หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

หนองโง้ง จ.สระบุรี


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ หมู่ 3 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ห่างจากตัวอำเภอเสาไห้ ไปทางตะวันตกประมาณ 2 กิโลเมตร ปรากฏในแผนที่สภาพภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50,000 ระดับชุด L 7018 ระวาง 5138 III

 

พิกัดกลาง : 696300E และ 1609600N หรือที่พิกัดภูมิศาสตร์เส้นละติจูด 14 องศา 33 ลิปดาเหนือ และเส้นลองจิจูด 100 องศา 49 ลิปดาตะวันออก

 

ขนาดพื้นที่ : 65 ไร่ 1 งาน 1 ตารางวา

 

จัดอยู่ในประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำลัด โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเก่า เป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการพื้นที่   


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2555 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

ลักษณะภูมิประเทศ

         หนองโง้ง ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี มีมีขนาดเนื้อที่ 65 ไร่ 1 งาน 1 ตารางวา หนองโง้งเป็น แหล่งน้ำที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนทิศทางการไหลของแม่น้ำป่าสัก ในลักษณะของทะเลสาบ แอกวัว (oxbow lake) ลักษณะเป็นรูปตัว “ยู” มีความยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร และกว้างประมาณ 0.1 กิโลเมตร มีพื้นที่น้ำประมาณ 94 ไร่ ลักษณะพื้นที่โดยรอบของบึงโง้งเป็นที่ราบริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของที่ราบลุ่มภาคกลางและพื้นที่บริเวณนี้ มีความสูงประมาณ 15 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยรอบของบึงแห่งนี้ปกคลุมด้วยต้นไม้นานาชนิด สร้างความร่มรื่น ให้แก่พื้นที่บริเวณนี้อย่างมาก

          หนองโง้ง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ในลุ่มน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำสาขาที่ราบแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ทางตอนกลาง ของประเทศไทย

               ทิศเหนือ         ติดกับ ลุ่มน้ำปิงและน่าน

               ทิศใต้            ติดกับ อ่าวไทย

               ทิศตะวันออก   ติดกับ ลุ่มน้ำป่าสักและบางปะกง

               ทิศตะวันตก     ติดกับ ลุ่มน้ำท่าจีนและสะแกกรัง

ลักษณะธรณีวิทยา

          หนองโง้งตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มภาคกลางริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก ที่มีสภาพทางธรณีวิทยาเป็นตะกอนที่ทับถมในลักษณะของ ตะกอนธารน้ำพา (fluvial deposits) ที่เกิดในยุคควอเทอร์นาร และได้มีการพัดพามาสะสมตัวโดยแม่น้ำโดยแม่น้ำป่าสักในช่วง น้ำหลาก ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นที่ราบและเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบลุ่มภาคกลางดังปรากฎอยู่ในปัจจุบัน

           หนองโง้ง มีสภาพทางธรณีวิทยาเป็นตะกอนที่ทับถมในลักษณะของตะกอนน้ำพา โดยตะกอนในพื้นที่นี้เป็น ทราย กรวด และดินเหนียว ที่จัดกลุ่มหินตามลักษณะทางอุทกวิทยาเป็นกลุ่มหินร่วน (unconsolidated rock) ที่มีศักยภาพน้ำบาดาล เก็บกักอยู่มาก เมื่อเทียบกับกลุ่มหินแข็ง (consolidated rock) และได้จัดชั้นน้ำบาดาลในลักษณะนี้เป็นชั้นน้ำบาดาลตะกอน น้ำพา (alluvial aquifer) และเนื่องจากอยู่ในพื้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและที่ราบลุ่มภาคกลาง ได้แบ่งย่อยออกตามสภาพ ของพื้นที่และโครงสร้างทางธรณีวิทยา ในพื้นที่นี้ออกเป็น “ชั้นน้ำเจ้าพระยา” (Chao Praya aquifer) ซึ่งจะมีหนองน้ำหรือ แหล่งน้ำทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และเกิดขึ้นโดยมนุษย์ ได้ดำเนินการขุดเป็นอ่างเก็บน้ำ จนพัฒนาเป็นอ่างเก็บน้ำที่มี ความสมบูรณ์ตามธรรมชาตที่ควรแก่การอนุรักษ์จำนวนมากเช่นเดียวกับ สภาพน้ำบาดาลในบริเวณให้น้ำอยู่ระหว่าง 20 -100 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมงและความหนาของตะกอนที่ให้น้ำลักษณะนี้อยู่ระหว่าง 20-100 เมตร

