หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

พรุขวางตะวัน


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร
เนื้อที่ 223 ไร่
พิกัดมุมบนซ้ายที่ 550000N 1209000E
พิกัดมุมล่างขวาที่ 552000N 1207000E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

พื้นที่
เนื้อที่ประมาณ 223 ไร่  พื้นที่มีลักษณะเป็นที่ลุ่ม ล้อมรอบด้วยพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน

ประเภท/ที่ดิน
- ประเภทพรุในที่ลุ่มหลังสันทราย
- ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน

สถานภาพ/หน่วยงาน
- มีลักษณะพรุที่สมบูรณ์
- อบต.ปากคลอง

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           พรรณไม้ที่พบในป่าพรุกระชิง พรุขวางตะวัน และพรุหลังสันทราย จังหวัดชุมพร ทั้ง 3 แห่ง เป็นพรุที่เกิดหลังสันทรายและถูกรบกวนอย่างต่อเนื่อง จึงพบเสม็ดขึ้นทดแทนเป็นผืนใหญ่ บริเวณที่ดอนริมขอบพรุจะพบพรรณไม้ในป่าดิบแล้งขึ้นปะปน เช่น ขันทองพยาบาท Suregada multiflorum (A.Juss.) Baill. ติ้วขาว Cratoxylum  formosum (Jack) Dyer สันโสก Clausena excavata Burm.f. เพลี้ยกระทิง Euodia meliaefolia  Benth. และพลับพลา Microcos tomentosa Sm. บริเวณสันทรายพบ ปลาไหลเผือก Eurycoma longifolia  Jack ถอบแถบเครือ Connarus semidecandrus Jack และเตยทะเล Pandanus sp. เป็นต้น บริเวณที่น้ำท่วมขังมักพบ จูดหนู Eleocharis ochrostachys Steud. กระจูด Lepironia articulata (Retz.) Domin และหญ้าสามคม Scleria levis Retz.

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           การรวบรวมข้อมูลทางด้านทรัพยากรสัตว์ป่าบริเวณพรุขวางตะวัน ได้ทำการสำรวจโดยตรงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยทำการสำรวจภาคสนามในวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2551 พบว่า มีสัตว์ป่าที่พบเห็นตัวโดยตรง 40 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 5 ชนิด นก 19 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 10 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 6 ชนิดและมีรายละเอียดดังนี้

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
           จากการดักกรงเพื่อสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวน 20 กรง ติดต่อกัน 1 คืน สามารถดักจับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิด คือ หนูท้องขาว (Rattus tiomanicus) ตัวเมียเต็มวัย 2 ตัว หนูป่ามาเลย์ (Rattus tiomanicus) ตัวเมียเต็มวัย 1 ตัว กระแตเหนือ (Tupaia belangeri) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นที่สังเกตเห็น 2 ชนิด คือ พังพอนเล็ก (Herpestes javanicus) และกระรอกปลายหางดำ (Callosciurus caniceps)

นก
            จากการสำรวจพบว่ามีนกไม่น้อยกว่า 19 ชนิด ช่วงเวลาที่สำรวจไม่พบนกอพยพเนื่องจากไม่ใช่ฤดูกาลที่นกอพยพ ส่วนนกประจำถิ่น ซึ่งทุกชนิดเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น นกกระแตแต้แว้ด (Vanellus indicus) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกกระปูดเล็ก (Centropus bengalensis) นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกจาบคาคอสีฟ้า (Merops viridis) นกปรอดหน้านวล (Pycnonotus goiavier) อีกา (Corvus macrorhynchos) นกจาบคาหัวเขียว (Merops philippinus) นกตีทอง (Megalaima haemacephala) นกขมิ้นน้อยสวน (Aegithina tiphia) นกปรอดสวน (Pycnonotus blanfordi) นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกกินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis) เป็นต้น

สัตว์เลื้อยคลาน
           ในการสำรวจภาคสนาม พบสัตว์เลื้อยคลานโดยตรง 10 ชนิด ได้แก่ จิ้งจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus) จิ้งจกหางแบน (Cosymbotus platyurus) กิ้งก่าหัวแดง (Calotes versicolor) แย้ใต้ (Leiolepis belliana belliana) จิ้งเหลนหลากลาย (Mabuya macularia) จิ้งเหลนต้นไม้ (Dasia olivacea) งูสายรุ้งลายขีด (Enhydris enhydris) งูสิงบ้าน (Ptyas korros) งูเขียวหัวจิ้งจก (Ahaetulla prasina) และ งูเห่า (Naja sp.)

