หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ

 

บึงละหาน


ที่ตั้ง : อ. จัตุรัส จ. ชัยภูมิ เนื้อที่ประมาณ 18,181 ไร่
       : ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 190 เมตร
       : พิกัดภูมิศาสตร์ละติจูดที่ 15°38'12" N และลองจิจูดที่ 101°54'12" E พิกัด UTM 47 P RT 114304  แผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1:50000 ระวางที่ 5340 II ชุด L 7018

บึงละหาน :   เป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติขนาดใหญ่มีลักษณะค่อนข้างตื้นอยู่ในเขตของลุ่มน้ำชี จัดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านละหาน ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 18,181 ไร่ พื้นที่โดยรวมสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 190 เมตร บึงละหานจัดเป็นพื้นที่ลุ่มรองรับน้ำจากลำคันฉูและไหลลงสู่แม่น้ำชี ในฤดูแล้งบึงจะค่อนข้างแห้งมีเพียงตอนใต้ของบึงที่มีน้ำตลอดปี ความลึกที่สุดของบึงเฉลี่ยประมาณ 1.5 เมตร ปัจจุบันมีการทำถนนเป็นทำนบรอบบึงกั้นคูน้ำ โดยมีสันทำนบกว้าง 6 เมตร สูง 5.5 เมตร สร้างทางระบายน้ำล้น 5 แห่ง และอาคารระบายน้ำ 1 แห่ง


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2551 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

          บึงละหานเป็นบึงตื้นขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะเอียงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพพื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่ค่อนข้างราบเรียบ ความลาดชันร้อยละ 1-2 มีเนื้อที่ประมาณ 18,181 ไร่ บึงละหานวางตัวอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ ส่วนกว้างที่สุดประมาณ 3 กิโลเมตร ส่วนยาวสุดประมาณ 6.5 กิโลเมตร มีน้ำท่วมขังตลอดปีเฉพาะด้านใต้ของบึง
บึงละหานอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชี รับน้ำจากลำน้ำสำคัญ คือ คลองยายแก้ว ลำคันฉู และลำน้ำโดยรอบบึง น้ำจะไหลออกจากบึงละหานสู่ลำน้ำชีในฤดูฝน บึงมีความลึกประมาณ 1-2 เมตร มีระดับความสูงจากน้ำทะเลปานกลาง 188 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 53 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีการก่อสร้างถนนรอบตัวบึงเพื่อเป็นทำนบกั้นลำน้ำ โดยมีสันทำนบกว้าง 6 เมตร สูง 5.5 เมตร  สร้างทางระบายน้ำล้น 5 แห่ง และอาคารระบายน้ำ 1 แห่ง ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 1,118 มิลลิเมตรต่อปี

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
        พบพันธุ์ไม้น้ำ จำนวน 75 ชนิด ได้แก่ กกสามเหลี่ยม (Actinoscirpus grossus) กกกลม (Cyperus corymbosus) และอ้อ (Arundo donax) จอกหูหนู (Salvinia cucullata) สาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla verticillata) เทียนนา (Ludwigia hyssopifolia ) ผักชีล้อม (Oenanthe javanica ) ผักแขยง  (Limnophila aromatica )ผักบุ้ง (Ipomoea  aquatica )ผักปราบ (Murdannia nudiflora )และพรมมิ (Bacopa  monnieri )เป็นต้น
- ไม้ยืนต้นบริเวณคันดินรอบหนองน้ำ สำรวจพบจำนวน 29 ชนิด ได้แก่ หนามพุงดอ (Azima sarmentosa) กุ่มน้ำ (Crateva magna)  คางฮูง (Albizzia lebbeckoides) ทองกวาว(Butea monosperma) มะเดื่ออุทุมพร (Ficus racemosa) หว้า (Syzygium cumini) และสะแกนา (Combretum quadrangulare) เป็นต้น

ทรัพยากรปลา
        พบปลาอย่างน้อย 31 ชนิด ปลากดเหลือง (Mystus nemurus) ปลาแขยงข้างลาย(Mystus vittatus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) ปลาหลดจุด (Macrognathus siamensis) ปลากะทิง (Mastacembelus armatus) ปลาบู่ทราย (Oxyeletris marmoratus) ปลาชะโด (Ophiocephalus micropeltes) และ ปลาปักเป้า (Tetrodon leiurus) เป้นต้น
- จากชนิดปลาทั้งหมดที่สำรวจพบ ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) และถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ) ได้แก่ ปลาบึก (Pangasianodon gigas) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) และชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (Near-threatened) และถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ) ได้แก่ ปลาสวาย (Pangasius hypophthalmus)
ปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลาตะเพียนขาว (Puntius gonionotus) ปลาไส้ตัน (Cyclocheilichthys apogon) ปลาช่อน (Ophiocephalus striatus) ปลาสร้อยขาว (Cirrhinus jullieni) ปลาไส้ตัน (Cyclocheilichthys repasson) และปลาไส้ตัน (Cyclocheilichthys armatus)
สัตว์น้ำอื่นๆ ที่สำรวจพบในพื้นที่ชุ่มน้ำบึงละหาน ได้แก่ กุ้งฝอยน้ำจืด (Macrobranchium lanchesteri) กุ้งก้ามกราม (Macrobranchium rosenbergii) เต่านา (Malayemys macrocephala) หอยเชอร์รี่ (Pomacea canaliculata) หอยขม (Sinotaia ingallsiana) ปลิง (Hirudineaspp.) ปูนา (Esanthelphusa spp.) และกบนา (Rana spp.)        

