หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

ลำแม่ลา จ.สิงห์บุรี


ที่ตั้ง : ลำแม่ลา ตั้งอยู่ หมู่ 1, 2 และ 3 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน หมู่ 9 และ 10 ตำบลทับยา อำเภออินทร์บุรี และหมู่ 7 และ 5 ตำบลบางกระบือ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 7 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยา ประมาณ 2 กิโลเมตร ปรากฏในแผนที่ สภาพภูมิประเทศ มาตราส่วน 1: 50,000 ลำดับชุด L7018 ระวาง 5038 I

 

พิกัดกลาง : 642500 – 646000E และ 1655000 – 1654800N และพิกัดภูมิศาสตร์ระหว่างเส้นละติจูด 15 องศา 56 ลิปดาเหนือ ถึง 15 องศา 58 ลิปดาเหนือ และเส้นลองจิจูดที่ 100 องศา 19 ลิปดา ถึง 100 องศา 21 ลิปดาตะวันออก

 

ขนาดพื้นที่ : 1,168 ไร่

 

พื้นที่ลำแม่ลาไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินจัดอยู่ในประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำลัด โดยมีองค์การ บริหารส่วนตำบลทับยา และองค์การบริหารส่วนตำบลบางกระบือเป็นหน่วยงานที่บริหาร จัดการพื้นที่


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2555 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

ลักษณะภูมิประเทศ

         ลำแม่ลา ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี มีพื้นที่รวมประมาณ 1,168 ไร่ ลำแม่ลาเป็นแม่น้ำ ที่เกิดจากการเปลี่ยนเส้นทางของแม่น้ำเจ้าพระยา ในลักษณะของทะเลสาบรูปแอกวัว (oxbow lake) ที่วางตัวในแนว ตะวันออกเฉียงเหนือ – ตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร และกว้างประมาณ 200 เมตร สภาพพื้นที่ โดยรอบของแม่น้ำลาเป็นที่ราบมีความสูงอยู่ระหว่าง 7 – 10 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สภาพเป็นบึงน้ำจืด ที่เป็นเอกลักษณ์หรือสัญลักษณ์ของท้องถิ่น

          ลำแม่ลาเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ในลุ่มน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำสาขาที่ราบแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ทางตอนกลาง ของประเทศไทย ลักษณะลุ่มน้ำวางตัวตามแนวเหนือ-ใต้

               ทิศเหนือ         ติดกับ ลุ่มน้ำปิงและน่าน

               ทิศใต้            ติดกับ อ่าวไทย

               ทิศตะวันออก   ติดกับ ลุ่มน้ำป่าสักและบางปะกง

               ทิศตะวันตก     ติดกับ ลุ่มน้ำท่าจีนและสะแกกรัง

 

ลักษณะธรณีวิทยา

          ลำแม่ลา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (ห่างประมาณ 2 กิโลเมตร) ตั้งอยู่กลางที่ราบภาคกลาง ทำให้บริเวณนี้ เป็นที่ทับถมของตะกอนประเภทธารน้ำพา (fluvial deposits) ที่เกิดจากการพัดพามาสะสมทั้งสองฝั่งของลำน้ำในช่วงน้ำหลาก ลักษณะเช่นนี้ เรียกว่า ที่ราบน้ำท่วมถึง (flood plain) ลักษณะของตะกอนบริเวณนี้เป็น ทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว ที่เกิดในยุคควอเทอร์นารี (Q) ที่มีอายุ 11,000 ปี ถึงปัจจุบัน

          ลำแม่ลา ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่เกิดจากการทับถมของตะกอนประเภทธารน้ำพา ลักษณะทางอุทกธรณีวิทยาจัดอยู่ในกลุ่มหินร่วนประเภทตะกอนน้ำพา ที่มีลักษณะเป็นทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว น้ำบาดาล จะเก็บกักอยู่ระหว่างช่องว่างของกรวดทราย จากข้อมูลจากธรณีวิทยา ประเทศไทย ของกรมทรัพยากรธรณี ชี้ให้เห็นบริเวณนี้ประกอบด้วยชั้นของ กรวด ทราย ที่มีการคัดขนาดโดยธรรมชาติดีปานกลางถึงดี มีคุณสมบัติ ในการเก็บกักน้ำดี โดยให้น้ำเฉลี่ย 3 – 80 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง และมีชั้นน้ำอยู่ลึกกว่าชั้นดินเฉลี่ย 100 – 140 เมตร และมีความหนาอยู่ระหว่าง 50-70 เมตร

 

ทรัพยากรดิน

           จบริเวณลำแม่ลาประกอบด้วยกลุ่มชุดดินที่ 4 และกลุ่มชุดดินที่ 21 มีรายละเอียดดังนี้

          กลุ่มชุดดินที่ 4 เนื้อที่ 73,217 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินเหนียวหรือกลุ่มดินเหนียวจัด สีเทาที่เกิดจาก วัตถุต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำ มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน หน้าดินอาจแตกระแหง เป็นร่องกว้างและลึก ในฤดูแล้ง และอาจมีรอยถูไถลในดินล่าง มีการระบายน้ำเลวหรือค่อนข้างเลว ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ปานกลาง บางพื้นที่พบในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝนหรือพบใน พื้นที่ค่อนข้างดอน ทำให้เสี่ยง ต่อการขาดแคลนน้ำ


