หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

หนองถ่อแพ จ.ราชบุรี


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ หมู่ 3 และ 5 เทศบาลตำบลดอนทราย และหมู่ 2 และ 4 ตำบลสามเรือน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุร ห่างจากทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ประมาณ 2 กิโลเมตร ปรากฏในแผนที่ สภาพภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50,000 ลำดับชุด L 7018 ระวาง 4936 II 593500E   

 

พิกัดกลาง : 593500E และ 1504800N  หรือพิกัดภูมิศาสตร์ที่เส้นละติจูด 23 องศา 37 ลิปดาเหนือ และเส้นลองจิจูด 99 องศา 52 ลิปดาตะวันออก

 

ขนาดพื้นที่ : 263ไร่ 17 ตารางวา

 

จัดอยู่ในประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำลัด โดยพื้นที่หนองถ่อแพเป็นพื้นที่ กระทรวงการคลัง ได้รับอนุญาติจากอธิบดีกรมที่ดินให้้ใช้ในราชการ กรมชลประทาน และเป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการพื้นที่


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2555 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

ลักษณะภูมิประเทศ

         หนองถ่อแพ ตั้งอยู่ในเทศบาลดอยทราย และตำบลสามเรือน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี มีขนาดเนื้อที่ 263 ไร่ 17 ตารางวา เป็นหนองน้ำที่เกิดจากการเปลี่ยนทิศทางเดินของลำน้ำ ที่เป็นลำน้ำสาขาของคลองบางปง ในขณะที่ คลองบางปงเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำแม่กลอง โดยคลองนี้ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำแม่กลองที่บ้านวัดตรีญาติ ตำบลบางป่า อำเภอเมืองจังหวัดราชบุรี เนื่องจากหนองแห่งนี้เป็นลำน้ำเก่าทำให้ลักษณะของหนองเป็นรูปยาว มีความยาวประมาณ 4.0 กิโลเมตร และมีความกว้างประมาณ 0.1 กิโลเมตรเท่านั้น สภาพพื้นที่โดยรอบ ของหนองถ่อแพเป็นที่ราบริมฝั่งลำน้ำโดยอยู่ห่างจากคลองบางปง (ลำน้ำสาขาของแม่น้ำแม่กลอง) ประมาณ 1 กิโลเมตร และห่างจากแม่น้ำแม่กลองประมาณ 6 กิโลเมตร การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ส่วนนี้เป็นที่นาเป็นส่วนใหญ่ 

          หนองถ่อแพ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ในลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำแควตอนบน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ของประเทศไทย ขอบเขตของลุ่มน้ำเริ่มจากอำเภออุ้มผาง ซึ่งอยู่ทางตอนล่างของเขตจังหวัดตาก ลงมาทางทิศใต้จนถึงเขตติดต่อระหว่างจังหวัดราชบุรีกับจังหวัดเพชรบุรี มีลำน้ำสาขาที่สำคัญ ได้แก่แม่น้ำสายหลัก คือแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งเกิดจากแม่น้ำสาขาที่สำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแควน้อย ไหลมาบรรจบกันกลายเป็นแม่น้ำแม่กลอง มีทิศทางการไหลจากทิศเหนือลงมาทิศใต้ มีความยาวของแม่น้ำประมาณ 589 กิโลเมตร โดยเริ่มนับจากต้นน้ำของแม่น้ำแควใหญ่ สิ้นสุดที่ปากแม่น้ำแม่กลอง ที่ จังหวัดสมุทรสงคราม

