หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตริ
 

บึงผือฮี


ที่ตั้ง :   ตั้งอยู่ที่ ต. นาสะไมย์ อ. เมือง จ. ยโสธร ขนาดเนื้อที่ประมาณ 400 ไร่ ตำแหน่งพิกัดภูมิศาสตร์ ละติจูดที่ 15o55'4" N และลองจิจูดที่ 104o14'51" E พิกัด UTM 48 P VC 194600 แผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1:50000 ระวางที่ 5840 IV และ 5840


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2552 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

       บึงผือฮีเป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติ อยู่ในลุ่มน้ำชี รองรับน้ำจากพื้นที่สูงโดยรอบและจากห้วยทวนลักษณะรูปร่างของหนองและภูมิประเทศบริเวณดังกล่าว มีลักษณะรี เรียวยาว ต่อมาได้ปรับปรุงให้เป็นอ่างเก็บน้ำ สภาพพื้นที่โดยรอบค่อนข้างราบเรียบหรือลูกคลื่นเล็กน้อย ความลาดชันประมาณร้อยละ 2- 4  วางตัวอยู่แนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ แนวยาวที่สุดประมาณ 1.3 กิโลเมตร แนวกว้างที่สุดประมาณ 325 เมตร มีน้ำขังตลอดปี ความลึกของน้ำต่ำสุดประมาณ 0.5 เมตร สูงสุดประมาณ 4 เมตร กักเก็บน้ำได้ประมาณ 500,000 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปีประมาณ 1,500 มิลลิเมตร

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

พรรณไม้

       - จากการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำบึงผือฮี พบพันธุ์ไม้น้ำทั้งหมด 52 ชนิด ได้แก่ ผือหรือกกสามเหลี่ยม (Actinoscirpus grossus) แห้วทรงกระเทียม (Eleocharis dulcis) หญ้าไซ (Leersia  hexandra) หญ้าคา (Imperata cylindrica) ธูปฤาษี (Tyhpa angustifolia) บัวหลวง (Nelumbo nucifera) บัวบา (Nymphoides   indicum) จอกหูหนู (Salvinia cucullata) หญ้าพองลม (Hygroryza   aristata) สันตวาขนไก่ (Blyxa  japonica Maxim) สาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla verticillata) สาหร่ายเส้นด้าย (Najas  graminea) สาหร่ายแปรงล้างขวด (Rotala  wallichii) และสาหร่ายข้าวเหนียว (Utricularia  aurea) เป็นต้น
- พบไม้ยืนต้นบริเวณคันดินรอบบึง ทั้งหมด 14 ชนิด ได้แก่ ขี้เหล็กบ้าน (Senna  siamea) กระถินณรงค์ (Acacia auriculaeformis) กระถินเทพา (Acacia mangium) และยูคาลิปตัส (Eucalyptus  camaldulensis)  กระทุ่มน้ำ (Mitragyna   diversifolia) ประดู่ป่า (Pterocarpus   macrocarpus ) พุทรา (Ziziphus  mauritiana) มะขามเทศ(Pithecellobium dulce) ราชพฤกษ์ (Cassia  fistula) อินทนิลน้ำ (Lagerstroemia  speciosa) สะแกนา (Combretum quadrangulare) สะเดา (Azadirachta  indica) และอะราง (Peltophorum dasyrachis) 

นก

       - พบนกจำนวน 33 ชนิด ได้แก่ นกเป็ดผีเล็ก (Tachybaptus ruficollis) นกยางไฟหัวดำ (Ixobrychus sinensis) นกยางไฟธรรมดา (Ixobrychus cinnamomeus) เหยี่ยวขาว (Elanus cearuleus) เหยี่ยวนกเขาชิครา (Accipiter badius) เป็ดคับแค(Nettapus coromandelianus)  เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกกะเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกจาบคาเล็ก (Merops orientalis) นกแอ่นตาล (Cypsiurus balasiensis) นกเด้าดินทุ่งเล็กใหญ่ (Anthus novaeseelandiae) นกกระติ๊ดขี้หมู (Lonchura punctulata) และมีสถานภาพใกล้ถูกคุกคามตาม TRD 1 ชนิด คือ นกอีลุ้ม (Gallicrex cinerea)

 ทรัพยากรปลา
 

        - จากการสำรวจพันธุ์ปลาที่บึงผือฮี พบปลาอย่างน้อย 25 ชนิด  เป็นปลาในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) มากที่สุด กลุ่มปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาสลิด (Trichogaster pectoralis) ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลาแขยงข้างลาย (Mystus vittatus) ปลานิล (Oreochromis niloticus) และ ปลาช่อน (Ophiocephalus striatus) และสัตว์น้ำเศรษฐกิจอื่นๆ ที่สำรวจพบ ได้แก่ กุ้งฝอยน้ำจืด (Macrobranchium lanchesteri) และหอยเชอรี่ (Pomacea canalicalata)

 

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

            

     บึงผือฮี มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของประชาชนในท้องถิ่น ประโยชน์โดยตรงจากหนองน้ำที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ การเก็บหาผลผลิต ทั้งปลา สัตว์น้ำต่างๆ และพืชพรรณ สำหรับบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายเป็นรายได้กับครอบครัว และถึงแม้ว่าชาวบ้านที่สัมภาษณ์หลายคนจะบอกว่า การเข้าใช้พื้นที่หนองน้ำเพื่อเก็บหาผลผลิตจะยากขึ้นกว่าเดิม เพราะจากการขุดลอกหนอง (เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2534) ที่ยกคันดินให้สูงขึ้นทำให้ตลิ่งชันมากกว่าเดิม แต่ก็ยังมีชาวบ้านเข้ามาจับหาปลาและเก็บพืชพรรณที่บึงผือฮีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งคุณค่าของหนองน้ำที่เป็นแหล่งน้ำสำหรับการเพาะปลูก และเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ของชาวบ้าน เป็นต้น นอกจากนี้บึงผือฮียังมีคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยอ้อม เช่น การที่พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ช่วยกรองของเสีย/มลพิษจากการเพาะปลูก และ/หรือ เป็นแหล่งสะสมของตะกอนดินเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่เพาะปลูก เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติของชุมชน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมหรือประเพณีต่างๆ เช่น ประเพณีสงกรานต์ บุญบั้งไฟ และการแข่งเรือ  

 

การจัดการและการคุกคาม  
 

การจัดการที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่

  1. มีการก่อสร้างทำนบคันดินรอบหนองน้ำเพื่อกักเก็บและหรือระบายน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ (กรมชลประทาน/กรมทรัพยากรน้ำ)
  2. มีการปล่อยพันธุ์ปลาโดยหน่วยงานรัฐ (กรมประมง/ชุมชน/อบต.)

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพื้นที่

  1. มีวัชพืช เช่น ธูปฤาษี หญ้า ขึ้นหนาแน่นบริเวณหนองน้ำ ส่งผลให้แหล่งน้ำตื้นเขิน
  2. การขุดลอกและทำถนนรอบบึงผือฮี รวมทั้งถนนที่แยกหนองน้ำออกเป็นสองส่วน ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศแหล่งน้ำทั้งด้านกายภาพและคุณภาพของแหล่งน้ำ ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลกระทบต่อชนิด ปริมาณของสิ่งมีชีวิตที่อยู่อาศัยและโครงสร้างของระบบนิเวศ โดยเฉพาะปลา ซึ่งมีแนวโน้มการลดลงของปริมาณและการเปลี่ยนแปลงไปของชนิดพันธุ์

 


           

รายละเอียดเพิ่มเติม >>