หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

บึงกระจับ จ.เพชรบุรี


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ห่างจาก ตัวอำเภอท่ายางไปทางใต้ประมาณ 3.5 กิโลเมตร ตามทางหลวง หมายเลข 3175 ปรากฏอยู่ในแผนที่สภาพภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50,000 ของกรมแผนที่ทหาร ลำดับชุด L 7018 ระวาง 4934 I

 

พิกัดกลาง : 594700E และ 1431200N หรือพิกัดภูมิศาสตร์เส้นละติจูด 12 องศา 57 ลิปดาเหนือ และเส้นลองจิจูด 99 องศา 52 ลิปดาตะวันออก

 

ขนาดพื้นที่ : 69 ไร่ 1 งาน 14 ตารางวา

 

จัดอยู่ในประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำลัดโดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลท่าคอย เป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการพื้นที่ี่


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2555 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

ลักษณะภูมิประเทศ

         บึงกะจับตั้งอยู่ในตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี มีขนาดเนื้อที่ 69 ไร่ 1 งาน 14 ตารางวา โดย เป็นแหล่งน้ำที่เกิดจากการเปลี่ยนทางเดินของแม่น้ำเพชรบุรีมาแต่อดีต ลักษณะของบึงเป็นลำน้ำที่มีความยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร และกว้างประมาณ 50 เมตร สภาพภูมิประเทศโดยรอบของบึงเป็นที่ราบริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี การใช้ ประโยชน์ที่ดินในบริเวณนี้ใช้ทำนาข้าว โดยอยู่ในพื้นที่ชลประทานของเขื่อนแก่งกระจาน

          บึงกระจับเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ในลุ่มน้ำเพชรบุรี ลุ่มน้ำสาขาเพชรบุรีตอนล่าง ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของ จังหวัดเพชรบุรีมีอาณาเขต สรุปได้ดังนี้   

               ทิศเหนือ         ติดกับ จังหวัดราชบุรี

               ทิศใต้            ติดกับ  ลุ่มน้ำหลักชายฝั่งทะเลตะวันตก (ประจวบคีรีขันธ์)

               ทิศตะวันออก   ติดกับ  ติดอ่าวไทย

               ทิศตะวันตก     ติดกับ  สหภาพพม่า

ลักษณะธรณีวิทยา

           ลักษณะทางธรณีวิทยาบริเวณบึงกระจับมีลักษณะเป็นตะกอนธารน้ำพา (fluvial deposits) ที่เกิดในยุค ควอเทอร์นารี โดยเป็นตะกอนที่ถูกน้ำพัดพามาทับถม (แม่น้ำเพชรบุรี) บริเวณที่ราบทั้งสองฝั่งของแม่น้ำ ลักษณะ ของตะกอนประกอบด้วย ชั้นกรวดทราย สลับชั้นทรายละเอียด หรือทรายแป้ง ปนดินเหนียว ที่เกิดจากการพัดพา และสะสมตัวบริเวณทางน้ำ

ทรัพยากรดิน

        กลุ่มชุดดินที่พบบริเวณบึงกระจับ ประกอบด้วยกลุ่มชุดดินที่ 7, 21, 33, 38, 40, 48, 56 และกลุ่มชุดดินที่ 62                



สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

          บึงกระจับเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เกิดจากแม่น้ำลัด ผ่านการขุดลอกและปรับปรุง พื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ทำการเกษตร และที่ตั้งชุมชน ทำให้ไม่เหลือสภาพสังคมพืชที่ธรรมชาติ จากการศึกษา พบพรรณไม้รวม 156 ชนิด 126 สกุล 58 วงศ์ แยกเป็นพรรณไม้ทั่วไป 43 ชนิด และพรรณไม้น้ำ 113 ชนิด ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีก 22 ชนิด
รอบบึงพบไม้ต้นที่ขึ้นในพื้นที่หลายชนิด เช่น กุ่มน้ำ ยางนา สนุ่น อะราง ตะแบกนา เป็นต้น รวมทั้งพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีกหลายชนิด เช่น สัตบรรณ ปีบ สะเดา มะฮอกกานีใบใหญ่ หูกวาง หางนกยูงฝรั่ง ราชพฤกษ์ ขี้เหล็ก ประดู่บ้าน เป็นต้น


          ในพื้นที่บึงที่น้ำท่วมถึงพบพรรณไม้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากถูกขุดลอกส่วนพื้นที่ที่ยังไม่ได้ขุดลอกและ พื้นที่เกษตรกรรมพบพรรณไม้น้ำค่อนข้างหลากหลาย เช่น ผักแว่น ผักขมหนาม ต้อยติ่งนา ขลู่ สลอดน้ำ โสนกินดอก เอื้องหมายนา หนามพุงดอ ผักตบชวา จอกหูหนู ผักกระเฉด ไมยราบยักษ์ ไมยราบ บัวหลวง บัวเผื่อน ผักบุ้ง ผักแพงพวย บอน กกรังกาป่า ปรือ หญ้าไทร หญ้าพง ธูปฤาษี เป็นต้น

