หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

หนองปลาแขยง จ.ปราจีนบุรี


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ หมู่ 12 ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี ห่างจากตัวอำเภอกบินทร์บุรี ประมาณ 5 กิโลเมตร ตามทาง หลวงหมายเลข 304 และตั้งอยู่ติดกับทางหลวงหมายเลข 33 ปรากฏ ในแผนที่สภาพภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50,000  ของ กรมแผนที่ทหาร ลำดับชุด L7018 ระวาง 5336 IV

พิกัดกลาง : 796400E และ 1548300N หรือที่พิกัดภูมิศาสตร์ ที่เส้นละติจูด 13 องศา 59 ลิปดาเหนือและเส้นลองจิจูด 101 องศา 45 ลิปดาตะวันออก

ขนาดพื้นที่ : 629 ไร่ 20 ตารางวา ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน

      จัดอยู่ในประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำกระจายในที่ลุ่ม โดยมีองค์การบริหาร ส่วนตำบลเมืองเก่า เป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการพื้นที่

 


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2555 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

ลักษณะภูมิประเทศ

          หนองปลาแขยงตั้งอยู่ที่ ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มีขนาดเนื้อที่ 629 ไร่  20 ตารางวา ลักษณะการเกิดของหนองน้ำแห่งนี้เป็นเส้นทางสำน้ำเก่าที่เปลี่ยนทิศทางการไหล เนื่องจากหนองปลาแขยงตั้งอยู่ระหว่าง ลำน้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำบางปะกง และคลองพระปรง พื้นที่ข้างเคียงของหนองน้ำแห่งนี้มีอ่างน้ำจำนวนหลายแอ่ง และบางแอ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับทะเลสาบรูปแอกวัว (oxbow lake) เมื่อเวลาผ่านไปทำให้แอ่งน้ำแห่งนี้ขนาดเพิ่มมากขึ้น จนสามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 1,920,000 ลูกบาศก์เมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ และมีพืชน้ำจำนวนมาก และอุดมสมบูรณ์ทำให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำ ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพในช่วงฤดูหนาว จะมีนกอพยพจากเขต มาอยู่อาศัยในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีบริเวณนี้จำนวนมาก สภาพทางกายภาพในบริเวณโดยรอบของหนองปลาแขยง เป็นที่ลุ่มน้ำขังริมฝั่งลำน้ำของแควหนุมาน และคลองพระปรงที่ไหลมาบรรจบกันที่บ้านตลาดใหม่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี กลายเป็นแม่น้ำบางประกง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก ของหนองปลาแขยงประมาณ 3 กิโลเมตร

          หนองปลาแขยงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ในลุ่มน้ำปราจีนบุรี ลุ่มน้ำสาขาพระปรง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้วลักษณะลุ่มน้ำวางตัวอยู่ในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก พื้นที่ต้นน้ำมีต้นกำเนิดจากทิวเขาสันกำแพงซึ่งอยู่ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่ลุ่มน้ำทางตอนใต้มีเนินเขา เขาเตี้ย และมีเทือกเขาติดต่อกันไม่ยาวนักนอกจากนี้ยังมีพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ราบระหว่างแม่น้ำ และพื้นที่ราบด้านตะวันตก ของลุ่มน้ำแม่น้ำสายหลักในลุ่มน้ำ ได้แก่ แม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งเป็นน้ำสาขาของแม่น้ำบางปะกงเกิดจากการไหลมาบรรจบกัน ของแม่น้ำ 2 สาย คือ แม่น้ำหนุมาน และแม่น้ำพระปรงแม่น้ำปราจีนบุรีจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำนครนายก ที่อำเภอ บางน้ำเปรี้ยวจังหวัดฉะเชิงเทรากลายเป็นแม่น้ำบางปะกง แล้วไหลลงอ่าวไทย