           กลุ่มชุดดินที่ 21 เนื้อที่ 14,767 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินร่วนลึกมากสีเทาที่เกิดจากวัตถุ ต้นกำเนิด ดินพวกตะกอนลำน้ำ มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน การระบายน้ำค่อนข้างเลว ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ปานกลาง มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝน

          กลุ่มชุดดินที่ 21fsi เนื้อที่ 14,767 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่ได้รับอันตรายจากการไหลบ่าท่วมขังในฤดูฝน



สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

            ลำแม่ลาเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เกิดจากแม่น้ำลัดผ่านการขุดลอก สร้างฝายกักเก็บน้ำ และปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ ทำให้ไม่เหลือสภาพสังคมพืชที่ธรรมชาติ จากการศึกษา พบพรรณไม้รวม 209 ชนิด 162 สกุล 64 วงศ์ แยกเป็น พรรณไม้ทั่วไป 77 ชนิด และพรรณไม้น้ำ 132 ชนิด ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีก 37 ชนิด รอบบึงพบไม้ต้นที่ขึ้นในพื้นที่ อีกหลายชนิด เช่น โมกมัน Wrightia arborea (Dennst.) Mabb. กุ่มน้ำ Crateva magna (Lour.) DC. กระทุ่มนา Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil. สนุ่น Salix tetrasperma Roxb. อะราง Peltophorum dasyrrachis (Miq.) Kurz ex Baker ตะแบกนา Lagerstroemia floribunda Jack เป็นต้น รวมทั้งพรรณไม้ที่น้ำเข้าไปปลูกอีกหลายชนิด เช่น สัตบรรณ Alstonia scholaris (L.) R.Br. ลั่นทมขาว Plumeria obtusa L. เหลืองปรีดิยาธร Cybistax donnell-smithii (Rosc.) Seibert ปีบ Millingtonia hortensis L.f. ชมพูพันธุ์ทิพย์ Tabebuia rosea (Bertol.) DC. สนประดิพัทธ์ Casuarina junghuhniana Miq. สะเดา Azadirachta indica A.Juss. var. siamensis Valeton หูกวาง Terminalia catappa L. สกั Tectona grandis L.f. ราชพฤกษ์ Cassia fistula L. ขี้เหล็ก Senna siamea (Lam.) H.S.Irwin & Barneby กระถินณรงค์ Acacia auriculaeformis A.Cunn. ex Benth. ประดู่บ้าน Pterocarpus indica Willd. เป็นต้น


           ในพื้นที่บึงที่น้ำท่วมถึงพบพรรณไม้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากถูกขุดลอก ส่วนพื้นที่ชื้นแฉะริมน้ำ พบพรรณไม้น้ำค่อนข้าง หลากหลาย เช่น ผักตบชวา Eichhornia crassipes (C.Mart.) Solms จอกหูหนู Salvinia cucullata Roxb. ex Bory ผักกระเฉด Neptunia oleracea Lour. ไมยราบยักษ์ Mimosa pigra L. ไมยราบ M. pudica L. บัวหลวง Nelumbo nucifera Gaertn. ผักบุ้ง Ipomoea aquatica Forssk. ผักแพงพวย Ludwigia adscendens (L.) H.Hara บอน Colocasia esculenta (L.) Schott ต้อยติ่ง Ruellia tuberosa L. ข้าวสารดอกเล็ก Raphistemma hooperiana (Blume) Decne กกขนาก Cyperus difformis L. ปรือ Scleria poaeformis Retz. หญ้าไทร Leersia hexandra (L.) Sw. หญ้าพง Sorghum propinquum (Kunth) Hitchc. ธูปฤาษี Typha angustifolia L. เป็นต้น

ทรัพยากรสัตว์ป่า

         มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 47 ชนิด ใน 30 วงศ์ 42 สกลุ ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิด หรือร้อยละ 4.26 ของจำนวนชนิดสัตว์ป่าทั้งหมด นก 41 ชนิด หรือร้อยละ 87.23 และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 2 ชนิด หรือ ร้อยละ 4.44 โดยมีรายละเอียดจำแนกออกตาม ประเภทสัตว์ ดังนี้

1) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

     มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ชนิด ใน 1 วงศ์  2 สกุล ซึ่งเป็นสัตว์ที่ สำรวจพบโดยตรงทั้ง 2ชนิด ได้แก่ หนูพุกใหญ่ (Bandicota indica) และหนู ทอ้งขาว (Rattus tanezumi)

