หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มนํ้าที่มีความสำคัญนานาชาติ
 

หนองหาร


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร
       : ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 77,000 ไร่
       : อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ยประมาณ 158 เมตร
       : พิกัดภูมิศาสตร์ของหนองหาร คือ ละติจูดที่ 17°11'56"N และลองจิจูด
       104° 11' 9" E พิกัด UTM 48 Q VE 135015 แผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1:50000        ระวาง 5843 III


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2552 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

        หนองหารเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ อยู่ในลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำย่อย โขง-น้ำก่ำ ได้รับน้ำจากพื้นที่โดยรอบและห้วยนาแก ห้วยน้ำพุง ห้วยเดียก ห้วยม่วง หนองหารเป็นต้นน้ำของลำน้ำก่ำไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอธาตุพนม จ. นครพนม สภาพพื้นที่โดยรอบค่อนข้างราบเรียบเป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย ความลาดชันประมาณร้อยละ 1-4 มีเนื้อที่ประมาณ 77,000 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ยประมาณ 158 เมตร วางตัวอยู่แนวเหนือ-ใต้ แนวยาวที่สุดประมาณ 17 กิโลเมตร แนวกว้างที่สุดประมาณ 8 กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี ระดับน้ำลึกประมาณ 2-10 เมตร ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปีประมาณ 1,600 มิลลิเมตร
สภาพหนองหารในปัจจุบันได้เสื่อมโทรมลงไปมาก เกิดการสะสมของตะกอนดินทำให้แหล่งน้ำบางส่วนตื้นเขิน ผลกระทบจากน้ำทิ้งชุมชนทำให้น้ำเน่าเสีย มีการสะสมธาตุอาหารมาก ทำให้เกิดมีวัชพืชและพรรณไม้หลากหลายชนิดขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น

สถานภาพทางชีวภาพ  
 
พืชพรรณ
        จากการศึกษาพบว่าหนองหารมีการปกคลุมด้วยพืชน้ำขึ้นปกคลุมหนาแน่นมากส่วนหนึ่งเนื่องจากผลของการเป็นที่รองรับน้ำทิ้งจากชุมชน สำรวจพบพันธุ์ไม้น้ำทั้งหมด 59 ชนิด 36 วงศ์ พันธุ์ไม้เด่นที่เป็นพืชริมน้ำ ได้แก่ บัวหลวง (Nelumbo nucifera) ผือหรือกกสามเหลี่ยม (Actinoscirpus grossus) และธูปฤาษี (Tyhpa angustifolia L.) พืชลอยน้ำ ได้แก่ จอกหูหนู (Salvinia cucullata) และผักตบชวา (Eichhornia crassipes) พืชใต้น้ำ ได้แก่ ดีปลีน้ำ (Patamogeton malaianus) และสาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla  verticillata)
        บริเวณคันดินรอบหนองหารสำรวจพบพันธุ์ไม้ยืนต้น 36 ชนิด ไม้เด่นบริเวณดอน ได้แก่ ยางนา (Dipterocarpus alatus)
ไผ่ (Bambusa bambos) ข่อย (Streblus asper) ต้นสะแก (Combretum quadrangulare)
ความหลากชนิดของนก
        พบนกทั้งหมด 33 ชนิด ได้แก่ นกอีโก้ง (Porphyrio porphyrio) นกกระสานวล (Ardea cinerea) นกอัญชันคิ้วขาว (Porzana paykullii) นกคู้ต (Fulica atra) นกพริก (Metopidius indicus)นกเขาไฟ (Streptopelia tranquebarica) นกเด้าดินทุ่งใหญ่ (Anthus novaeseelandiae) นกปรอดสวน (Pycnonotus blanfordi) นกยอดหญ้าสีดำ (Saxicola caprata)นกอีแพรดแถบอกดำ (Rhipidura javanica) นกแอ่นพง (Artamus fuscus) นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis) นกแอ่นตาล (Cypsiurus balasiensis) และ นกกระจิ๊ดสีคล้ำ  (Phylloscopus fuscatus) เป็นต้น จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 30 ชนิด ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง 3 ชนิด และ ใน 33 ชนิดนี้ เป็นชนิดที่มีสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม ตาม Thailand Red Data : Birds (TRD)  1 ชนิด คือ นกกระจาบธรรมดา (Ploceus philippinus) เป็นนกประจำถิ่น 26 ชนิด นกอพยพ 3 ชนิด นกประจำถิ่นและนกอพยพ 4 ชนิด    

ปลาและสัตว์อื่นๆ

        พบปลาอย่างน้อย 44 ชนิด เป็นปลาเฉพาะถิ่น 2 ชนิด คือ ปลากัดเขียว (Betta smaragdina) และปลาหมอตาล
(Helostoma temmincki)
        ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) และปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) และ ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ) ได้แก่ ปลาหมอตาล (Helostoma temmincki)
        กลุ่มปลาที่จัดเป็นปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลาตะเพียนขาว (Puntius gonionotus) ปลานิล (Oreochromis niloticus) ปลาช่อน (Ophiocephalus striatus) ปลาไส้ตัน (Cyclocheilichthys repasson) ปลากระสูบจุด (Hampala dispar) ปลากะมัง (Puntioplites proctozysron) และปลาชะโอน (Ompok bimaculatus)
        สำหรับสัตว์น้ำอื่นๆ ที่สำรวจพบในหนองหาร เช่น กุ้งฝอยน้ำจืด (Macrobranchium lanchesteri) หอยขม (Sinotaia ingallsiana) หอยเชอรี่ (Pomacea canaliculata) ปลิง (Hirudinea spp.) และสัตว์น้ำที่ชาวบ้านระบุว่าเคยพบเห็นในพื้นที่หนองหาร ได้แก่
จระเข้ (Crocodylus siamensis)        

