หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มนํ้าที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บนํ้าห้วยตลาด


ที่ตั้ง : ต. สะแกซำ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็น
       : พื้นที่ ประมาณ 8,813 ไร่
       : พิกัดภูมิศาสตร์ละติจูดที่ 14°54' 20" N  และลองจิจูดที่ 103° 02' 10" E พิกัด UTM 48 P TB 450930  แผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1 :50000 ระวาง 5638 IV


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2552 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

     อ่างเก็บน้ำห้วยตลาดเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ อยู่ในลุ่มน้ำมูล-ห้วยตาดง รับน้ำจากพื้นที่โดยรอบและทามตลาด ทามสง่างาม มีพื้นที่รับน้ำฝน 158 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่โดยรอบค่อนข้างราบเรียบหรือลูกคลื่นเล็กน้อย ความลาดชันประมาณร้อยละ 1-3  วางตัวอยู่แนวเหนือ-ใต้ ส่วนกว้างที่สุดมีระยะทางประมาณ 4.2 กิโลเมตร และส่วนยาวที่สุดประมาณ 4.5 กิโลเมตร มีน้ำขังตลอดปี ความจุของอ่างที่ระดับเก็บกักประมาณ 27.82 ล้านลูกบาศก์เมตร ระดับน้ำสูงสุด 163.20 เมตร ระดับน้ำเก็บกัก 162.70 เมตร ระดับน้ำต่ำสุด 159.70 เมตร ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,218 มิลลิเมตร/ปี

สถานภาพทางชีวภาพ  
 
พืชพรรณ
      เนื่องจากช่วงระยะการศึกษาภาคสนามพบว่าเป็นช่วงที่มีการปรับปรุงขุดลอกหนองเอาพืชน้ำออกและน้ำขุ่นมากจึงพบพืชน้ำในพื้นที่ชุ่มน้ำน้อยมาก พืชน้ำพบบางบริเวณ คือบัวหลวง (Nelumbo  nucifera) และผือหรือกกสามเหลี่ยม(Actinoscirpus grossus) เท่านั้น
ความหลากชนิดของนก

      พบนกจำนวน 31 ชนิด ได้แก่ นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกยางเปีย (Egretta garzetta) เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) นกอีแจว (Hydrophasianus chirurgus) นกหัวโตเล็กขาเหลือง (Charadrius dubius) นกพิราบป่า (Columba livia) นกเขาไฟ
(Streptopelia tranquebarica) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกกระรางหัวขวาน (Upupa epops) นกแอ่นบ้าน (Apus affinis) นกอีแพรดแถบอกดำ (Rhipidura javanica) นกแอ่นพง (Artamus fuscus) นกเอี้ยงหงอน (Acridotheres grandis) นกกระติ๊ดสีอิฐ
(Lonchura atricapilla) เป็นต้น จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 27 ชนิด ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง 4 ชนิด มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ตาม Thailand Red Data : Birds (TRD) 1 ชนิด ได้แก่ นกกาบบัว (Mycteria leucocephala) เป็นนกประจำถิ่น 21 ชนิด นกอพยพ 3 ชนิด นกประจำถิ่นและนกอพยพ
6 ชนิด และนกอพยพมาเพื่อผสมพันธุ์ 1 ชนิด

ปลาและสัตว์อื่นๆ

        พบปลาอย่างน้อย 29 ชนิด ได้แก่ ปลาตะเพียนทราย (Puntius leiacanthus) ปลาซิวหนวดยาว (Esomus metallicus) ปลาเนื้ออ่อน (Kryptopterus bleekeri) ปลากระทุงเหว (Xenentodon cancila) ปลาแป้นแก้ว (Ambassis siamensis) ปลาหมอช้างเหยียบ (Pristolepis fasciatus) ปลากระดี่หม้อ (Trichogaster trichopterus) เป็นต้น
        ชนิดที่สำรวจพบและอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ได้แก่ ปลาตองลาย (Notopterus blanci) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) และชนิดที่อยู่ในสถานภาพข้อมูลไม่เพียงพอ (Data Deficient) ได้แก่ ปลาซิวเจ้าฟ้า (Amblypharyngodon chulabhornae)
        - ปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาซิวแก้ว (Corica goniognathus) ปลาตะเพียนขาว (Puntius gonionotus) ปลานิล (Oreochromis niloticus) ปลาช่อน (Ophiocephalus striatus) ปลาสลิด (Trichogaster pectoralis) ปลาสลาด (Notopterus notopterus)
สัตว์น้ำอื่นๆ ได้แก่ กุ้งฝอยน้ำจืด (Macrobranchium lanchesteri) กุ้งฝอย (Macrobranchium sp.)
หอยขม  (Sinotaia ingallsiana) ปูนา (Esanthelphusa spp.) กบนา (Rana spp.) เขียด (Rana spp.) หอยเชอรี่ (Pomacea canaliculata)
ปลิง (Hirudineaspp).และเต่านา Malayemys macrocephala)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

    -

การจัดการและการคุกคาม  
 

การจัดการที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่

    1. ห้ามล่าสัตว์ป่าและควบคุมการเข้าใช้ประโยชน์ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช)
    2. มีการก่อสร้างทำนบคันดินรอบหนองน้ำเพื่อกักเก็บและหรือระบายน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ มีโครงการชลประทานกรมชลประทาน/กรมทรัพยากรน้ำ/การประปาส่วนภูมิภาค
    3. กำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา (กรมประมง/ชุมชน/อบต.)
    4. มีการปล่อยพันธุ์ปลาโดยหน่วยงานรัฐ (กรมประมง/ชุมชน/อบต.)
    5. มีเส้นทางศึกษาระบบนิเวศและจุดชมนกในบริเวณที่ทำการเขตห้ามล่าฯ (ชุมชน/ อบต.)

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพื้นที่

        เนื่องจากในช่วงเวลาสำรวจเพิ่งมีการขุดลอก ซึ่งเห็นปัญหาหรือความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน คือ ผลจากการขุดลอกที่ทำให้น้ำในอ่างขุ่นและเปลี่ยนสีไปจากเดิม ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมจะมีผลกระทบต่อปริมาณและชนิดของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทั้งพืชและสัตว์อย่างแน่นอน เมื่อเวลาผ่านไปสภาพของแหล่งน้ำที่ขุ่นเช่นนี้อาจจะสามารถกลับไปใกล้เคียงกับสภาพเดิมในเชิงกายภาพ แต่ในด้านชีวภาพเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยถึงความเปลี่ยนแปลงให้ชัดเจน เพื่อจะได้หาแนวทางในการฟื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำ และป้องกันสภาพปัญหาเช่นนี้มิให้เกิดขึ้นอีกเมื่อมีการขุดลอกอ่างเก็บน้ำครั้งใหม่หรือในอ่างเก็บน้ำแหล่งอื่นๆ


           

รายละเอียดเพิ่มเติม >>