หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มนํ้าที่มีความสำคัญชาติ
 

ห้วยเสือเต้น


ที่ตั้ง : อ. น้ำพอง จ. ขอนแก่น
       : เนื้อที่ประมาณ  7,860 ไร่ 
       : พิกัดภูมิศาสตร์ของห้วยเสือเต้น คือ ละติจูดที่ 16°.46' 5"N และลองจิจูด 102° 46" 9" E พิกัด UTM 48 Q TD 622552 แผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1:50000 ระวางที่ 5842 I, II


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2552 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

       

        ห้วยเสือเต้นเป็นลำห้วยที่เกิดจากภูพานคำ ส่วนที่เรียกว่า ภูวัด ไหลจากส่วนเหนือลงสู่ทางทิศใต้สู่แม่น้ำพอง ก่อนบรรจบกับลำน้ำพองจะเชื่อมต่อกับบริเวณที่ราบน้ำท่วมถึงของลำน้ำพองบริเวณบ้านห้วยเสือเต้น ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นอ่างเก็บน้ำ สภาพพื้นที่ด้านทิศเหนือของอ่างมีสภาพพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบ ความลาดชันประมาณร้อยละ 1-2 ทางด้านข้างของอ่างมีสภาพค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด มี ตัวอ่างเก็บน้ำวางตัวอยู่แนวเหนือ-ใต้ ระยะกว้างสุดประมาณ 3 กิโลเมตร ยาวสุดประมาณ 5 กิโลเมตร
        พื้นที่ชุ่มน้ำห้วยเสือเต้นอยู่ในลุ่มน้ำชี-ลำน้ำพอง (ตอนบน) รับน้ำจากห้วยเสือเต้น ห้วยยาง และกุดสร้างโพด เป็นต้น ปริมาณกักเก็บน้ำประมาณ 16.6 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รับน้ำประมาณ 192 ตารางกิโลเมตร น้ำท่าเฉลี่ยรายปี 49.6 ล้านลูกบาศก์เมตร และสามารถให้บริการน้ำแก่พื้นที่การเกษตรประมาณ 2,000 ไร่ ปัจจุบันมีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าของกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานที่ห้วยเสือเต้น รองรับพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 3,000 ไร่ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในรอบปีของห้วยเสือเต้นประมาณ 1,151 มิลลิเมตร

 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 
พืชพรรณ
       จากการสำรวจพืชน้ำที่ห้วยเสือเต้นพบพืชน้ำทั้งหมด 59 ชนิด บริเวณขอบหนองมีพันธุ์ไม้เด่น ได้แก่ บัวหลวง (Nelumbo nucifera) มีจำนวนมาก รองลงมาพบต้นอ้อ (Arundo donax) ผือหรือกกสามเหลี่ยม (Actinoscirpus grossus) และธูปฤาษี (Tyhpa angustifolia) ตามลำดับ พืชลอยน้ำพบมากที่สุด ได้แก่ ผักตบชวา (Eichhornia crassipes) และจอกหูหนู (Salvinia cucullata) ตามลำดับ พันธุ์พืชใต้น้ำพบมากที่สุดคือ สาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla verticillata) รองลงมาคือสาหร่ายเส้นด้าย (Najas  graminea)
       พื้นที่รอบหนองส่วนใหญ่เป็นนาข้าวสำหรับบริเวณคันดินพบไม้ยืนต้นทั้งหมด 16 ชนิด มีไม้เด่นได้แก่ ยูคาลิปตัส (Eucalyptus  camaldulensis) สะเดา (Azadirachta indica) และ ไผ่ (Bambusa bambos)
ความหลากชนิดของนก
       จากการสำรวจนกในพื้นที่ชุ่มน้ำห้วยเสือเต้น พบนกทั้งหมด 53 ชนิด ได้แก่ นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกยางเปีย
(Egretta garzetta) นกยางไฟธรรมดา(Ixobrychus cinnamomeus)เหยี่ยวขาว (Elanus cearuleus)เหยี่ยวทุ่ง (Circus spilonotus)
นกอีโก้ง (Porphyrio porphyria) นกกะเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกแอ่นบ้าน  (Apus affinis) นกจาบฝนปีกแดง (Mirafra marionae) นกอุ้มบาตร (Motacilla alba) นกอีโก้ง (Porphyrio porphyria) นกกะเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกแอ่นบ้าน  (Apus affinis) นกจาบฝนปีกแดง (Mirafra marionae) และนกอุ้มบาตร (Motacilla alba) เป็นต้น จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 51 ชนิด ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง 2 ชนิด และใน 51 ชนิดนี้มีชนิดที่ใกล้ถูกคุกคาม ตาม Thailand Red Data : Birds (TRD) 1 ชนิด คือ นกอีลุ้ม (Gallicrex cinerea) เป็นนกประจำถิ่น 35 ชนิด นกอพยพ 6 ชนิด นกประจำถิ่นและนกอพยพ 11 ชนิด นกอพยพและนกอพยพเข้ามาเพื่อผสมพันธุ์ 1 ชนิด