2) นก

     มีนกอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 41 ชนิด ใน 26 วงศ์ 37 สกุล ซึ่งเป็นนกที่สำรวจพบโดยตรง ส่วนมากจะเป็นนกที่อาศัยอยู่ตามชายทุ่งและตามชุมชนโดยรอบลำแม่ลา เช่น นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกเขาชวา (Geopelia striata) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกจาบคาหัวเขียว (Merops philippinus) นกปรอดสวน (Pycnonotus blanfordi) นกอีแพรดแถบอกดำ (Rhipidura javanica) เป็นต้น พบชนิดนกน้ำที่อาศัยอยู่บริเวณ รอบลำแม่ลา เช่น นกยางเปีย (Egretta garzetta) เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) นกตีนเทียน (Himantopus himantopus) นกยางโทนใหญ่ (Casmerodius albus) นกยางกรอกพันธุ์ชวา (Ardeola speciosa) ยางดา (Dupetor flavicollis) เป็นต้น

3) สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก

    มีสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการไม่น้อยกว่า 4 ชนิด ใน 3 วงศ์ 3 สกุล ทุกชนิดเป็นสัตว์ ที่สำรวจพบโดยตรง ได้แก่ กบนา (Hoplobatrachus rugulosa) กบหนอง (Fejervaya limnocharis) เขียดจะนา (Occidozyga lima) อึ่งน้ำเต้า (Microhyla ficipes) และอึ่งข้างดำ (Microhyla heymonsi)

ทรัพยากรปลา

         ทรัพยากรปลาที่อาศัยอยู่ในลำแม่ลา ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี มีความหลากชนิด จำนวน 30 ชนิด (species) ใน 15 ครอบครัว (families) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุด ในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 13 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 43.33 รองลงมา ได้แก่ Bagridae, Belontiidae และ Channidae จำนวนครอบครัวละ 2 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 6.67 และอีก 11 ครอบครัว พบเพยีงครอบครัว ละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 3.33 ตามลำดับ

สัตว์หน้าดิน

         ผลการศึกษาสัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่ในลำแม่ลา ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้ง มีปริมาณในแหล่งน้ำน้อย พบคว ามหลากชนิดของสตัว์หน้าดิน จำนวน 13 ชนิด ใน 3 ไฟลั่ม 12 ครอบครัว มีความหนาแน่น ระหว่าง 308-418 ตัวต่อตารางเมตร ประกอบด้วยสัตว์ หน้าดินในไฟลั่ม Annelida จำนวน 1 ชนิด ใน 1 ครอบครัว ไฟลั่ม Arthropoda จำนวน 6 ชนิด ใน 6 ครอบครัว และ ไฟลั่ม Mollusca จำนวน 5 ชนิด ใน 5 ครอบครัว

 


คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

มูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ

          การประเมินคุณค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองบึง จากผลการสำรวจ ข้อมูลการใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ตามที่กำหนดการศึกษาโดยวิธีการรวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิและการสำรวจด้วย แบบสอบถาม ค่าประโยชน์มวลรวม (gross benefit) รายปีของพื้นที่ลำแม่ลา มีมูลค่า 3.95 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็น ทางด้านการท่องเที่ยว 3,600,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 91.18 ของมูลค่าทั้งหมด รองลงมา คือ การทำนา 161,280 บาท (ร้อยละ 4.08) และผลผลิตจากปลา 135,000 บาท (ร้อย ละ 3.42) ตามลำดับ

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่


           จากผลการศึกษาสำรวจในพื้นที่ พบประเด็นปัญหาและการคุกคามพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง โครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ทรัพยากรน้ำ และระบบน้ำ มลพิษสิ่งแวดล้อม และการรบกวนธรรมชาติ ดังนี้


           ภายในพื้นที่

              ภายในพื้นที่ มีปัญหาและการคุกคามภายในพื้นที่ 7 ลักษณะ ได้แก่

1) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ

1.1) การขุดลอกเปลี่ยนแปลงพื้นที่

1.2) การท าคันกั้นโดยรอบ

2) ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ

2.1) การสร้างเขื่อนกักกั้นน้ำ

2.2) การทำถนน

2.3) การใช้น้ำจืด

3) การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในระดับที่เกินศักยภาพ โดยเฉพาะการจับสัตว์น้ำ

4) ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม

4.1) การถ่ายเทของเสียของชุมชน

4.2) การระบายน้ำทิ้งจาการเกษตร

4.3) การปลดปล่อยไนโตรเจนและฟอสฟอรัส

5) การบุกรุกที่ดิน โดยเฉพาะการถมพื้นที่บริเวณรอบบึง

6) การนำเข้าชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน ซึ่งมีการระบาดของชนิดพรรณพืชและชนิดพันธุ์สัตว์ 

6.1) การนำไม้ยืนต้นต่างถิ่นเข้ามาปลูกเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

6.2) การระบาดของพรรณไม้ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน

6.3) การปล่อยพันธุ์ปลาต่างถิ่นในแหล่งน้ำ

6.4) การระบาดของสัตว์น้ำชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน

6.5) การระบาดของนกที่เป็นชนิดพันธุ์ที่รุกราน

7) การทำกิจกรรมในพื้นที่

7.1) ปลูกสร้างสิ่งก่อสร้าง

7.2) การก่อสร้างทำให้ตลิ่งถูกกัดเซาะ

7.3) การรบกวนธรรมชาติ

  ภายนอกพื้นที่

           ปัญหาและการคุกคามจากภายนอกพื้นที่ที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน จาการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ

                                                                                              รายละเอียดเพิ่มเติม >>