นก
          จากการสำรวจนกในพื้นที่ชุ่มน้ำบึงละหาน พบนกจำนวน 53 ชนิด ได้แก่ นกกระสานวล (Ardea cinerea) นกยางเปีย (Egretta garzetta) นกยางไฟหัวดำ (Ixobrychus sinensis) นกอัญชันคิ้วขาว (Porzana paykullii) นกสติ๊นท์อกเทา (Calidris temminckii) นกปากซ่อมหางเข็ม (Gallinago stenura) นกปากซ่อมหางพัด (Gallinago gallinago) นกเขาไฟ (Streptopelia tranquebarica) นกอีวาบตั๊กแตน (Cacomantis merulinus)นกตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis) นกเด้าลมเหลือง (Motacilla flava) และ นกแซงแซวหางปลา (Dicrurus macrocercus) เป็นต้น       จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 51 ชนิด ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง 2 ชนิด และใน 53 ชนิดนี้ มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ตาม Thailand Red Data : Birds (TRD) 2 ชนิด คือ นกกระสาแดง (Ardea purpurea) และนกกระแตหาด (Vanellus duvaucelii) เป็นนกประจำถิ่น 26 ชนิด นกอพยพ 13 ชนิด นกประจำถิ่นและนกอพยพ 13 ชนิด นกอพยพมาเพื่อผสมพันธุ์ 1 ชนิด

        

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

 

การใช้ประโยชน์
       พื้นที่ชุ่มน้ำบึงละหาน มีคุณค่าต่อการดำรงชีพของชุมชนท้องถิ่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคุณค่าเชิงเกษตรกรรม เช่น เป็นแหล่งน้ำแหล่งหากินสำหรับสัตว์เลี้ยง และเป็นแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูกพืช และคุณค่าด้านผลผลิต ซึ่งเห็นได้ชัดเจนที่สุด โดยบึงละหานจัดเป็นแหล่งเก็บหาพืชพรรณ เป็นแหล่งจับหาปลาและสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งรายได้และ/หรือตลาดสดของชุมชน โดยเฉพาะปลา ที่ชาวบ้านได้เก็บหามาเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายเป็นรายได้แก่ครัวเรือน นอกเหนือจากคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยตรงเหล่านี้แล้ว บึงละหานยังมีคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยอ้อม เช่น การที่พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ช่วยกรองของเสีย/มลพิษจากการเพาะปลูก และ/หรือ เป็นแหล่งสะสมของตะกอนดินเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่เพาะปลูก เป็นต้น

 

การจัดการและการคุกคาม  
 

การจัดการ

  1. มีการก่อสร้างทำนบคันดินรอบหนองน้ำเพื่อกักเก็บและหรือระบายน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ มีโครงการชลประทาน(กรมชลประทาน/กรมทรัพยากรน้ำ)
  2. กำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา(กรมประมง/ชุมชน/อบต.)
  3. มีการปล่อยพันธุ์ปลาโดยหน่วยงานรัฐ(กรมประมง/ชุมชน/อบต.)
  4. มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับกิจกรรมทางน้ำของท้องถิ่น(ทสจ./ชุมชน/อบจ./ อบต.  )

การคุกคาม

       การแพร่ระบาดของวัชพืชน้ำ ส่งผลให้แหล่งน้ำตื้นเขิน
ปริมาณปลาและสัตว์น้ำลดลงจากเดิม และยังมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม สาเหตุสำคัญมาจากจำนวนผู้เข้าเก็บหาผลผลิตในบึงละหานเพิ่มขึ้น รวมทั้งการจับปลาด้วยวิธีที่ผิดกฎหมาย เช่น การใช้ตาข่ายขนาดเล็กเกินไป การช๊อตปลา และการเบื่อปลา เป็นต้น ในขณะที่การดูแลและควบคุมการใช้ประโยชน์ยังดำเนินการในลักษณะวิถีชุมชน แม้จะเคยมีการควบคุมด้วยกฎระเบียบ เช่น การกำหนดห้ามจับปลา การกำหนดขนาดเครื่องมือหาปลา รวมทั้งการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการตกปลา (กรณีตกเป็ดฝรั่ง Fishing rod and reel ที่มีค่าธรรมเนียม 5 บาท/ครั้ง ซึ่งสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 5,000-6,000 บาท/ปี) เป็นต้น แต่ก็ต้องยกเลิกไป (ประมาณ 2-3 ปี ที่ผ่านมา) เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่กำกับดูแล แต่จากการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน (ผู้ใหญ่บ้านหนองหญ้าข้าวนก, 29 เม.ย. 2552) ได้ระบุว่าจะมีแผนการนำกฎระเบียบเหล่านี้กลับมาใช้อีกเพื่อควบคุมการจับหาปลาไม่ให้มากเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าไม่สามารถควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมก็จะกลายเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำได้ และปัญหาอีกประการหนึ่ง ได้แก่ การแพร่กระจายของดินเค็มรอบบึง ซึ่งแน่นอนจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้าน และหากการกระจายเพิ่มวงกว้างขึ้นอาจจะมีผลต่อคุณภาพน้ำในบึงละหานได้

 


            รายละเอียดเพิ่มเติม >>