หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี
 

บึงหล่ม


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลลาดยาวและตำบลบ้านไร่ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์
เนื้อที่ : 1,331 ไร่
พิกัดกลางที่ 580065N 1747146E

แผนที่

 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองบึงน้ำจืดของประเทศไทย(ภาคเหนือ) ปีงบประมาณ 2553 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

ลักษณะทางกายภาพ
- ลักษณะธรรมชาติ หนองบึงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีลักษณะเป็นต้นน้ำ
- ประเภทหนองบึง ที่ตั้งกระจาย ตอนบนของลุ่มน้ำสะแกกรัง
- ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำ ลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำสะแกกรังตอนล่าง
- ลักษณะพิเศษ เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก

ทรัพยากรดิน
- ชุดดินที่พบ ประกอบด้วยกลุ่มชุดดินที่ 3 และ 41
- ดินอินทรีย์ ไม่พบสนุ่นหรือปึ๋ง เนื่องจากพื้นที่ถูกขุดลอก

การใช้ที่ดิน
- การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน จาก 1,520 ไร่ ในปี พ.ศ.2544 ลดลงเล็กน้อยเหลือ 1,331 ไร่ ในปี พ.ศ. 2552 เหลือพื้นที่บึงเกือบทั้งหมดเนื่องจากที่ลุ่มชื้นแฉะและที่ทำการเกษตรถูกขุดลอก
- สภาพการใช้ที่ดินส่วนใหญ่ เป็นบึงน้ำ

คุณภาพน้ำผิวดิน
- คุณภาพน้ำ มีค่าความสกปรกค่อนข้างมาก
- สภาพของน้ำ การเกื้อกูลต่อระบบนิเวศต่ำ และมีปริมาณสารอาหารสูง
- การจัดประเภทแหล่งน้ำ ประเภทที่ 3

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

พบพรรณไม้รวม 151 ชนิด 126 สกุล  53 วงศ์ แยกเป็นพรรณไม้น้ำ  111 ชนิด พรรณไม้ทั่วไป 40 ชนิด และมีไม้ต้นที่นำเข้าไปปลูกอีก 2 ชนิด  

มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 85 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 12 ชนิด นก 48 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 16 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 9 ชนิด มีสัตว์ป่าที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) 1 ชนิด คือ เต่าเหลือง (Indotestudo elongata) มีสัตว์ป่าที่มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 2 ชนิด ได้แก่ เต่านา (Malayemys subtrijuga) และเต่าหับ (Cuora amboinensis)

พบปลาจำนวน 19 ครอบครัว (families) 42 ชนิด (species) จัดอยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable,VU) คือ ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) และปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) และสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI)  จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ ปลาสวาย (Pangasianodon hypophthalmus)

พบสัตว์หน้าดินทั้งหมด 3 ไฟลั่ม 9 ครอบครัว 9 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์หน้าดินในไฟลั่ม Annelida จำนวน 1 ครอบครัว 1 ชนิด Arthropoda จำนวน 6 ครอบครัว 6 ชนิด และ Mollusca จำนวน 2 ครอบครัว 2 ชนิด

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่น้อยกว่า 12 ชนิด ใน 6 วงศ์ จากการดักกรงสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวน 40 กรง สำรวจพบ 2 ชนิด คือ หนูพุกใหญ่ (Bandicota indica) และหนูหริ่งนาหางยาว (Mus calori) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นที่สำรวจพบ เช่น ชะมดเช็ด (Viverricula indica) พังพอนเล็ก (Herpestes javanica) ค้างคาวขอบหูขาวกลาง (Cynopterus sphinx) เป็นต้น

มีนกอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 48 ชนิด ใน 28 วงศ์ ส่วนมากเป็นนกน้ำและนกทุ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น นกกาน้ำเล็ก (Phalacrocorax niger) นกยางเปีย (Egretta garzetta) นกยางควาย (Bubulcus ibis) นกยางไฟหัวดำ (Ixobrychus sinensis) นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ (Dicrurus paradiseus) นกยอดข้าวหางแพนลาย (Cisticola juncidis) นกกระจิบหญ้าสีเรียบ (Prinia inornata) นกตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis) นกโพระดกสวน (Megalaima lineata) นกนางแอ่นบ้าน (Hirundo rustica) เป็นต้น

