หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มนํ้าที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บนํ้าสนามบิน


ที่ตั้ง : ต.ประโคนชัย อ. ประโคนชัย จ. บุรีรัมย์
       : พื้นที่ประมาณ 3,568 ไร่
       : พิกัดภูมิศาสตร์ ละติจูดที่ 14° 38' 30" N ลองจิจูดที่ 103° 4' 56" E พิกัด UTM 48 P TB 196936 แผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50000 ระวางแผนที่ 5638 III


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2552 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

    พื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำสนามบินมีลักษณะเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของคนในท้องถิ่น สภาพพื้นที่โดยรอบค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นเล็กน้อย ความลาดชันประมาณร้อยละ 1-3 วางตัวอยู่แนวเหนือ-ใต้ ส่วนยาวที่สุดประมาณ 2.5 กิโลเมตร ส่วนกว้างที่สุดประมาณ 2 กิโลเมตร มีน้ำท่วมขังตลอดปี

สถานภาพทางชีวภาพ  
 
พืชพรรณ
      พบพันธุ์ไม้น้ำทั้งหมดจำนวน 51 ชนิด โดยพบ กกสามเหลี่ยมหรือผือ (Actinoscirpus  grossus) จำนวนมากที่สุด รองลงมา คือ ไมยราบยักษ์ (Mimosa pigra) และธูปฤาษี (Tyhpa angustifolia) ตามลำดับ พันธุ์พืชลอยน้ำ พบจอกหูหนู (Salvinia cucullata) เป็นจำนวนมากที่สุด รองลงมา คือ จอก (Pistia stratiotes) และบัวบา (Nymphoides indicum) ตามลำดับ พันธุ์พืชใต้น้ำพบสาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla verticillata) และสันตวาใบข้าว (Vallisneria spiralis) ตามลำดับ
สำรวจพบไม้ยืนต้น 16 ชนิด ได้แก่ กระถิน (Leucaena leucocephala) กระทุ่มน้ำ (Mitragyna   diversifolia) ขี้เหล็กบ้าน (Senna siamea) คางฮูง(Albizzia lebbeckoides) ตะขบฝรั่ง (Muntingia   calabura) ตาล (Borassus  flabellifer) พุทรา (Zizyphus Mauritiana) มะขาม (Tamarindus indica) โมกมัน (Wrightia tomentosa) ยูคาลิปตัส (Eucalyptus citriodora) สัตบรรณ (Alstonia scholaris) หว้านา (Syzygium   cinereum)  ควินนีน (Azadirachta   indica) ยางนา (Dipterocarpus   alatus)   อะราง (Peltophorum   dasyrachis)  และหว้า (Syzygium  cumini) 
ความหลากชนิดของนก

     พบนกอย่างน้อย 39 ชนิด ได้แก่ นกเป็ดผีเล็ก(Tachybaptus ruficollis)นกกาน้ำเล็ก (Phalacrocorax niger) นกอ้ายงั่ว (Anhinga melanogaster) นกกระสานวล (Ardea cinerea) นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกยางโทนใหญ่ (Casmerrodius albus) นกยางโทนน้อย (Mesophoyx intermadia) นกตีนเทียน (Himantopus himantopus) นกกระรางหัวขวาน (Upupa epops) และนกยอดข้าวหางแพนลาย (Cisticola juncidis) เป็นต้น จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 37 ชนิด พบนกกระสาปากเหลือง (Mycteria cinerea) ซึ่งเป็นนกที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ตาม TRD เป็นนกที่สถานภาพมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์  ตาม IUCN และเป็นนกที่ขึ้นบัญชีที่ II ของ CITES พบนก นกอ้ายงั่ว (Anhinga melanogaster) และนกกระทุง (Pelecanus philippensis) ซึ่งนกทั้งสองชนิดจัดเป็นนกที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ตาม TRD และมีสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม ตาม IUCN แต่ไม่พบว่าเป็นสัตว์ในบัญชีรายชื่อใดของ CITES  และมีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ตาม TRD 2 ชนิด ได้แก่ นกกระสาแดง (Ardea purpurea) และนกกาบบัว (Mycteria  leucocephala) และสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม ตาม TRD 1 ชนิด คือ นกกระจาบธรรมดา (Ploceus philippinus)  เป็นนกประจำถิ่น 23 ชนิด นกประจำถิ่นและนกอพยพ 8 ชนิด นกอพยพ 7 ชนิด และนกอพยพมาเพื่อผสมพันธุ์ 1 ชนิด

