หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มนํ้าที่มีความสำคัญนานาชาติ
 

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วอ่างเก็บนํ้ายจระเข้มาก


ที่ตั้ง: ตั้งอยู่ที่บ้านผึ้งต้น ตำบลบ้านบัว ตำบลเสม็ด ตำบลนาสะแกโพรง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
     : ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 4,257 ไร่
     : พิกัดภูมิศาสตร์ละติจูดที่ 14°53' 52" N และลองจิจูดที่ 103° 02' 10" E พิกัด UTM 48 P TB 478888  แผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1 :50000 ระวาง  5638 IV


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2552 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

       

       อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มากเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2505 เป็นพื้นที่อยู่ในลุ่มน้ำมูล-ห้วยตาคง สภาพพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบเป็น มีความลาดชันประมาณร้อยละ 1-2 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,257 ไร่ วางตัวอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตก ช่วงกว้างสุดของอ่างเก็บน้ำมีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ส่วนยาวที่สุดประมาณ 9.5 กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี มีความจุของอ่างน้ำที่ระดับเก็บกักประมาณ 26.02 ล้านลูกบาศก์เมตร ระดับน้ำสูงสุด 163.65 เมตร ระดับเก็บกัก 163.15 เมตร ระดับต่ำสุด 159.65 เมตร ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี 1,218 มิลลิเมตร

 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 
พืชพรรณ
       จากการศึกษาพืชพรรณที่อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก พบพันธุ์ไม้น้ำทั้งหมด 43 ชนิด โดยมีบัวหลวง
(Nelumbo nucifera) จำนวนมากที่สุด รองลงมาคือ ผักตบชวา (Eichhornia crassipes) จอกหูหนู (Salvinia cucullata) และกกสามเหลี่ยมหรือผือ (Actinoscirpus grossus) พันธุ์พืชใต้น้ำพบมากที่สุด คือ สาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla verticillata) สาหร่ายเส้นด้าย (Najas graminea) และดีปลีน้ำ (Patamogeton malaianus)
       บริเวณคันดินรอบอ่างเก็บน้ำพบไม้ยืนต้นทั้งหมด 14 ชนิด มีไม้เด่นคือ กระถินณรงค์ (Acacia auriculaeformis) และมะขามเทศ (Pithecellobium dulce) และขี้เหล็กไทย (Senna  siamea)
ความหลากชนิดของนก
       จากการสำรวจนกในพื้นที่ชุ่มน้ำห้วยจรเข้มาก พบนกทั้งหมด 31 ชนิด ได้แก่ นกเป็ดผีเล็ก(Tachybaptus ruficollis) นกกาน้ำเล็ก (Phalacrocorax niger) นกยางควาย (Bubulcus ibis) นกยางเปีย(Egretta garzetta) นกยางไฟหัวดำ (Ixobrychus sinensis) เป็ดคับแค (Nettapus coromandelianus)เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) นกอีล้ำ (Gallinula chloropus) นกอีโก้ง (Porphyrio porphyria) นกคู้ต (Fulica atra) นกอีแจว (Hydrophasianus chirurgus) นกพริก (Metopidius indicus) จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 29 ชนิด ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง 2 ชนิด เป็นนกประจำถิ่น 23 ชนิด นกอพยพ 2 ชนิด นกประจำถิ่นและนกอพยพ 6 ชนิด จากการตรวจสอบสถานภาพการอนุรักษ์ไม่พบชนิดพันธุ์หายาก หรือใกล้สูญพันธุ์ หรือมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ หรือมีแนวโน้มใกล้ถูก

