หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

แก่งละว้า


ที่ตั้ง : อำเภอบ้านไผ่และกิ่งอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น
ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 7,000 ไร่

ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 160 เมตร
พิกัดภูมิศาสตร์ละติจูดที่ 16° 9' 27" N และลองจิจูดที่ 102° 43' 59" E

พิกัด UTM  48 Q TC 533876
แผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1 : 50000 ระวางแผนที่ 5541


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2552 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

          เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ในลุ่มน้ำชี ลักษณะเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ สภาพพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ลุ่มค่อนข้างราบเรียบ ถึงลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย มีการทำนาช่วงฤดูแล้ง แก่งละว้าวางตัวอยู่ในแนว เหนือ-ใต้ ช่วงกว้างสุดของหนองประมาณ 4 กิโลเมตร แนวยาวที่สุดประมาณ 10 กิโลเมตร  รับน้ำจากลำห้วยโดยรอบ เช่น ห้วยหนองเจียน ห้วยเมืองเพีย ห้วยเป้า และไหลลงสู่แม่น้ำชี มีพื้นที่รับน้ำฝนประมาณ 946.2 ตารางกิโลเมตร มีน้ำไหลเข้าเฉลี่ยรายปีประมาณ 373 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำท่วมขังตลอดปี ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี 1127 มิลลิเมตร ทางน้ำสายสำคัญที่ไหลออกจากบึงลงสู่ลำน้ำชีคือ ห้วยจิบแจงและห้วยปากผีแป้ง

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

 

ทรัพยากรป่าไม้
            - ไม้ยืนต้นและล้มลุกที่ พบพืช 20 ชนิด ไม้ยืนต้น ได้แก่ สะแกนา (Combretum quadrangulare) ทองกวาว (Butea monosperma) พุทรา (Ziziphus mauritiana) ยูคาลิปตัส (Eucalyptus camaldulensis) กระโดนน้ำ (Barringtonia  acutangula) กระทุ่มน้ำ (Mitragyna   diversifolia) ต้นกันเกรา (Fagraea fragrans) ตะแบกนา (Lagerstroemia floribunda) ประดู่ป่า (Pterocarpus macrocarpus) โมกมัน (Wrightia tomentosa) เสี้ยว (Bauhinia malabarica) หว้า (Syzygium cumini) มะค่าโมง (Afzelia xylocarpa) ส่วนไม้ล้มลุก ได้แก่ โคกกระออม (Cardiospermum halicacabum) และ สาบแร้งสาบกา (Ageratum conyzoides) เป็นต้น

           - พบพรรณไม้น้ำ 58 ชนิด ได้แก่ กกกลม (Cyperus corymbosus) กระจับสี่เขา (Trapaquadrispinosa) จอกหูหนู (Salvinia cucullata) ดีปลีน้ำ (Potamogeton malarianus) ตาลปัตรฤาษี (Limnocharisflava) ธูปฤๅษี (Tyhpa  angustifolia) บอน (Colocasiaesculenta) บัวสาย (Nymphaea lotus) บัวหลวง (Nelumbo nucifera) ผักกูด  (Diplazium esculentum) สาหร่ายข้าวเหนียว (Utricularia aurea ) ผักงวงช้าง (Heliotropium indicum) และเทา (Spirogyra sp.) เป็นต้น

นก

    - พบนกทั้งหมด 40 ชนิด ได้แก่ นกเป็ดผีเล็ก (Tachybaptus ruficollis) นกยางควาย (Bubulcus ibis) นกยางไฟหัวดำ (Ixobrychus sinensis)เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) เป็ดคับแค (Nettapus coromandelianus) เหยี่ยวขาว (Elanus cearuleus) เหยี่ยวดำ (Milvus migrans) นกแอ่นทุ่งเล็ก(Glareola lacteal) นกแอ่นทุ่งใหญ่ (Glareola maldivarum) นกเด้าดินทุ่งเล็ก (Anthus rufulus) เป็นต้น
ชนิดที่จัดอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (Endanger-EN) ตาม Thailand Red Data : Birds (TRD) อยู่ในสถานภาพเป็นกังวลเล็กน้อย (Least Concern-LC) ตาม IUCN และมีรายชื่ออยู่ในบัญชีที่ II ของ CITES 1 ชนิด คือ เหยี่ยวดำ (Milvus migrans)

 

