หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

บึงจำรุง จ.ระยอง


ที่ตั้ง : บึงจำรุง หรือ บึงสำนักใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลซากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ห่างจากตัวเมืองระยองไปทางทิตตะวันออก ตามทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) เป็นระยะทางประมาณ   30 กิโลเมตร และห่างจากชายฝั่งทะเล ประมาณ 2 กิโลเมตร ปรากฏใน แผนที่สภาพภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50,000 ระวาง 5334 III

พิกัดกลาง : 776500E และ 1400200N หรือพิกัดภูมิศาสตร์ที่เส้นละติจูด 12 องศา 38 ลิปดาเหนือ และเส้นลองจิจูด 101 องศา 33 ลิปดาตะวันออก

ขนาดพื้นที่ : 3,871 ไร่ 3 งาน 98 ตารางวา

  


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2552 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

ลักษณะภูมิประเทศ

          บึงจำรุง หรือ บึงสำนักใหญ่ ตั้งอยู่ในตำบลซากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มีขนาดเนื้อที่ 3,871 ไร่ 3 งาน 98 ตารางวา ลักษณะของบึงน้ำบริเวณชายฝั่งทะเล เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ความกว้างประมาณ 3.0 กิโลเมตรและความยาวประมาณ 4.0 กิโลเมตร ประกอบด้วย ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุ หนองบึง และป่าบก เป็นพื้นที่ระบบนิเวศที่มีลักษณะ พิเศษและมีความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ และความอุดมสมบูรณ์พันธุ์พืชพันธุ์ปลา หรือสัตว์น้ำอื่นๆ สภาพภูมิประเทศของบึงจำรุง เป็นพรุที่มีน้ำขังตลอดทั้งปี พรุแห่งนี้ล้อมรอบภูเขาที่อยู่ทาง   ทิศเหนือ ตะวันตก และตะวันออก ภูเขาที่สำคัญ ได้แก่ เขาหินตั้ง (สูง 208 เมตร) เขาช่องดับ (สูง 140 เมตร) เขาคอย (สูง 141 เมตร) เป็นต้นส่วนทางด้านใต้ของพรุเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล ที่เกิดจากการทับถมของตะกอนทราย มีความสูงประมาณ 3 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของชุมชน และแหล่งที่ท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลของจังหวัดระยอง ระหว่างพรุกับทะเล มีคลองท่าม่วงเป็นทางระบายน้ำออกสู่ทะเล

          บึงจำรุง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ในลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก  ลุ่มน้ำสาขาชายฝั่งทะเลตะวันออก ลักษณะลุ่มน้ำวางตัวตามแนวตะวันตกไปทิศตะวันออก ลักษณะลุ่มน้ำ ส่วนใหญ่เป็นแนวเทือกเขาทอดตัวตามแนวเหนือใต้สลับกับที่ราบและมีเทือกเขาทอดยาวตลอดแนวทางฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำ จากตอนบนของพื้นที่ลุ่มน้ำลงมาจะเป็นที่ราบลุ่ม แม่น้ำเจ้าพระยาและบางประกงขนานกันไปกับฝั่งทะเลจนถึงจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นที่ราบชายฝั่งทะเลแคบๆ บางช่วงจะมีลักษณะเว้าแหว่งเป็นปากแม่น้ำและมีป่าชายเลน ส่วนพื้นที่ดานตะวันออกของจังหวัดชลบุรีและตอนบนของจังหวัดระยองจะเป็นที่ราบลูกคลื่นและเนินเขาก่อนจะเข้าเขตเทือกเขาทางด้านตะวันออกสุดของลุ่มน้ำ บางส่วนประกอบด้วยเกาะมากว่า 50 เกาะ