               ทิศเหนือ         ติดกับ ลุ่มน้ำสาละวิน

               ทิศใต้            ติดกับ ลุ่มน้ำเพชรบุรีและอ่าวไทย

               ทิศตะวันออก   ติดกับ ลุ่มน้ำท่าจีนและลุ่มน้ำสะแกกรัง

               ทิศตะวันตก     ติดกับ  เทือกเขาสูงชันเป็นเส้นแบ่งเขตชายแดนไทยกับประเทศพม่า

ลักษณะธรณีวิทยา

          หนองถ่อแพ และพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ตะกอนทับถมที่เกิดในยุคควอเทอร์นารี ลักษณะเป็นตะกอนธารน้ำพา (fluvial deposits) ซึ่งจัดเป็นตะกอนที่เกิดจากการพัดพามาสะสมตัวโดยแม่น้ำลำคลองในพื้นที่ส่วนนี้ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง และคลองบางปง โดยกระแสน้ำจะพัดพาตะกอนมาทับถมบริเวณตะหลิ่ง จนเกิดเป็นที่ราบริมฝั่งแม่น้ำ ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง หรือที่เรียกกันว่า ที่ราบน้ำท่วมถึง (flood plain) ลักษณะของตะกอนในบริเวณนี้เป็นทรายเม็ดเล็ก ทรายแป้ง และดินเคลย์

ทรัพยากรดิน

           กลุ่มชุดดินที่พบบริเวณหนองถ่อแพ ประกอบด้วยกลุ่มชุดดินที่ 3, 4, 8, 21 และ 38 มีรายละเอียด ดังนี้

          กลุ่มชุดดินที่ 3 เนื้อที่ 16, 544 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินเหนียวลึกมากสีเทาที่เกิดจากวัตถุ ต้นกำเนิดดินพวก ตะกอนผสมของตะกอนลำน้ำและตะกอนน้ำทะเล มีการพัฒนาของดินในสภาพน้ำกร่อย มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน มีปฏิกิริยาดินเป็นกลางถึงเป็นด่างปานกลาง มีค่าความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ 7.0-8.0 หน้าดินอาจแตกระแห่ง เป็นร่องกว้าง และลึกในฤดูแล้งระบายน้ำเลว ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลางถึงสูง

          กลุ่มชุดดินที่ 4 เนื้อที่ 9,172 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินเหนียวหรือกลุ่มดินเหนียวจัดลึกมากสีเทาที่เกิดจาก วัตถุต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำ มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน หน้าดินอาจแตกระแหงเป็นร่องกว้างและลึกในฤดูแล้ง และอาจมีรอยถูไถลในดินล่าง มีการระบายน้ำเลวหรือค่อนข้างเลว ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลาง บางพื้นที่พบในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำไหลบ่า ท่วมขังสูงในฤดูฝนหรือพบในพื้นที่ค่อนข้างดอน ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ
          

           กลุ่มชุดดินที่ 8 เนื้อที่ 3,357 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินสีเทาและมีการยกร่องเพื่อเปลี่ยนสภาพการใช้ที่ดินจากนาข้าว เป็นพืชผัก ไม้ยืนต้นหรือไม้ผล ทำให้ลักษณะและสมบัติดินในแต่ละพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติดินเดิมก่อนมีการยกร่องวิธีการเตรียมแปลงปลูกและการจัดการดิน โดยทั่วไปจะนำดินชั้นล่างที่มีโครงสร้างแน่นทึบ ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ ชั้นดินที่เป็นกรดรุนแรงมากหรือดินเค็มมาไว้ที่ผิวดิน การปรับปรุงแก้ไขจึงขึ้นอยู่กับสมบัติดินเดิม แต่ต้องมีระบบควบคุมน้ำท่วม ควบคุมระดับน้ำในร่องสวน และมีระบบการให้น้ำกับพืชที่ปลูก

           กลุ่มชุดดินที่ 21 เนื้อที่ 11,352 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินร่วนลึกมากสีเทาที่เกิดจากวัตถุ    ต้นกำเนิดดินพวก ตะกอนลำน้ำมีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน การระบายน้ำค่อนข้างเลว ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลาง มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูง ในฤดูฝน

           กลุ่มชุดดินที่ 38 เนื้อที่ 5,070 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินร่วนหยาบลึกมากที่เกิดจากการทับถมของตะกอนลำน้ำพบบน สันดินริมน้ำ หรือที่ราบตะกอนน้ำพา เป็นดินลึกมากมีการระบายน้ำดีถึงดีปานกลาง ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลาง บางพื้นที่พบในพื้นที่ต่ำ มีน้ำท่วมขังจากการไหลบ่าของน้ำในฤดูฝน



สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

         หนองถ่อแพ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เกิดจากแม่น้ำลัด ผ่านการขุดลอก สร้างฝายน้ำล้น และปรับปรุงพื้นที่ โดยรอบเป็นพื้นที่ทำการเกษตร และที่ตั้งชุมชน แต่ยังเหลือบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำที่ค่อนข้างสมบูรณ์อยู่หลายแห่ง จากการศึกษา พบพรรณไม้รวม 177 ชนิด 142 สกุล 54 วงศ์ แยกเป็นพรรณไม้ทั่วไป 60 ชนิด และพรรณไม้น้ำ 117 ชนิด ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีก 23 ชนิด รอบหนองพบไม้ต้นที่ขึ้นในพื้นที่ อีกหลายชนิด เช่น กุ่มน้ำ Crateva magna (Lour.) DC. ยางนา Dipterocarpus alatus Roxb. ex G.Don คาง Albizia lebbeckoides (DC.) Benth. สนุ่น Salix tetrasperma Roxb. อะราง Peltophorum dasyrrachis (Miq.) Kurz ex Baker ตะแบกนา Lagerstroemia floribunda Jack เป็นต้น รวมทั้งพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีกหลายชนิด เช่น ยูคาลิปตัส Eucalyptus spp สัตบรรณ Alstonia scholaris (L.) R.Br. ปีบ Millingtonia hortensis L.f. สะเดา Azadirachta indica A.Juss. var. siamensis Valeton หูกวาง Terminalia catappa L. หางนกยูงฝรั่ง Delonix regia (Bojer ex Hook.) Raf. ราชพฤกษ์ Cassia fistula L. ขี้เหล็ก Senna siamea (Lam.)H.S.Irwin & Barneby ประดู่บ้าน Pterocarpus indica Willd. ลานพรุ Corypha utan Lam. เป็นต้น


          ในพื้นที่หนองที่น้ำท่วมถึงพบพรรณไม้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากถูกขุดลอก ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่ได้ขุดลอกและพื้นที่ เกษตรกรรมพบ พรรณไม้น้ำค่อนข้างหลากหลาย เช่น ผักแว่น Marsilea crenata C.Presl ผักขมหนาม Amaranthus spinosus L. ต้อยติ่ง Ruellia tuberosa L. โสนหางไก่ Aeschynomene indica L. ขลู่ Pluchea indica (L.) Less. สลอดน้ำ Ficus heterophylla L.f. เอื้องหมายนา Cheilocostus speciosus (J.König) Specht. หนามพุงดอ Azima sarmentosa (Blume) Benth. ผักตบชวา Eichhornia crassipes (C.Mart.) Solms จอกหูหนู Salvinia cucullata Roxb. ex Bory ผักกระเฉด Neptunia oleracea Lour. ไมยราบยักษ์ Mimosa pigra L. ไมยราบ M. pudica L. บัวหลวง Nelumbo nucifera Gaertn. ผักบุ้ง Ipomoea aquatica Forssk. ผักแพงพวย Ludwigia adscendens (L.) H.Hara บอน Colocasia esculenta (L.) Schott หญ้ารังกา Cyperus cyperoides (L.) Kunzeปรือ Scleria poaeformis Retz. อ้อ Arundo donax L. หญ้าไทร Leersia hexandra (L.) Sw. หญ้าพง Sorghum propinquum (Kunth) Hitchc. ธูปฤาษี Typha angustifolia L. เป็นต้น

ทรัพยากรสัตว์ป่า

          มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 76 ชนิด ใน 45วงศ์ 69 สกุล ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิด หรือร้อยละ 3.95 ของจำนวนชนิด สัตว์ป่าทั้งหมด นก 57 ชนิด หรือร้อยละ 75.00 สัตว์เลื้อยคลาน 10 ชนิด หรือร้อยละ 13.16 สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 6 ชนิด หรือร้อยละ 7.89

ทรัพยากรปลา

         ทรัพยากรปลาที่อาศัยอยู่ในหนองถ่อแพ ตำบลสามเรือน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี มีความหลากชนิดจำนวน 9 ชนิด (species) ใน 8 ครอบครัว (families) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Belontiidae จำนวน 2 ชนิด และอีก 7 ครอบครัว พบเพียงครอบครัวละ 1 ชนิด

