาล์มน้ำมันและการทำนากุ้ง
           3) การจัดการน้ำไม่เหมาะสม จากปัญหาการขุดลอกลำน้ำผ่านพื้นที่พรุ ทำให้เกิดคันกั้นน้ำ และการปรับพื้นที่ทำการเกษตรได้ส่งผลกระทบต่อระบบน้ำในพื้นที่พรุ ทำให้มีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ และบางพื้นที่เป็นการระบายน้ำออกกลายเป็นพื้นที่พรุแห้ง

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพรุ
           1) โครงการพัฒนาการขุดลอกพื้นที่เพื่อการป้องกันน้ำท่วมส่งผลกระทบต่อระบบน้ำในพื้นที่พรุ
           2) การพัฒนาเกษตรกรรม จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของพื้นที่ปาล์มน้ำมัน เข้าไปใช้ที่ดินในพื้นที่พรุ

รายละเอียดเพิ่มเติม >>