ลักษณะทางธรณีวิทยา

          บึงจำรุง ตั้งอยู่ห่างจากทะเลประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นที่ราบชายฝั่งทะเล ที่มีการทับถมของตะกอนชายฝั่งทะเลโดยอิทธิพลของคลื่น (coastal wave dominated deposits) โดยมีธรณีสัณฐานแบบ   ชายฝั่งทะเล สลับด้วยหาดสันดอน ชั้นตะกอนประกอบด้วย ชั้นทรายส่วนของหาดสันดอนทรายเป็นส่วนใหญ่ เม็ดตะกอนมีรูปร่างมนถึงเกือบมน สำหรับในส่วนที่เป็นพรุหรือที่ลุ่มบริเวณชายฝั่งทะเล อาจจะพบเศษซากพืช ผุพังปะปนในเนื้อตะกอนทรายด้วยตะกอนทรายเหล่านี้เข้ามาในส่วนพื้นดินด้วยคลื่นทะเลในระหว่างที่ น้ำทะเลรุกเข้ามาในแผ่นดินในสมัยโฮโลซีน (Holocene) ที่มีอายุประมาณ 10,000 ปี จนถึงปัจจุบัน ส่วนลักษณะของตะกอนชายฝั่งทะเล ประกอบด้วย กรวด ทราย สลับด้วย ชั้นตะกอนทรายละเอียดหรือทรายแป้งปนดินเหนียว (clay)

 


สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

          บึงจำรุงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นสังคมพืชประเภทป่าพรุ (peat swamp forest) แต่ถูกรบกวนจากกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปลี่ยนเป็นพื้นที่เพื่อ ทำการเกษตร เป็นที่ตั้งของชุมชน และหน่วยงานราชการ ทำให้ป่าพรุเสื่อมโทรม พรรณไม้เดิมที่พบมาก คือ เสม็ดขาว จากการศึกษา พบพรรณไม้รวม 364 ชนิด 290 สกุล 105 วงศ์ แยกเป็นพรรณไม้ทั่วไป 163 ชนิด และพรรณไม้น้ำ 201 ชนิด ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีก 31 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นพืชหายาก 2 ชนิด ได้แก่ สรัสจันทร Burmannia coelestis D.Don และสร้อยสุวรรณา Utricularia bifida L.


           รอบบึงพบไม้ต้นที่ขึ้นในพื้นที่อีกหลายชนิด เช่น จิกนาBarringtonia acutangula (L.) Gaertn. ปอทะเล Hibiscus tiliaceus L. สนุ่น Salix tetrasperma Roxb. อะราง Peltophorum dasyrrachis (Miq.) Kurz ex Baker ตะแบกนา Lagerstroemia floribunda Jack เสม็ดขาว Melaleuca cajuputi Powell เป็นต้น รวมทั้งพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีกหลายชนิด เช่น สะเดา Azadirachta indica A.Juss. var. siamensis ValetonปีบMillingtonia hortensis L.f. หูกวาง Terminalia catappa L. สัก Tectona grandis L.f. ราชพฤกษ์ Cassia fistula L. ขี้เหล็ก Senna siamea (Lam.)H.S.Irwin & Barneby ประดู่บ้าน Pterocarpus indica Willd. เป็นต้น
          

           ในพื้นที่บึงที่น้ำท่วมถึงและพื้นที่ชื้นแฉะริมน้ำพบพรรณไม้น้ำค่อนข้างหลากหลาย เช่น กระจูด Lepironia articulata (Retz.) Domin หญ้าแขม Phragmites vallatoria (Pluk. ex L.) Veldkamp ผักตบชวา Eichhornia crassipes (C.Mart.) Solms จอก Pistia stratiotes L. จอกหูหนู Salvinia cucullata Roxb. ex Bory ผักกระเฉด Neptunia oleracea Lour. ไมยราบยักษ์ Mimosa pigra L. ไมยราบ M. pudica L. บัวหลวง Nelumbo nucifera Gaertn. ผักบุ้ง Ipomoea aquatica Forssk. ผักแพงพวย Ludwigia adscendens (L.) H.Hara หนามพุงดอ Azima sarmentosa (Blume) Benth. หนวดปลาดุก Lindernia anagallis (Burm.f.) Pennell บอน Colocasia esculenta (L.) Schott กกสามเหลี่ยม Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A.Simpson แห้วทรงกระเทียม Eleocharis dulcis (Burm.f.) Hensch. var. dulcis หวายลิง Flagellaria indica L. ธูปฤาษี Typha angustifolia L. เป็นต้น

45ทรัพยากรสัตว์ป่า

           มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 84 ชนิด ใน 47 วงศ์ 73 สกุล ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 4 ชนิด หรือร้อยละ 4.76 ของจำนวนชนิดสัตว์ป่าทั้งหมด นก  67 ชนิด หรือร้อยละ 79.76 สัตว์เลื้อยคลาน 9 ชนิด หรือร้อยละ 4.72 และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 4 ชนิด หรือร้อยละ 4.76

