หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มนํ้าที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี
 

บึงนกโง่


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลศรีสำราญ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ
      : ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 1,426 ไร่
      : พื้นที่โดยรวมสูงจากระดับน้ำ ทะเลปานกลางประมาณ 150-160 เมตร
      : พิกัดภูมิศาสตร์ที่ละติจูดที่ 15° 58' 6" N และลองจิจูดที่ 102° 21' 18" E พิกัด UTM 48 P TC 170673  แผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1: 50000  ระวางแผนที่ 5440 I


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2552 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

          บึงนกโง่เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่โล่งกว้าง และเป็นพื้นที่ลุ่มอยู่ในลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำย่อยชีส่วนที่ 2 รับน้ำจากพื้นที่สูงโดยรอบ และไหลลงสู่แม่น้ำชี สภาพพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบเป็นส่วนใหญ่ ความลาดชันประมาณร้อยละ 1-2 วางตัวอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตก ระยะกว้างสุดของหนองประมาณ 1.5 กิโลเมตร และระยะยาวสุดของหนองประมาณ 1.7 กิโลเมตร ความลึกสูงสุดประมาณ 2.0 เมตร และต่ำสุดประมาณ 0.5 เมตร ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 1,118 มิลลิเมตร

สถานภาพทางชีวภาพ  
 
พืชพรรณ
    บึงนกโง่เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่โล่งกว้าง และเป็นพื้นที่ลุ่มอยู่ในลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำย่อยชีส่วนที่ 2 รับน้ำจากพื้นที่สูงโดยรอบ และไหลลงสู่แม่น้ำชี สภาพพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบเป็นส่วนใหญ่ ความลาดชันประมาณร้อยละ 1-2 วางตัวอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตก ระยะกว้างสุดของหนองประมาณ 1.5 กิโลเมตร และระยะยาวสุดของหนองประมาณ 1.7 กิโลเมตร ความลึกสูงสุดประมาณ 2.0 เมตร และต่ำสุดประมาณ 0.5 เมตร ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 1,118 มิลลิเมตร
ความหลากชนิดของนก
        พบนกทั้งหมด 69 ชนิด เป็นนกประจำถิ่น 52 ชนิด นกอพยพในฤดูหนาว 12 ชนิด นกอพยพมาทำรังวางไข่ 2 ชนิด และนกประจำถิ่นและอพยพฤดูหนาว 3 ชนิด ในจำนวนนก 69 ชนิด จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 66 ชนิด และไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง 3 ชนิด และพบนกที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ตาม Thailand Red Data : Birds (TRD)  อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม ตาม IUCN แต่ไม่มีรายชื่อในบัญชีใดของ CITES จำนวน 1 ชนิด คือ นกอ้ายงั่ว (Anhinga  melanogaster)  และนกที่จัดอยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ตาม TDR  1 ชนิด คือ นกกระสาแดง (Ardea  purpurea) และนกที่มีสถานภาพใกล้ถูกคุกคามตาม TDR  4 ชนิด ได้แก่ นกอีลุ้ม (Gallicrex cinerea) นกแอ่นทุ่งเล็ก (Glareola lactea) นกกระจาบธรรมดา (Ploceus phillippinus) และนกกระจาบทอง (Ploceus hypoxanthus) ในช่วงเวลาที่สำรวจซึ่งเป็นฤดูฝน พบว่านกที่มีประชากรมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ นกปากห่าง (Anastomus oscitans) เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) และนกแอ่นทุ่งเล็ก (Glareola lacteal) ปลาและสัตว์อื่นๆ       

ปลาและสัตว์อื่นๆ

         พบปลาอย่างน้อย 29 ชนิด เป็นปลาในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) มากที่สุด โดยพบอย่างน้อย 11 ชนิด เช่น ปลาซ่า (Labiobarbas spilopleura) ตะเพียนทราย (Puntius leiacanthus) ซิวหางกรรไกร (Rasbora spilocerca) และแก้มช้ำ (Puntius orphoides) เป็นต้น
         ในกลุ่มปลาที่สำรวจพบ มีชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus)  ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ) ได้แก่ ปลากัดเขียว (Betta smaragdina
         ปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาสร้อยขาว (Cirrhinus jullieni) ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลาไส้ตันตาขาว (Cyclocheilichthys armatus) ปลาไส้ตัน (Cyclocheilichthys repasson) ปลาช่อน (Ophiocephalus striatus) และ ปลากระสูบจุด (Hampala dispar)
สัตว์อื่นๆ นอกเหนือจากปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำบึงนกโง่ พบสัตว์น้ำและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ กุ้งฝอยน้ำจืด (Macrobranchium lanchesteri) ปูนา (Esanthelphusa spp.) กบนา  (Rana spp.) เขียดจะนา (Occidozyda lima) หอยเชอรี่ (Pomacea canaliculata) และเต่านา(Malayemys macrocephala)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

        

         พื้นที่ชุ่มน้ำบึงนกโง่มีคุณค่าต่อการดำรงชีพของชุมชนท้องถิ่นอย่างชัดเจน โดยประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ การเก็บหาผลผลิต ได้แก่ ปลาและพืชพรรณเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายผลผลิตจากที่เก็บหาได้จากแหล่งน้ำเพื่อเป็นรายได้แก่ครัวเรือน รวมทั้งการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อเลี้ยงสัตว์ และใช้น้ำสำหรับทำนาในฤดูแล้ง นอกจากนี้ยังรวมถึงคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยอ้อม เช่น การที่พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ช่วยกรองของเสีย/มลพิษจากการเพาะปลูก และ/หรือ เป็นแหล่งสะสมของตะกอนดินเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่เพาะปลูก เป็นต้น

การจัดการและการคุกคาม  
 

 

การจัดการที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่

    1. มีการก่อสร้างทำนบคันดินรอบหนองน้ำเพื่อกักเก็บและหรือระบายน้ำสำหรับใช้ประโยชน์(กรมทรัพยากรน้ำ/กรมชลประทาน)
    2. มีการปล่อยพันธุ์ปลาโดยหน่วยงานรัฐ( กรมประมง/ชุมชน/อบต.)
    3. การอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ(คณะกรรมการลุ่มน้ำห้วยสามหมอ /ชุมชน / อบต. )

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพื้นที

    1. ปริมาณปลาและสัตว์น้ำที่เคยจับหาได้ลดน้อยลง เนื่องมาจากหลายสาเหตุ แต่ที่สำคัญคือ จำนวนผู้เข้าใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนนอกชุมชน ซึ่งมักเก็บหาผลผลิตในปริมาณมากในแต่ละครั้ง และมีแนวโน้มที่จะละเลยหรือฝ่าฝืนกฎระเบียบของการใช้ประโยชน์ที่ชุมชนท้องถิ่นกำหนดขึ้น เช่น ใช้ยาเบื่อและหรือช็อตปลา มีการลักลอบยิงนกเวลาเข้ามาจับหาปลา เป็นต้น นอกจากนี้ปริมาณปลาที่ลดน้อยลงอาจเกิดจากปัญหาแหล่งน้ำตื้นเขิน และมีวัชพืชหนาแน่นขึ้น
    2. การขุดลอกหนองน้ำและสร้างคันดินหรือถนนล้อมรอบหนองน้ำ ที่อาจจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำได้ เช่น อัตราการไหลเวียนของน้ำ ระดับความลึกของแหล่งน้ำและความชันของตลิ่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศฯ

 



           

รายละเอียดเพิ่มเติม >>