ลักษณะธรณีวิทยา

          บริเวณพื้นที่ตั้งหนองปลาแขยงมีลักษณะทางธรณีวิทยาเป็นที่ทับถมของตะกอนที่เกิดในลักษณะของตะกอนน้ำพา (alluvial deposits) ของลำน้ำประกอบด้วยแควหนุมาน และคลองพระปรงซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำบางประกงที่เกิดขึ้น ในยุคควอเทอร์นารี โดยเป็นตะกอนลำน้ำที่ถูกพัดพามาสะสมตัวตามลำน้ำและที่ลุ่มน้ำท่วม หรือที่ราบเชิงเขาและพื้นที่ ตะพักลุ่มน้ำ ลักษณะของตะกอนประกอบด้วย กรวด ทราย และดินเหนียว จากลักษณะทางธรณีวิทยา ของพื้นที่แห่งนี้ เป็นตะกอนที่ราบน้ำท่วมถึงมีลักษณะเป็นดินเหนียว ดินเหนียวปนทรายเนื้อละเอียดชั้นหนา เนื้อเหนียวและมีเม็ดเล็กปนอยู่บ้าง

ทรัพยากรดิน

          กลุ่มชุดดินดินที่พบบริเวณหนองปลาแขยงประกอบด้วยกลุ่มชุดดินที่ 4, 6, 15, 17, 18, 22, 24, 25, 35, 38, 40, 41, 44, 46, 47 และกลุ่มชุดดินที่ 49

 



สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

           หนองปลาแขยงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่กระจายในพื้นที่ลุ่ม แต่ถูกรบกวนจากกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปลี่ยนพื้นที่ เพื่อทำการเกษตรเป็นที่ตั้งของชุมชน และหน่วยงานราชการ ทำให้พื้นที่หนองลดลงและสังคมพืชถูกทำลายแต่ยังเหลือบริเวณ พื้นที่ชุ่มน้ำที่ค่อนข้างสมบูรณ์เป็นหย่อม ๆ จากการศึกษา พบพรรณไม้รวม 268 ชนิด 218 สกุล 85 วงศ์ แยกเป็นพรรณไม้ทั่วไป 104 ชนิด และพรรณไม้น้ำ 164 ชนิด ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีก 38 ชนิด

           รอบหนองพบไม้ต้นที่ขึ้นในพื้นที่อีกหลายชนิด เช่น จิกนาBarringtonia acutangula (L.) Gaertn. กระทุ่ม Anthocephalus chinensis (Lam.) A.Rich. ex Walp. กระทุ่มนา Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil. สนุ่น Salix tetrasperma Roxb. อะราง Peltophorum dasyrrachis (Miq.) Kurz ex Baker ตะแบกนา Lagerstroemia floribunda Jack เสม็ดขาว Melaleuca cajuputi Powell เป็นต้น รวมทั้งพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีกหลายชนิด เช่น สะเดา Azadirachta indica A.Juss. var. siamensis ValetonปีบMillingtonia hortensis L.f. หูกวาง Terminalia catappa L. สัก Tectona grandis L.f. ราชพฤกษ์ Cassia fistula L. ขี้เหล็ก Senna siamea (Lam.)H.S.Irwin & Barneby ประดู่บ้าน Pterocarpus indica Willd. เป็นต้น


           ในพื้นที่หนองที่น้ำท่วมถึงและพื้นที่ชื้นแฉะริมน้ำพบพรรณไม้น้ำค่อนข้างหลากหลาย เช่น กระทุ่มนา Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil. ผักตบชวา Eichhornia crassipes (C.Mart.) Solms จอก Pistia stratiotes L. จอกหูหนู Salvinia cucullata Roxb. ex Bory ผักกระเฉด Neptunia oleracea Lour. ไมยราบยักษ์ Mimosa pigra L. ไมยราบ M. pudica L. บัวหลวง Nelumbo nucifera Gaertn. ผักบุ้ง Ipomoea aquatica Forssk. ผักแพงพวย Ludwigia adscendens (L.) H.Hara หนามพุงดอ Azima sarmentosa (Blume) Benth. หนวดปลาดุก Lindernia anagallis (Burm.f.) Pennell บอน Colocasia esculenta (L.) Schott กกสามเหลี่ยม Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A.Simpson แห้วทรงกระเทียม Eleocharis dulcis (Burm.f.) Hensch. var. dulcis หญ้าแขม Phragmites vallatoria (Pluk. ex L.) Veldkamp หวายลิง Flagellaria indica L. ธูปฤาษี Typha angustifolia L. เป็นต้น