สัตว์หน้าดิน

         สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่ในหนองถ่อแพ ตำบลสามเรือน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นช่วงฤดูน้ำหลากและท่วมถึง บริเวณขอบถนนกั้นพื้นที่บึง พบความหลากชนิดของสัตว์หน้าดินจำนวน 2 ชนิด ใน 2 ไฟลั่ม 2 ครอบครัว มีความหนาแน่น 110-154 ตัวต่อตารางเมตร ประกอบด้วยสัตว์หน้าดินในไฟลั่ม Annelida จำนวน 1 ชนิด ใน 1 ครอบครัว และ ไฟลั่ม Arthropoda จำนวน 1 ชนิด ใน 1 ครอบครัว

 


คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

มูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ

          การประเมินคุณค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองบึง จากผลการสำรวจข้อมูล การใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ตามที่กำหนดการศึกษาโดยวิธีการรวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิ และการสำรวจด้วย แบบสอบถาม ค่าประโยชน์มวลรวม (gross benefit) รายปีของพื้นที่บึงกระจับ มีมูลค่า 0.09 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็น ทางด้านการทำไร่ 32,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 34.25 ของมูลค่าทั้งหมด รองลงมา คือ การทำสวน 30,780 บาท (ร้อยละ 32.94) และ การทำนา 17,500 บาท (ร้อยละ 18.73) ตามลำดับ

 

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่


           จากผลการศึกษาสำรวจในพื้นที่ พบประเด็นปัญหาและการคุกคามพื้นที่  ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ มลพิษสิ่งแวดล้อม และการรบกวนธรรมชาติ


           ภายในพื้นที่

              การคุกคามภายในพื้นที่ มีปัญหาและการคุกคามภายในพื้นที่เกิดจากการพัฒนาเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำสำรอง โดยมีการดำเนินการ ดังนี้


1) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ
    1.1) การขุดลอกเปลี่ยนแปลงพื้นที่
    1.2) การทำคันกั้นโดยรอบ


2) ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ
    2.1) การสร้างเขื่อนกักกั้นน้ำ
    2.2) การทำถนน
    2.3) การใช้น้ำจืด


3) การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในระดับที่เกินศักยภาพ โดยเฉพาะการจับสัตว์น้ำ

4) ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม จากการศึกษาพบว่า ปัญหาด้านมลพิษสิ่งแวดล้อมมี 3 ประเด็น ได้แก่
    4.1) การถ่ายเทของเสียของชุมชน น้ำใช้จาการทำนาซึ่งมีตะกอนดินและเศษพืชจำนวนมาก
    4.2) การระบายน้ำทิ้งจาการเกษตร
    4.3) การปลดปล่อยไนโตรเจนและฟอสฟอรัส


5) การนำเข้าชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน ซึ่งมีการระบาดของชนิดพรรณพืชและชนิดพันธุ์สัตว์
ดังนี้
    5.1) การนำไม้ยืนต้นต่างถิ่นเข้ามาปลูกตามแนวถนน
    5.2) การระบาดของพรรณไม้ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน
    5.3) การปล่อยพันธุ์ปลาต่างถิ่นในแหล่งน้ำ
    5.4) การระบาดของสัตว์น้ำ ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน
    5.5) การระบาดของนกที่เป็นชนิดพันธุ์ที่รุกราน

6) การบุกรุกที่ดิน โดยเฉพาะการบุกรุกบริเวณริมน้ำ เนื่องจากไม่มีแนวเขตที่ชัดเจน

7) การทำกิจกรรมในพื้นที่
    7.1) ปลูกสร้างสิ่งก่อสร้าง

   7.2) การรบกวนธรรมชาติจากกิจกรรมอยู่อาศัยของชุมชนเนื่องจากอยู่ติดพื้นที่บึง


          ภายนอกพื้นที่

          การคุกคามภายนอกพื้นที่ มีปัญหาและการคุกคามจากภายนอกพื้นที่โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ความต้องการใช้น้ำจากพื้นที่ทำนาของพื้นที่โดยรอย

                                                                                              รายละเอียดเพิ่มเติม >>