ปลาและสัตว์อื่นๆ

          พบปลาอย่างน้อย 36 ชนิด ได้แก่ ปลายี่สกเทศ (Labeo rohita) ปลาซ่า (Labiobarbas spilopleura) ปลาซิวหางแดง (Rasbora borapetensis) ปลากระทุงเหว (Xenentodon cancila) ปลาหลดม้าลาย (Macrognathus semiocellatus) ปลาหลดจุด (Macrognathus siamensis) ปลากะทิง (Mastacembelus armatus) ปลาแป้นแก้ว(Ambassis siamensis) ปลาบู่ทราย (Oxyeletris marmoratus) ปลาสลิด(Trichogaster pectoralis) ปลากระดี่หม้อ (Trichogaster trichopterus) ปลากริมสี (Trichopsis pumilus) ปลากริมควาย (Trichopsis vittatus)
          ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) และชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ) ได้แก่ ปลากัดเขียว (Betta smaragdina
          กลุ่มปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลาตะเพียนขาว (Puntius gonionotus) ปลานิล (Oreochromis niloticus) ปลาช่อน (Ophiocephalus striatus) ปลาแขยงข้างลาย (Mystus vittatus) และปลากดเหลือง (Mystus nemurus)
          สำหรับสัตว์น้ำอื่นๆ ที่สำรวจพบได้แก่ กุ้งฝอยน้ำจืด (Macrobranchium lanchesteri) กุ้งก้ามกราม (Macrobranchium rosenbergii) หอยขม (Sinotaia ingallsiana) ปูนา (Esanthelphusa spp.) กบนา (Rana spp.) เขียด (Rana spp.) หอยเชอรี่ (Pomacea canaliculata) ปลิง (Hirudineaspp.) จระเข้ (Crocodylus siamensis) เต่านา (Malayemys macrocephala) ตะพาบ (Amyda cartilaginea)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

    -

การจัดการและการคุกคาม  
 

การจัดการที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่

  1. ห้ามล่าสัตว์ป่าและควบคุมการเข้าใช้ประโยชน์ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช)
  2. มีการก่อสร้างทำนบคันดินรอบหนองน้ำเพื่อกักเก็บและหรือระบายน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ มีโครงการชลประทาน(กรมชลประทาน/กรมทรัพยากรน้ำ/การประปาส่วนภูมิภาค)
  3. กำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา (กรมประมง/ชุมชน/อบต.)
  4. มีการปล่อยพันธุ์ปลาโดยหน่วยงานรัฐ (กรมประมง/ชุมชน/อบต.)
  5. มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีเส้นทางศึกษาระบบนิเวศและจุดชมนกในบริเวณที่ทำการเขตห้ามล่าฯ (ชุมชน /อบต.)

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพื้นที

       

  1. ความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น จำเป็นต้องมีแผนการรองรับต่อไป
  2. ข้อขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทำกินบริเวณบ้านสลักได ซึ่งเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน มีความพยายามในการย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่ แต่ชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ยังคงอยู่อาศัยและทำกินในบริเวณนั้น ทางการจึงให้มีการเช่าที่ทำกินรายปี แต่ชาวบ้านก็มีข้อกังวลว่าเมื่อสัญญาเช่าหมดลงจะไม่ได้รับการต่อสัญญา จะไม่มีที่ทำกิน ในขณะที่หน่วยงานราชการก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ และโดยเฉพาะถ้าชุมชนมีการขยายตัวเพิ่มจำนวนประชากรมากขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการดูแลจัดการพื้นที่อ่างเก็บน้ำฯ และย่อมส่งผลกระทบต่อมาถึงระบบนิเวศบริเวณดังกล่าว ซึ่งปัญหานี้ก็ยังคงอยู่ระหว่างการหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่าย
  3. ภัยคุกคามที่อาจจะเกิดจากกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น การทิ้งขยะของนักท่องเที่ยว การลงเล่นน้ำของนักท่องเที่ยวที่อาจจะส่งผลต่อคุณภาพน้ำโดยเฉพาะในช่วงเทศกาล หรือแม้กระทั่งการมั่วสุมส่งเสียงดังของวัยรุ่นที่มาท่องเที่ยว ซึ่งชาวบ้านให้ข้อเสนอแนะว่าควรมีการควบคุมหรือห้ามกิจกรรมการท่องเที่ยวเช่นนี้ก่อนที่จะมีความรุนแรงมากเกินไปเพราะจะทำให้ยากต่อการจัดการ

 



           

รายละเอียดเพิ่มเติม >>