 ทรัพยากรปลา

          ทรัพยากรปลาที่อาศัยอยู่ในบึงจำรุง ตำบลซากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มีความหลากชนิดจำนวน 37 ชนิด (species) ใน 15 ครอบครัว (families) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 13 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 35.13 รองลงมา ได้แก่ Belontiidae จำนวน 5 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 13.51 รองลงมา ได้แก่ Bagridae และ Channidae จำนวนครอบครัวละ 3 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 8.11 รองลงมา ได้แก่ Clariidae และ Mastacembelidae พบครอบครัวละ 2 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 5.41 ครอบครัว และอีก 9 ครอบครัว พบเพียงครอบครัวละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 2.70

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
           คุณค่าและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่บึงจำรุง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบบริเวณใช้ประโยชน์ เป็นแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค และการเพาะปลูก รวมทั้งเป็นแหล่งอาหารจับสัตว์น้ำ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ และแหล่งสมุนไพร เป็นต้น นอกจากนั้นยังจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตอีกด้วย

มูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ

          การประเมินคุณค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองบึง จากผลการสำรวจข้อมูลการใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ตามที่กำหนดการศึกษาโดยวิธีการรวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิ และการสำรวจด้วยแบบสอบถาม  ค่าประโยชน์มวลรวม (gross benefit) รายปีของพื้นที่บึงจำรุง มีมูลค่า 5.15 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทางด้านผลผลิตปลา 2,970,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 57.68 ของมูลค่าทั้งหมด รองลงมา คือ ผลผลิตกุ้ง 1,192,000 บาท (ร้อยละ 23.15) และการท่องเที่ยว 650,000 บาท (ร้อยละ 12.62) ตามลำดับ

การจัดการและการคุกคาม  
 

การจัดการที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่

     การคุกคามภายในพื้นที่ มีปัญหาและการคุกคามภายในพื้นที่ 7 ลักษณะ คือ

1) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ
    1.1) การขุดลอกเปลี่ยนแปลงพื้นที่
    1.2) การทำคันกั้นโดยรอบ
    1.3) การถมที่


2) ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ
    2.1) การสร้างเขื่อนกักกั้นน้ำ
    2.2) การทำถนน


3) การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในระดับที่เกินศักยภาพ
    3.1) การจับสัตว์น้ำ
    3.2) การเก็บหาของป่า


4) ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม จากการศึกษา พบว่า ปัญหาด้านมลพิษสิ่งแวดล้อมมี 2 ประเด็น ได้แก่
    4.1) การระบายน้ำทิ้งจาการเกษตร
    4.2) การปลดปล่อยไนโตรเจนและฟอสฟอรัส


5) การนำเข้าชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน ซึ่งมีการระบาดของชนิดพรรณพืชและชนิดพันธุ์สัตว์
ดังนี้
    5.1) การนำไม้ยืนต้นต่างถิ่นเข้ามาปลูกในพื้นที่จัดสวน
    5.2) การระบาดของพรรณไม้ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน
    5.3) การปล่อยพันธุ์ปลาต่างถิ่นในแหล่งน้ำ
    5.4) การระบาดของสัตว์น้ำ ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน
    5.5) การระบาดของนกที่เป็นชนิดพันธุ์ที่รุกราน


6) การบุกรุกที่ดิน
    6.1) การครอบครองที่ดิน
    6.2) การถมพื้นที่


7) การทำกิจกรรมในพื้นที่
    7.1) เลี้ยงสัตว์
    7.2) ปลูกสร้างสิ่งก่อสร้าง
    7.3) การก่อสร้างทำให้ตลิ่งถูกกัดเซาะ
    7.4) การรบกวนธรรมชาติ จากกิจกรรมของมนุษย์ที่เข้าไปในพื้นที่เพื่อการพักผ่อน การหาปลาและเก็บหาของป่า

การคุกคามที่เกิดมาจากภายนอกพื้นที่

      การคุกคามภายนอกพื้นที่ มีปัญหาและการคุกคามจากภายนอกพื้นที่ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การขยายตัวของชุมชน การท่องเที่ยว และการเกษตรที่อยู่โดยรอบ


           

รายละเอียดเพิ่มเติม >>