ทรัพยากรสัตว์ป่า   

           มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 68 ชนิด ใน 43 วงศ์ 60 สกุล ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิด หรือร้อยละ 2.94 ของจำนวนชนิดสัตว์ป่าทั้งหมด นก 48 ชนิด (ร้อยละ 75.59) สัตว์เลื้อยคลาน 11 ชนิด (ร้อยละ 16.18) และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 7 ชนิด (ร้อยละ 10.29)

                    1. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

                        มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ชนิด ใน 3 วงศ์ 3 สกุล ซึ่งเป็นสัตว์ที่สำรวจพบโดยตรงทั้ง 2 ชนิด ได้แก่ หนูท้องขาว (Rattus tanezumi) และหนูพุกใหญ่ (Bandicota indica

                    2. นก

                        มีนกอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 48 ชนิด ใน 28 วงศ์ 41 สกุล ทุกชนิดเป็นนกที่สำรวจพบโดยตรง ส่วนมากจะเป็นนกที่อาศัยอยู่ตามทุ่งโล่ง และตามพื้นที่เกษตรกรรม เช่น นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกเขาชวา (Geopelia striata) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกกินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis) นกกระจาบอกเรียบ (Ploceus philippinus) นกกระจาบทอง (Ploceus hypoxanthus) เป็นต้น พบชนิดนกน้ำที่อาศัยอยู่บริเวณรอบหนองปลาแขยง เช่น นกกาน้ำเล็ก (Phalacrocorax niger) นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกยางเปีย (Egretta garzetta) นกยางควาย (Bubulcus ibis) เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) นกอีโก้ง (Porphyrio porphyrio) นกกวัก (Amaurornis phoenicurus) เป็นต้น

                    3. สัตว์เลื้อยคลาน

                        มีสัตว์เลื้อยคลานอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 11 ชนิด ใน 10 วงศ์ 10 สกุล เป็รสัตว์ที่สำรวจพบโดยตรง 1 ชนิด คือ จิ้งจกหางแบน (Cosymbotus platyurus) ที่เหลืออีก 10 ชนิดเป็นสัตว์ที่ได้ข้อมูลจากการสอบถาม เช่น ตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea) เต่านา (Malayemys subtrijuga) จระเข้น้ำจืด (Crocodylus siamensis) เหี้ย (Varanus salvator) งูสิงบ้าน (Ptyas korros) งูเหลือม (Python reticulatus) เป็นต้น                                                                           

                    4.สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก

                       มีสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการไม่น้อยกว่า 7 ชนิด ใน 4 วงศ์ 7 สกุล เป็นสัตว์ที่สำรวจพบ โดยตรง 3 ชนิด ได้แก่ กบหนอง (Fejervaya limnocharis) เขียดจิก (Hylarana erythraea) และเขียดจะนา (Occidozyga lima) ที่เหลืออีก 4 ชนิด ได้ข้อมูลจากการสอบถาม ได้แก่ คางคกบ้าน (Bufo melanostictus) กบนา (Hoplobatrachus rugulosa) อึ่งเพ้า (Glyphoglossus molossus) และอึ่งน้ำเต้า (Microhyla ficipes)