ทรัพยากรสัตว์ป่า

          มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 70 ชนิด ใน 48 วงศ์ 68 สกุล ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 4 ชนิด หรือร้อยละ 5.71 ของจำนวนชนิดสัตว์ป่าทั้งหมด นก 42 ชนิด หรือร้อยละ 60.00 สัตว์เลื้อยคลาน 17 ชนิด หรือร้อยละ 24.29 และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 7 ชนิด หรือร้อยละ 10.00

ทรัพยากรปลา

         ทรัพยากรปลาที่อาศัยอยู่ในบึงกระจับ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี มีความหลากชนิดจำนวน 25 ชนิด (species) ใน 14 ครอบครัว (families) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 9 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 36 รองลงมา คือ Belontiidae จำนวน 3 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 12 รองลงมา คือ Bagridae จำนวน 2 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 8 และอีก 11 ครอบครัว พบเพียงครอบครัวละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 4

สัตว์หน้าดิน

         สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่ในบึงกระจับ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นช่วงฤดูน้ำหลากและท่วมถึง บริเวณขอบถนนกั้นพื้นที่บึง พบความหลากชนิดของสัตว์หน้าดินทั้งหมด 8 ชนิด ใน 3 ไฟลั่ม 8 ครอบครัว มีความหนาแน่นระหว่าง 308-396 ตัวต่อตารางเมตร ประกอบด้วยสัตว์หน้าดินในไฟลั่ม Annelida จำนวน 1 ชนิด ใน 1 ครอบครัว ไฟลั่ม Arthropoda จำนวน 4 ชนิด ใน 4 ครอบครัว และ ไฟลั่ม Mollusca จำนวน 3 ชนิด ใน 3 ครอบครัว

 


คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

มูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ

          การประเมินคุณค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองบึง จากผลการสำรวจข้อมูล การใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ตามที่กำหนดการศึกษาโดยวิธีการรวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิ และการสำรวจด้วย แบบสอบถาม ค่าประโยชน์มวลรวม (gross benefit) รายปีของพื้นที่บึงกระจับ มีมูลค่า 0.09 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็น ทางด้านการทำไร่ 32,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 34.25 ของมูลค่าทั้งหมด (ตารางที่ 6-1) รองลงมา คือ การทำสวน 30,780 บาท (ร้อยละ 32.94) และ การทำนา 17,500 บาท (ร้อยละ 18.73) ตามลำดับ

 

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่


           จากผลการศึกษาสำรวจในพื้นที่ พบประเด็นปัญหาและการคุกคามพื้นที่  ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ มลพิษสิ่งแวดล้อม และการรบกวนธรรมชาติ


           ภายในพื้นที่

          ภายในพื้นที่ มีปัญหาและการคุกคาม 7 ลักษณะ คือ

1) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ
    1.1) การขุดลอกเปลี่ยนแปลงพื้นที่
    1.2) การทำคันกั้นโดยรอบ
    1.3) การถมที่

2) ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ
    2.1) การสร้างเขื่อนกักกั้นน้ำ
    2.2) การทำถนน
    2.3) การใช้น้ำจืด

3) การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในระดับที่เกินศักยภาพ
    3.1) การจับสัตว์น้ำ
    3.2) การเก็บหาของป่า

4) มลพิษสิ่งแวดล้อม
    4.1) การถ่ายเทของเสียของชุมชน
    4.2) การระบายน้ำทิ้งจาการเกษตร
    4.3) การปลดปล่อยไนโตรเจนและฟอสฟอรัส

5) การนำเข้าชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน ซึ่งมีการระบาดของชนิดพรรณพืชและชนิดพันธุ์สัตว์ ดังนี้
    5.1) การนำไม้ยืนต้นต่างถิ่นเข้ามาปลูกตามแนวคันดิน
    5.2) การระบาดของพรรณไม้ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน
    5.3) การปล่อยพันธุ์ปลาต่างถิ่นในแหล่งน้ำ
    5.4) การระบาดของสัตว์น้ำ ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน
    5.5) การระบาดของนกที่เป็นชนิดพันธุ์ที่รุกราน

6) การบุกรุกที่ดิน
    6.1) การครอบครองที่ดิน
    6.2) บุกรุกบริเวณริมน้ำ

7) การทำกิจกรรมในพื้นที่
    7.1) เลี้ยงสัตว์
    7.2) ปลูกสร้างสิ่งก่อสร้าง
    7.3) การรบกวนธรรมชาติ


          ภายนอกพื้นที่

          การคุกคามภายนอกพื้นที่ มีปัญหาและการคุกคามภายนอกพื้น คือ การดำเนินการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การพัฒนาการเกษตรมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

 

                                                                                                   รายละเอียดเพิ่มเติม >>