ปลาและสัตว์อื่นๆ

       จากการสำรวจพบปลาอย่างน้อย รวม 37 ชนิด ได้แก่ ปลาไส้ตัน (Cyclocheilichthys apogon) ปลาตะพียนขาว (Puntius gonionotus) ปลาซิวหางแดง (Rasbora borapetensis) ปลารากกล้วย (Acanthopsis choirorhynchos) ปลาเนื้ออ่อน (Krytopterus bleekeri)
ปลากระทุงเหว (Xenentodon cancila) ปลาไหลนา (Monopterus albus ) ปลาบู่ทราย (Oxyeletris marmoratus) ปลากระดี่หม้อ
(Trichogaster trichopterus) ปลากริมควาย (Trichopsis vittatus) และปลากระสง (Ophiocephalus Lucius) เป็นต้น
       ชนิดปลาที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) และชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ) ได้แก่ ปลากัดเขียว (Betta smaragdina
       กลุ่มปลาเศรษฐกิจที่สำรวจพบ ได้แก่ ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลาตะเพียนขาว (Puntius gonionotus) ปลานิล (Oreochromis niloticus) ปลาช่อน (Ophiocephalus striatus) ปลากระสูบจุด (Hampala dispar) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) และปลากะมัง (Puntioplites proctozysron)
สัตว์น้ำอื่นๆ เช่น กุ้งฝอยน้ำจืด (Macrobranchium lanchesteri) กุ้งก้ามกราม (Macrobranchium rosenbergii)
หอยขม (Sinotaia ingallsiana)หอยเชอรี่ (Pomacea canaliculata) ปลิง (Hirudineaspp.)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

       ห้วยเสือเต้นมีคุณค่าและความสำคัญต่อการดำรงชีพของชุมชนท้องถิ่น ประโยชน์โดยตรงจากห้วยเสือเต้น คือ ทรัพยากรน้ำ ที่ใช้สำหรับการเพาะปลูกพืช เป็นแหล่งน้ำชลประทานสำหรับเกษตรกร น้ำจากห้วยเสือเต้นเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน และเป็นแหล่งน้ำแหล่งหากินสำหรับสัตว์เลี้ยง และคุณค่าของห้วยเสือเต้นที่ชุมชนได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน คือ คุณค่าด้านผลผลิต ห้วยเสือเต้นเป็นแหล่งจับหาปลาและสัตว์น้ำ เป็นแหล่งเก็บหาพืชพรรณ โดยเฉพาะผือ หรือกกสามเหลี่ยม ที่ชาวบ้านเก็บหามาสำหรับทอเสื่อพื้นบ้าน จากการสัมภาษณ์กำนันตำบลน้ำพองระบุว่า กว่าร้อยละ 60 ของครัวเรือนในตำบลน้ำพองทอเสื่อพื้นบ้านจำหน่ายเป็นแหล่งรายได้เสริมจากการขายข้าวและผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ โดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อเสื่อในหมู่บ้าน มีราคาขายส่งผืนละ 25 บาท และปกติชาวบ้านจะสามารถทอเสื่อได้เฉลี่ยวันละ 8 ผืน ซึ่งจากขั้นตอนของการทอเสื่อตั้งแต่ตัดผือ ทำเป็นเส้น ตากแห้งและย้อมสี จะใช้เวลาประมาณ 4 วัน แต่ในส่วนของการเตรียมวัสดุชาวบ้านจะจัดเตรียมไว้สำหรับใช้ได้หลายครั้ง ดังนั้นในหนึ่งสัปดาห์ชาวบ้านจะสามารถทอเสื่อได้ประมาณ 3 วัน/สัปดาห์ หรือ 12 วัน/เดือน ซึ่งหมายความว่าชาวบ้านจะสามารถทอเสื่อได้ประมาณเดือนละ 96 ผืน (ทอเสื่อประมาณ 9 เดือนในรอบปี โดยเฉพาะในช่วงหลังฤดูทำนา) หรือทำรายได้ประมาณเดือนละ 2,400 บาท จากการจำหน่ายเสื่อพื้นบ้านเหล่านี้ ดังนั้นผลผลิตจากพื้นที่ชุ่มน้ำห้วยเสือเต้นจึงเป็นแหล่งรายได้ และเปรียบเสมือนตลาดสดของชุมชนที่ช่วยให้ชาวบ้านสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหาร
       นอกเหนือจากคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยตรงเหล่านี้แล้ว ห้วยเสือเต้นยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ช่วยกรองของเสีย/มลพิษจากการเพาะปลูก เป็นแหล่งสะสมของตะกอนดินเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่เพาะปลูก ดังจะเห็นได้จากมีที่นาของเกษตรกรที่ปลูกข้าวอยู่ติดกับตัวหนอง และ/หรือ การที่ห้วยเสือเต้นเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน เป็นต้น

การจัดการและการคุกคาม  
 

การจัดการที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่

  1. มีการก่อสร้างทำนบคันดินรอบหนองน้ำเพื่อกักเก็บและหรือระบายน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ (กรมชลประทาน/กรมทรัพยากรน้ำ)
  2. มีการปล่อยพันธุ์ปลาโดยหน่วยงานรัฐ(กรมประมง/ชุมชน/อบต.)

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพื้นที

       1.การตื้นเขินของแหล่งน้ำ และการมีวัชพืชน้ำ เช่น หญ้า อ้อ ธูปฤาษี ขึ้นหนาแน่นในหนองน้ำและบริเวณรอบข้างหนอง
       2.การแพร่ระบาดของศัตรูพืช ได้แก่ หอยเชอรี่
       3.การบุกรุกยึดครองพื้นที่รอบหนองน้ำเพื่อการเพาะปลูก
       4.ชาวบ้านมีข้อสังเกตว่าอาจจะมีการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือสถานประกอบการที่ตั้งในบริเวณห้วยเสือเต้น ซึ่งย่อมจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ  

     

 



           

รายละเอียดเพิ่มเติม >>