ทรัพยากรดิน

           บริเวณหนองโงง้ประกอบด้วยกลุ่มชุดดินที่ 1, 3, 4, 5, 6, 7 และกลุ่มชุดดินที่ 59 ดังนี้

          กลุ่มชุดดินที่ 1 เนื้อที่ 10,469 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินเหนียวหรือดินเหนียวจัด สีเทาลึกมาก ที่มีหน้าดินสีดำหนามีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน มีการระบายน้ำเลวหรือค่อนข้างเลว ความซาบซึมน้ำของดินช้า ความอุดมสมบูรณ์ ตามธรรมชาติปานกลางถึงสูง บางพื้นที่พบในพื้นที่ลุ่มที่มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูง ในฤดูฝน หรือมีชั้นมาร์ลหรือเม็ดปูนมากภายในความลึก 100 เซนติเมตรจากผวิดิน

          กลุ่มชุดดินที่ 3/4 เนื้อที่ 178 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่ 3 ปนกับกลุ่มชุดดินที่ 4 เป็นกล่มชุดดิน ที่เป็นดินเหนียว ลึกมากสีเทา เกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดินพวกตะกอนผสมของตะกอนลำน้ำและตะกอนน้ำทะเล มีน้ำแช่ขัง ในช่วงฤดูฝน มีปฏิกิริยาดินเป็นกลางถึง เป็นด่างปานกลาง มีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ประมาณ 7.0-8.0 การระบายน้ำเลว ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลางถึงสูง บางพื้นที่พบชั้นดินเลน ของตะกอน น้ำทะเลที่ไม่มีศักยภาพก่อให้เกิดดินกรดก ามะถันภายในความลึก 100 เซนติเมตรจากผวิดินหรือพบในพื้นที่ ลุ่มต่ำมีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝน

          กลุ่มชุดดินที่ 4 เนื้อที่ 7,968 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินเหนียวหรือกลุ่มดินเหนียวจัดลึกมาก สีเทาที่เกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำ มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน หน้าดินอาจแตกระแหงเป็นร่อง กว้างและลึกในฤดูแล้ง และอาจมีรอยถูไถลในดินล่าง มีการระบายน้ำเลวหรือค่อนข้างเลว ความอุดมสมบูรณ์ ตามธรรมชาติปานกลาง บางพื้นที่พบในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝนหรือพบในพื้นที่ค่อนข้าง ดอนทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ

          กลุ่มชุดดินที่ 5 เนื้อที่ 1,907 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินเหนียวลึกมากสีเทาที่เกิดจากวัตถุ ต้นกำเนิด ดินพวกตะกอนลำน้ำ พบในบริเวณที่ราบตะกอนน้ำพา มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน การระบายน้ำเลวความ อุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลาง บางพื้นที่พบในพื้นที่ลุ่มต้ำ มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝนหรือพบเม็ดปูน มากภายในความลึก 100 เซนติเมตรจากผวิดิน

          กลุ่มชุดดินที่ 6 เนื้อที่ 11,602 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินเหนียวลึกมากสีเทาที่เกิดจากวัตถุ ต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำ มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน การระบายน้ำเลวหรือค่อนข้างเลว ความอุดมสมบูรณ์ ตามธรรมชาติต่ำ บางพื้นที่พบในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝน พบในพื้นที่ดอน ค่อนข้างดอน ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ



สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

           หนองโง้งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เกิดจากแม่น้ำลัด ผ่านการขุดลอก สร้างฝายกักเก็บน้ำ และปรับปรุง พื้นที่โดยรอบ เป็นชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้ไม่เหลือสภาพสังคมพืชที่ธรรมชาติ จากการศึกษา พบพรรณไม้รวม 244 ชนิด 191 สกุล 72 วงศ์แยกเป็นพรรณไม้ทั่วไป 82 ชนิด และพรรณไม้น้ำ 162 ชนิด ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีก 40 ชนิด รอบหนองพบไม้ต้นที่ขึ้นในพื้นที่อีกหลายชนิด เช่น โมกมัน Wrightia arborea (Dennst.) Mabb. กุ่มน้ำ Crateva magna (Lour.) DC. สนุ่น Salix tetrasperma Roxb. อะราง Peltophorum dasyrrachis (Miq.) Kurz ex Baker ตะแบกนา Lagerstroemia floribunda Jack เป็นต้น รวมทั้งพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูก อีกหลายชนิด เช่น สัตบรรณ Alstonia scholaris (L.) R.Br. ลำดวน Melodorum fruticosum Lour. ปีบ Millingtonia hortensis L.f. ชมพูพันธุทิพย์ Tabebuia rosea (Bertol.) DC. สะเดา Azadirachta indica A.Juss. var. siamensis Valeton หูกวาง Terminalia catappa L. สกั Tectona grandis L.f. ราชพฤกษ์ Cassia fistula L. ขี้เหล็ก Senna siamea (Lam.) H.S.Irwin & Barneby กระถินณรงค์Acacia auriculaeformis A.Cunn. ex Benth. ประดู่บ้าน Pterocarpus indica Willd. เป็นต้น


           ในพื้นที่บึงที่น้ำท่วมถึงพบพรรณไม้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากถูกขุดลอก ส่วนพื้นที่ชื้นแฉะริมน้ำพบพรรณไม้น้ำ ค่อนข้างหลากหลาย เช่น ลิเภายุ่ง Lygodium microphyllum (Car.) R.Br. ต้อยติ่ง Ruellia tuberosa L. ข้าาสารดอกเล็ก Raphistemma hooperiana (Blume) Decne. ผกัตบชวา Eichhornia crassipes (C.Mart.) Solms จอกหูหนู Salvinia cucullata Roxb. ex Bory ผักกระเฉด Neptunia oleracea Lour. ไมยราบยักษ์Mimosa pigra L. ไมยราบ M. pudica L. บัวหลวง Nelumbo nucifera Gaertn. ผักบุ้ง Ipomoea aquatica Forssk. ผักแพงพวย Ludwigia adscendens (L.) H.Hara บอน Colocasia esculenta (L.) Schott หญ้ารังกา Cyperus cyperoides (L.) Kunze ปรือ Scleria poaeformis Retz. หญ้าไทร Leersia hexandra (L.) Sw. หญ้าพง Sorghum propinquum (Kunth) Hitchc. ธูปฤาษี Typha angustifolia L. เป็นต้น

ทรัพยากรสัตว์ป่า

         มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 45 ชนิด ใน 30 วงศ์ 42 สกลุ ประกอบด้วย นก 43 ชนิด หรือร้อยละ 95.56 ของจำนวนชนิดสัตว์ป่าทั้งหมด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 2 ชนิด (ร้อยละ 4.44) โดยมีรายละเอียดจำแนกออกตาม ประเภทสัตว์ ดังนี้

1) นก

    มีนกอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 43 ชนิด ใน 28 วงศ์ 40 สกุล ทุกชนิด เป็นนกที่ สำรวจพบโดยตรง ส่วนมากจะเป็นนกที่อาศัยอยู่ตามชายทุ่งและตามชุมชนที่อยู่รอบๆ บึง เช่น นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกเขาชวา (Geopelia striata) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกจาบคาหัวสีส้ม (Merops leschenualti) นกปรอดสวน (Pycnonotus blanfordi) นกตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis) นกโพระดกสวน (Megalaima lineata) นกหัวขวานด่างอกลายจุด (Dendrocopos macei) เป็นต้น พบชนิดนกน้ำที่อาศัยอยู่บริเวณรอบหนองโง้ง เช่น นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกยางเปีย (Egretta garzetta) นกยางควาย (Bubulcus ibis) เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) นกกวัก (Amaurornis phoenicurus) นกอีลุ้ม (Gallicrex cinerea) เป็นต้น

2) สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก

    มีสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการไม่น้อยกว่า 2 ชนิด ใน 1 วงศ์ 1 สกุล ทุกชนิดเป็นสัตว์ที่สำรวจพบโดยตรง ได้แก่ อึ่งน้ำเต้า (Microhyla ficipes) และอึ่งข้างดำ (Microhyla heymonsi)