ปลาและสัตว์อื่นๆ

       พบปลาอย่างน้อย 33 ชนิด ได้แก่ ปลาตองลาย (Chitala blanci) ปลาไน (Cyprinus carpio) ปลากระสูบจุด (Hampala dispar) ปลากาดำ (Morulius chrysophekadion) ปลากะมัง (Puntioplites proctozysron) ปลาแขยงใบข้าว (Mystus cavasius) ปลาซิวหนวดยาว (Esomus metallicus)ปลากดเหลือง (Mystus nemurus)ปลาแขยงข้างลาย (Mystus vittatus) ปลาชะโอน (Ompok bimaculatus) ปลากระทุงเหว (Xenentodon cancila) ปลาหลดจุด (Macrognathus siamensis) ปลากริมควาย (Trichopsis vittatus) และปลากระดี่นาง (Trichogaster microlepi) เป็นต้น
       ชนิดปลาที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ได้แก่ ปลาตองลาย (Notopterus blanci) และชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) และอยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ)  ได้แก่ ปลากัดเขียว (Betta smaragdina)
       ปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลากาดำ (Morulius chrysophekadion) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลาแขยงข้างลาย (Mystus vittatus) ปลาแขยงใบข้าว (Mystus cavasius) ปลาช่อน (Ophiocephalus striatus) ปลาสลิด (Trichogaster pectoralis)
          สัตว์น้ำอื่นๆ ได้แก่ กุ้งฝอยน้ำจืด (Macrobranchium lanchesteri) และหอยขม (Sinotaia ingallsiana) ปูนา (Esanthelphusa spp.) กบนา (Rana spp.) เขียดจะนา (Occdozyda lima) หอยเชอรี่ (Pomacea canaliculata) ปลิง (Hirudineaspp.) เต่านา (Malayemys macrocephala) ตะพาบ (Amyda cartilaginea)


คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

          ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ การเก็บหาผลผลิต ได้แก่ ปลาและพืชพรรณ เพื่อการบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายผลผลิตที่เก็บหาได้จากแหล่งน้ำเพื่อเป็นรายได้แก่ครัวเรือน (กว่าร้อยละ 80 ของชาวบ้านในชุมชนที่ศึกษาสำรวจระบุว่ามีการเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ฯ) และในระดับชุมชนอ่างเก็บน้ำสนามบินเป็นแหล่งน้ำดิบหลักสำหรับผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคของครัวเรือนในตัวอำเภอประโคนชัย โดยจากรายละเอียดของการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำจะสามารถป้อนน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาได้เฉลี่ย 2,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน นอกจากนี้อ่างเก็บน้ำสนามบินยังเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับใช้เพื่อการเกษตร โดยสามารถรองรับพื้นที่รับประโยชน์กว่า 3,000 ไร่ (โครงการชลประทานบุรีรัมย์ สำนักชลประทานที่ 8, ม.ม.ป.)
          คุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำที่ชุมชนท้องถิ่นและประชาชนทั่วไปได้รับประโยชน์โดยตรงที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำสนามบินเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ทั้งที่เป็นนกประจำถิ่นและอพยพ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบินจึงมีการจัดสถานที่อาคารชมวิวและดูนก พร้อมป้ายความรู้สำหรับนักท่องเที่ยวที่แวะมาท่องเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ ดูนกและถ่ายรูป นอกจากนี้รอบๆ อ่างเก็บน้ำยังมีร้านอาหารและรีสอร์ทบริการนักท่องเที่ยว
          โดยสรุปแล้วคุณค่าและความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำสนามบินมีทั้งคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยตรง เช่น การเก็บหาผลผลิต การนำน้ำมาใช้ประโยชน์เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร และ/หรือ การท่องเที่ยว เป็นต้น รวมทั้งคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยอ้อม เช่น การที่พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ช่วยกรองของเสีย/มลพิษจากการเพาะปลูก และ/หรือ เป็นแหล่งสะสมของตะกอนดินเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่เพาะปลูก เป็นต้น

การจัดการและการคุกคาม  
 

การจัดการที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่

      1. ห้ามล่าสัตว์ป่าและควบคุมการเข้าใช้ประโยชน์ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช)
      2. มีการก่อสร้างทำนบคันดินรอบหนองน้ำเพื่อกักเก็บและหรือระบายน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ มีโครงการชลประทาน (กรมชลประทาน/กรมทรัพยากรน้ำ/การประปาส่วนภูมิภาค)
      3. กำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา (กรมประมง/ชุมชน/อบต.)
      4. มีการปล่อยพันธุ์ปลาโดยหน่วยงานรัฐ (กรมประมง/ชุมชน/อบต.)
      5. มีการพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีเส้นทางศึกษาระบบนิเวศและจุดชมนกในบริเวณที่ทำการเขตห้ามล่าฯ (ชุมชน/ อบต.)

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพื้นที่

       

    1. การตื้นเขินของแหล่งน้ำ ระดับน้ำในแหล่งน้ำลดลง มีวัชพืชขึ้นหนาแน่น โดยเฉพาะไมยราบยักษ์
    2. การขยายตัวของชุมชนเมือง ส่งผลต่อความต้องการบริโภคทรัพยากรเพิ่มมากขึ้น รวมถึงความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือน และน้ำเพื่อการเกษตร
    3. มีโครงการก่อสร้างทำนบคันดินเพิ่มเติม ซ่อมแซมและบำรุงรักษาตัวอ่างเก็บน้ำเดิมที่มีอยู่แล้ว กิจกรรมเหล่านี้ย่อมมีผลกระทบต่อระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ ทั้งที่เป็นผลกระทบในระยะสั้น เช่น คุณภาพของน้ำ ความขุ่นของน้ำ เส้นทางการไหลของน้ำ เป็นต้น และผลกระทบระยะยาว เช่น การเปลี่ยนแปลงทดแทนที่ของสังคมพืช ซึ่งขณะนี้พบว่ามีวัชพืชต่างถิ่นรุกล้ำพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นบริเวณกว้าง การเปลี่ยนแปลงของสายใยอาหารที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงไปของคุณภาพแหล่งน้ำ เป็นต้น


           

รายละเอียดเพิ่มเติม >>