มีสัตว์เลื้อยคลานไม่น้อยกว่า 16 ชนิด ใน 10 วงศ์ เช่น กิ้งก่าหัวแดง (Calotes versicolor) แย้เหนือ (Leiolepis belliana ocellata) จิ้งเหลนบ้าน (Mabuya multifasciata) งูทางมะพร้าวลายขีด (Elaphe radiata) งูสิงบ้าน (Ptyas korros) งูเขียวหัวจิ้งจก (Ahaetulla prasina) งูเห่าหม้อ (Naja kaouthia) เป็นต้น

มีสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 9 ชนิด ใน 5 วงศ์ เป็นชนิดที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น คางคกบ้าน (Bufo melanostictus) กบหนอง (Fejervaya limnocharis) เขียดจะนา (Occidozyga lima) ปาดบ้าน (Polypedates leucomystax) อึ่งเพ้า (Glyphoglossus molossus) และอึ่งอ่างบ้าน (Kaloula pulchra) เป็นต้น

การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสาหร่ายจากบึงหล่ม สำรวจพบและสามารถจัดจำแนกสาหร่ายได้เพียง 1 ดิวิชัน (division) 1 สกุล (genus) 1 ชนิด (species) ดิวิชันที่สำรวจพบ ได้แก่ Cyanophyta (สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว) โดยสกุลที่สำรวจพบ คือ Microcystis  aeruginosa เป็นสกุลที่สร้างสารพิษ ในกลุ่มไมโครซิสติน (microcystin, MCYST) ซึ่งเป็นพิษต่อตับและเป็นตัวเร่งให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง อาการแสดงออกซึ่งความเป็นพิษ ได้แก่ อ่อนเพลีย หมดความอยากอาหาร เยื่อบุต่างๆ มีสีซีด อาเจียน หนาวสั่น และท้องร่วง การตายเกิดขึ้นหลังจากได้รับสารพิษ 2-3 ชั่วโมง ถึง 2-3 วัน ส่วนใหญ่จะเกิดจากเลือดออกตับ (intrahepatic haemorrhage) และการช็อกเนื่องจากขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง (hypovolaemic shock) เนื่องจากเมื่อเซลล์ตับได้รับสารพิษจะเกิดการหดตัว ทำให้เซลล์ที่เกาะกันแน่นแยกออก และเกิดการแยกของเส้นเลือดฝอย (sinusoidal capillaies) ทำให้เลือดคั่ง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ตับ และนำมาซึ่งอาการช็อกในที่สุด (อาภารัตน์, 2551) สารพิษจากสาหร่ายชนิดนี้อาจเป็นสาเหตุการตายโดยตรง ของสัตว์น้ำ และเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับมนุษย์ คือ การตกค้างของสารพิษในห่วงโซ่อาหาร โดยสาหร่ายพิษเหล่านี้ จะถูกกรองเป็นอาหารโดยหอย เช่น หอยแมลงภู่  หอยกาบ หรือหอยเชลล์ หรือถูกกินโดยปลาบางชนิด โดยไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำเหล่านี้ แต่จะเป็นสาเหตุของการป่วยหรือการตายในผู้ที่บริโภคสัตว์น้ำเหล่านี้ได้ 

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

คุณค่าการใช้ประโยชน์
แหล่งน้ำเพื่อใช้ทำประปาโดยการประปาภูมิภาค ทำการเกษตร เช่น ทำนา ปลูกอ้อย ทำการปศุสัตว์ เช่น เลี้ยงวัวและควาย ชุมชนจับสัตว์น้ำในหนองบึงเพื่อบริโภค

คุณค่าในระบบนิเวศ
พื้นที่กักเก็บน้ำ เป็นที่อยู่อาศัยของนกเป็ดน้ำที่อพยพมาในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม

การจัดการและการคุกคาม  
 

ภาวะการคุกคาม
1) การปิดกั้นระบบน้ำ
2) การบุกรุกที่ดินหนอง/บึง
3) วัชพืชในแหล่งน้ำ มีมากขึ้น
4) ใช้พื้นที่เลี้ยงสัตว์
5) ชลประทานขุดพื้นที่ดักแปลงสภาพบึง

การมีส่วนในการอนุรักษ์
1) ที่ผ่านมาชุมชนมีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้ ปล่อยปลา
2) ป้องกันการบุกรุกที่ดิน
3) ในชุมชนไม่มีองค์กรด้านการอนุรักษ์

รายละเอียดเพิ่มเติม >>