ทรัพยากรปลา

         พบปลาอย่างน้อย 57 ชนิด ได้แก่  ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลาแปบ (Oxygaster oxygastroides) ปลาสร้อยขาว (Cirrhinus jullieni) ปลาตะโกก (Cyclocheilichthys enoplos) ปลากระสูบจุด (Hampala dispar) ปลาตะเพียนทอง (Puntius altus) ปลาเสือสุมาตรา (Puntius partipentazona) ปลากระแห (Puntius schwanenfeldii) ปลาซิวหนวดยาว (Esomus metallicus) ปลาหมูขาว (Botia modesta) ปลาสายทอง (Cobitophis auguillaris) เป็นต้น ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) และปลาดุกด้าน  (Clarias batrachus)  ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ) ได้แก่ ปลากัดเขียว (Betta smaragdina)
         กลุ่มปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลาตะเพียนขาว (Puntius gonionotus) ปลานิล (Oreochromis niloticus) ปลาช่อน (Ophiocephalus striatus) ปลาสร้อยขาว (Cirrhinus jullieni) ปลาแขยงข้างลาย (Mystus vittatus) ปลากดเหลือง (Mystus nemurus) ปลากระสูบจุด (Hampala dispar) และปลาชะโอน (Ompok bimaculatus)
         นอกเหนือจากปลา แก่งละว้ายังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอื่นๆ ได้แก่ กุ้งฝอยน้ำจืด (Macrobranchium lanchesteri) กุ้งก้ามกราม (Macrobranchium rosenbergii) กุ้งฝอยก้ามขน (Macrobranchium spp.) หอยขม (Sinotaia ingallsiana) ปูนา (Esanthelphusa spp.) กบนา (Rana spp.) หอยเชอรี่ (Pomacea canaliculata) ปลิง (Hirudineaspp.) จระเข้ (Crocodylus siamensis) และเต่านา (Malayemys macrocephala)


           

          

           


          

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

          พื้นที่ชุ่มน้ำมีคุณค่าต่อการดำรงชีพของชุมชนท้องถิ่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคุณค่าเชิงเกษตรกรรม เช่น เป็นแหล่งน้ำแหล่งหากินสำหรับสัตว์เลี้ยง และเป็นแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูกพืช และคุณค่าด้านผลผลิต ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งแก่งละว้าจัดเป็นแหล่งเก็บหาพืชพรรณ เป็นแหล่งจับหาปลาและสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งรายได้และ/หรือตลาดสดของชุมชน โดยเฉพาะปลาและพืชพรรณ ที่ชาวบ้านได้เก็บหามาเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายผลผลิตจากที่เก็บหาได้จากแหล่งน้ำเพื่อเป็นรายได้แก่ครัวเรือน นอกเหนือจากคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยตรงเหล่านี้แล้ว แก่งละว้ายังมีคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยอ้อม เช่น การที่พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ช่วยกรองของเสีย/มลพิษจากการเพาะปลูก และ/หรือ เป็นแหล่งสะสมของตะกอนดินเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่เพาะปลูก เป็นต้น

การจัดการและการคุกคาม  
 

การจัดการที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่

  1. มีการก่อสร้างทำนบคันดินรอบหนองน้ำเพื่อกักเก็บและหรือระบายน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ มีโครงการชลประทาน (กรมชลประทาน/กรมทรัพยากรน้ำ)
  2. กำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา (กรมประมง/ ชุมชน/ อบต.)
  3. มีการปล่อยพันธุ์ปลาโดยหน่วยงานรัฐ (กรมประมง/ชุมชน/ อบต.)
  4. มีศูนย์ศึกษาเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชน (ทสจ./ ชุมชน)
  5. มีการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (ชุมชน/ อบจ./ อบต. )

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพื้นที่

  1. การแพร่ระบาดของวัชพืช ส่งผลให้แหล่งน้ำตื้นเขินเก็บกักน้ำได้น้อยลง และปริมาณปลาลดลงจากเดิมที่เคยหาได้
  2. การแพร่ระบาดของหอยเชอรี่
  3. จำนวนผู้เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่การดูแลและควบคุมการใช้ประโยชน์ยังดำเนินการในลักษณะวิถีชุมชน
  4. การปล่อยน้ำเสียจากฟาร์มสุกรลงสู่แหล่งน้ำฝั่งด้านอำเภอชนบท ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพน้ำ


           

รายละเอียดเพิ่มเติม >>