 

ทรัพยากรปลา

         ทรัพยากรปลาที่อาศัยอยู่ในหนองโง้ง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี มีความหลากชนิดจำนวน 27 ชนิด (species) ใน 14 ครอบครัว (families) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุด ในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 11 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 40.74 รองลงมา ได้แก่ Belontiidae จำนวน 3 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 11.11 รองลงมา ได้แก่ Bagridae จำนวน 2 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 741 และอีก 11 ครอบครัว พบเพยีงครอบครัวละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 3.70

สัตว์หน้าดิน

         สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่ในหนองโง้ง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนมีระดับถึงบริเวณ ขอบบึง พบความหลากชนิดของสตัวห์น้าดิน จำนวน 8 ชนิด ใน 3 ไฟลั่ม 8 ครอบครัว มีความหนาแน่น ระหว่าง 242-286 ตัวต่อตารางเมตร ประกอบด้วยสัตว์หน้าดินในไฟลั่ม Annelida จำนวน 1 ชนิด ใน 1 ครอบครัว ไฟลั่ม Arthropoda จำนวน 4 ชนิด ใน 4 ครอบครัว และ ไฟลั่ม Mollusca จา นวน 3 ชนิด ใน 3 ครอบครัว

 


คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

มูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ

          การประเมินคุณค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองบึง จากผลการสำรวจข้อมูล การใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ตามที่กำหนดการศึกษาโดยวิธีการรวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิ และการสำรวจด้วย แบบสอบถาม ค่าประโยชน์มวลรวม (gross benefit) รายปีของพื้นที่หนองโง้ง มีมูลค่า 0.22 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็น ทางด้านการผลผลิตปลา 90,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 40.27 ของมูลค่าทั้งหมด รองลงมา คือ การทำนา (ร้อยละ 38.26) และ การป้องกันน้ำท่วม 26,000 บาท (ร้อยละ 11.63) ตามลำดับ

 

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่


           จากผลการศึกษาสำรวจในพื้นที่ พบประเด็นปัญหาและการคุกคามพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง โครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ทรัพยากรน้ำ และระบบน้ำ มลพิษสิ่งแวดล้อม และการรบกวนธรรมชาติ ดังนี้


           ภายในพื้นที่

              การคุกคามภายในพื้นที่ มีปัญหาและการคุกคามภายในพื้นที่ 7 ลกัษณะ ได้แก่

1) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลง ระบบนิเวศ

1.1) การขุดลอกเปลี่ยนแปลงพื้นที่

1.2) การทำคันกั้นโดยรอบ

2) ทรัพยากรน้ำ และระบบน้ำ

2.1) การสร้างเขื่อนกักกั้นน้ำ

2.2) การทำถนน

2.3) การใช้น้ำจืด

3) การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในระดับที่เกินศักยภาพ

3.1) การจับสัตว์น้ำ

3.2) การเก็บหาของป่า

4) ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม

4.1) การถ่ายเทของเสียของชุมชน

4.2) การระบายน้ำทิ้งจาการเกษตร

4.3) การปลดปล่อยไนโตรเจนและฟอสฟอรัส

5) การนำเข้าชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน ซึ่งมีการระบาดของชนิดพรรณพืช และชนิดพนัธุส์ตัว์ ดังนี้

5.1) การน าไม้ยืนต้นต่างถิ่นเข้ามาปลูกตามคนัดิน

5.2) การระบาดของพรรณไม้ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน

5.3) การปล่อยพันธุ์ปลาต่างถิ่นในแหล่งน้ำ

5.4) การระบาดของสัตว์น้ำ ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน

5.5) การระบาดของนกที่เป็นชนิดพันธ์ที่รุกราน

6) การบุกรุกที่ดิน โดยเฉพาะบริเวณริมน้ำ

7) การทำกิจกรรมในพื้นที่ โดยการรบกวนธรรมชาติ จากกิจกรรมอยู่อาศัยของชุมชน

 


          ภายนอกพื้นที่

           การคุกคามภายนอกพื้นที่ จากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ของการขยายตัวของชุมชน และ การเกษตร

                                                                                              รายละเอียดเพิ่มเติม >>