ทรัพยากรปลา

          ทรัพยากรปลาที่อาศัยอยู่ในหนองปลาแขยง ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มีความหลากชนิด จำนวน 39 ชนิด (species) ใน 18 ครอบครัว (families) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 14 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 35.90 รองลงมา ได้แก่ Bagridae จำนวน 5 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 12.82 รองลงมา คือ Belontiidae จำนวน 4 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 10.26 และ Mastacembelidae จำนวน 2 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 5.13 และอีก 14 ครอบครัว พบเพียงครอบครัวละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 2.56

สัตว์หน้าดิน

         สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่ในหนองปลาแขยง ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนมีระดับถึงบริเวณขอบบึง พบความหลากชนิดของ สัตว์หน้าดิน ทั้งหมด 7 ชนิด ใน 3 ไฟลั่ม 7 ครอบครัว มีความหนาแน่นระหว่าง 242-330 ตัวต่อตารางเมตร ประกอบด้วยสัตว์หน้าดินในไฟลั่ม Annelida จำนวน 1 ชนิด ใน 1 ครอบครัว ไฟลั่ม Arthropoda จำนวน 4 ชนิด ใน 4 ครอบครัว และ ไฟลั่ม Mollusca จำนวน 2 ชนิด ใน 2 ครอบครัว


คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

มูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ

           การประเมินคุณค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองบึง จากผลการสำรวจข้อมูล การใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ตามที่กำหนดการศึกษาโดยวิธีการรวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิ และการสำรวจด้วยแบบสอบถาม ค่าประโยชน์มวลรวม (gross benefit) รายปีของพื้นที่หนองปลาแขยง มีมูลค่า 0.53 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทางด้านการผลผลิต ปลา 263,250 บาท คิดเป็นร้อยละ 50.03 ของมูลค่าทั้งหมด รองลงมา คือ การเลี้ยงควาย 125,000 บาท (ร้อยละ 23.76) และของป่า 109,950 บาท ตามลำดับ

 

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่


           ประเด็นปัญหาและการคุกคามพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ มลพิษสิ่งแวดล้อม และการรบกวนธรรมชาติ ดังนี้

           ภายในพื้นที่

           ปัญหาและการคุกคามภายในพื้นที่มี 7 ประเด็น ได้แก่
 

1) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ
    1.1) การขุดลอกเปลี่ยนแปลงพื้นที่
    1.2) การทำคันกั้นโดยรอบ
    1.3) การถมที่

2) ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ
    2.1) การสร้างเขื่อนกักกั้นน้ำ
    2.2) การทำถนน

3) การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในระดับที่เกินศักยภาพ คือ การจับสัตว์น้ำ

4) มลพิษสิ่งแวดล้อม
    4.1) การระบายน้ำทิ้งจาการเกษตร
    4.2) การปลดปล่อยไนโตรเจนและฟอสฟอรัส

5) การนำเข้าชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน ซึ่งมีการระบาดของชนิดพรรณพืชและชนิดพันธุ์สัตว์
    5.1) การนำไม้ยืนต้นต่างถิ่นเข้ามาปลูกตามแนวถนน
    5.2) การระบาดของพรรณไม้ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน
    5.3) การปล่อยพันธุ์ปลาต่างถิ่นในแหล่งน้ำ
    5.4) การระบาดของสัตว์น้ำ ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน
    5.5) การระบาดของนกที่เป็นชนิดพันธุ์ที่รุกราน

6) การบุกรุกที่ดิน โดยการถมพื้นที่ทำการเกษตรกรรม

7) การทำกิจกรรมของมนุษย์ในพื้นที่
    7.1) เลี้ยงสัตว์
    7.2) ปลูกสร้างสิ่งก่อสร้าง
    7.3) การรบกวนธรรมชาติ



          ภายนอกพื้นที่

          ปัญหาและการคุกคามจากภายนอกพื้นที่มี 2 ประเด็น ได้แก่

1) การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน เพื่อการท่องเที่ยว

2) ความกดดันของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ-สังคม การพัฒนาสถานที่พักผ่อน

 

                                                                           รายละเอียดเพิ่มเติม >>