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

        หนองหาร จัดเป็นบึงน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประชาชนในท้องถิ่นทั้งด้านการเกษตร อุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและขนบธรรมเนียมประเพณี 
ประโยชน์โดยตรงจากหนองหาร คือ ทรัพยากรน้ำ ทั้งที่ใช้สำหรับการเพาะปลูกพืช เป็นแหล่งน้ำชลประทานสำหรับเกษตรกรในหลายพื้นที่ น้ำจากหนองหารเป็นแหล่งน้ำดิบหลักที่ใช้ผลิตน้ำประปาสำหรับครัวเรือนในเขตอำเภอเมืองสกลนคร และเป็นแหล่งน้ำแหล่งหากินสำหรับสัตว์เลี้ยง ในส่วนของคุณค่าด้านผลผลิต หนองหารจัดเป็นแหล่งจับหาปลาและสัตว์น้ำ เป็นแหล่งเก็บหาพืชพรรณ และเป็นแหล่งรายได้และ/หรือตลาดสดของชุมชน โดยเฉพาะปลาที่ชาวบ้านได้เก็บหามาเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้แก่ครัวเรือน นอกจากนี้ด้วยสภาพพื้นที่ที่สวยงาม มีภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์และหลากหลายทำให้หนองหารได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสกลนคร มีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยว ได้แก่ ศาลาชมวิว เส้นทางเดินชมธรรมชาติหนองหาร และจุดบริการนักท่องเที่ยวและจำหน่ายสินค้าที่ระลึก นอกเหนือจากคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยตรงเหล่านี้แล้ว หนองหารยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ช่วยกรองของเสีย/มลพิษจากการเพาะปลูก ช่วยกรองของเสีย/มลพิษจากหนองน้ำ (พื้นที่ส่วนหนึ่งของหนองหารถูกปรับเปลี่ยนเพื่อใช้สำหรับบำบัดน้ำเสียของเทศบาลเมืองสกลนคร) เป็นแหล่งสะสมของตะกอนดินเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่เพาะปลูก และเป็นแหล่งโบราณคดี แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของกลุ่มคนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งพบหลักฐานทางโบราณคดีหลายอย่าง เช่น ภาชนะเครื่องใช้ เครื่องปั้นดินเผาต่างๆ ตลอดจนเครื่องสำริดและเครื่องโลหะ ซึ่งจากหลักฐานเครื่องมือเครื่องใช้ของคนก่อนประวัติศาสตร์ที่พบในจังหวัดสกลนครนี้เชื่อว่ามีอายุร่วมสมัยเดียวกันกับวัฒนธรรมบ้านเชียง และนอกจากนี้ยังปรากฏหลักฐานทางด้านโบราณคดีจำนวนมากตั้งแต่สมัยทวารวดีโดยมีการพบใบเสมาหิน พระพุทธรูปสมัยทวารวดีกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 ซึ่งได้รับอิทธิพลศิลปะจากขอม เช่น ปราสาทพระธาตุนารายณ์เจง ปราสาทพระธาตุภูเพ็ก ปราสาทบ้านพินนา ศิลาจารึกอักษรขอมที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จากประวัติและหลักฐานความเป็นมาของจังหวัดสกลนครดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าชุมชนโบราณในบริเวณพื้นที่นี้มีการทิ้งร้างไม่อยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งในช่วงพุทธศตวรรษที่19 เป็นต้นมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 24 ชุมชนนี้จึงได้รับอิทธิพลพุทธศาสนาและมีการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอีกครั้งหนึ่ง (วิกิพีเดีย, 2552)

การจัดการและการคุกคาม  
 

 

การจัดการที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่

  1. มีการก่อสร้างทำนบคันดินรอบหนองน้ำเพื่อกักเก็บและหรือระบายน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ มีโครงการชลประทาน(กรมชลประทาน/กรมทรัพยากรน้ำ)
  2. กำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา(กรมประมง/ชุมชน/อบต.)
  3. มีการปล่อยพันธุ์ปลาโดยหน่วยงานรัฐ (กรมประมง/ชุมชน/อบต.)
  4. มีการพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีเส้นทางศึกษาระบบนิเวศและจุดชมนกรอบหนองน้ำ(ทสจ./ ชุมชน /อบจ. /อบต. /ททท. )
  5. มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนเป็นระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลเมืองสกลนครและกรมประมง (เทศบาลเมืองสกลนคร)

 

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพื้นที

    การตื้นเขินของแหล่งน้ำ มีวัชพืชน้ำขึ้นหนาแน่น มีศัตรูพืช เช่น หอยเชอรี่ แพร่ระบาดในบริเวณหนองน้ำ การปล่อยน้ำเสียชุมชนและ/หรือจากสถานประกอบการลงสู่แหล่งน้ำ จำนวนผู้เข้าใช้ประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น และความต้องการใช้น้ำสำหรับการผลิตน้ำประปาที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากร เป็นต้น

     

 



           

รายละเอียดเพิ่มเติม >>