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
           
สำรวจพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 6 ชนิด คือ คางคกบ้าน (Duttaphrynus melanostictus) กบหนอง (Fejervaya limnocharis) เขียดจิก (Hylarana erythraea) เขียดตะปาด (Polypedates leucomystax) อึ่งข้างดำ (Microhyra heymonsi) และอึ่งลายเลอะ (Microhyla berdmorei)

ทรัพยากรปลา
           ดำเนินการศึกษาทรัพยากรปลาที่พบในแหล่งน้ำบริเวณพรุขวางตะวัน อำเภอประทิว จังหวัดชุมพร วันที่ 16 ตุลาคม 2551 พบความหลากชนิดทรัพยากรปลาจำนวน 5 ครอบครัว (families) 7 ชนิด (species) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Belontiidae จำนวน 3 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 42.86 รองลงมาพบเพียงครอบครัวละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 14.29 ชนิดปลาที่พบบริเวณพรุขวางตะวันส่วนใหญ่เป็นปลาที่พบได้ในแหล่งน้ำทั่วไปทั้งในแหล่งน้ำนิ่งและแหล่งน้ำไหล ปลาที่มีความชุกชุมมากเป็นปลาในครอบครัว Belontiidae ได้แก่ ปลากริมควาย (Trichopsis vittatus) และปลากระดี่หม้อ (Trichogaster trichopterus) ตามลำดับ ปลาที่พบส่วนใหญ่เป็นปลาที่มีความสามารถปรับตัวและอพยพเข้ามาอาศัยในแหล่งน้ำบริเวณนี้ได้เฉพาะในฤดูน้ำหลากเท่านั้น

           ทรัพยากรปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุขวางตะวันมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหารกว่า 2 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) และปลาหมอไทย (Anabas testudineus) และเป็นปลาสวยงามกว่า 2 ชนิด ได้แก่ ปลากัดไทย (Betta splendens) และปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) เป็นต้น

          สถานภาพของปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุขวางตะวัน เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพโดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 ไม่พบชนิดปลาที่กำหนดไว้โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) แต่เมื่อพิจารณาตามภาวะการถูกคุกคามในประเทศไทยตามสถานภาพเพื่อการอนุรักษ์ของสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบว่าปลาจำนวน 1 ชนิด ซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) คือ ปลากัดไทย (Betta splendens)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าในระบบนิเวศ
           1) การเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า พื้นที่พรุมีลักษณะลาดเอียงไปทางด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่ลุ่ม ทำให้พื้นที่บางส่วนของพื้นที่พรุเป็นที่เก็บกักน้ำ
           2) แหล่งทรัพยากร/ผลผลิตธรรมชาติ บริเวณที่ดอนริมขอบพรุเป็นแหล่งทรัพยากรป่าไม้ของป่าดิบแล้ง พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 5 ชนิด นก 19 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 10 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 6 ชนิด ด้านประมง พบทรัพยากรปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหาร 2 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน (Channa striata) และปลาหมอไทย (Anabas testudineus)
           3) เป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์พืชและสัตว์ พบพืชหายาก 2 ชนิด สัตว์น้ำ พบปลาจำนวน 1 ชนิด ซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัย ตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) คือ ปลากัดไทย (Betta splende)
           4) การดักสารมลพิษ เป็นพื้นที่รับน้ำปนเปื้อนสารเคมีจากพื้นที่การเกษตร

การใช้ประโยชน์
           1) ด้านป่าไม้ เป็นพื้นที่ชุมชนใช้ประโยชน์ในระดับครัวเรือนจากไม้ป่าดิบแล้งบริเวณพื้นที่พรุ
           2) เป็นแหล่งหาของป่า เป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้ประโยชน์หาของป่าตามฤดูกาล เช่นเห็ด และพืชผัก

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่พรุ
           1) การสูญเสียที่ดิน/พื้นที่พรุ จากการออกเอกสารสิทธิ์ทับที่พรุซึ่งเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
           2) การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่ การปรับพื้นที่เพื่อการเกษตรมีผลกระทบต่อระบบน้ำ
           3) การใช้ทรัพยากรไม่ถูกวิธี  จากการใช้ไม้ซึ่งยังไม่มีการวางระบบการจัดการใช้สอยร่วมกันเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
           4) การแพร่ระบาดของพืชและสัตว์ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น จากการนำไม้ต่างถิ่นเข้ามาปลูกในพื้นที่ รวมทั้งพืชเกษตรที่เข้ามาในพื้นที่พรุ

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพรุ
           พื้นที่โดยรอบพรุขวางตะวันเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการขยายตัวสูงของการปลูกปาล์มน้ำมัน มีโอกาสต่อการบุกรุกพื้นที่พรุ และการได้รับผลกระทบต่อระบบน้ำของพื้นที่พรุจากการขุดร่องสวนปลูกปาล์มน้ำมัน

รายละเอียดเพิ่มเติม >>