หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

หนองเจ็ดเส้น จ.อ่างทอง


ที่ตั้ง : หนองเจ็ดเส้น ตั้งอยู่ หมู่ 1 ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอ่างทองไปทางใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร และห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านตะวันออกประมาณ 3 กิโลเมตร ปรากฏในแผนที่สภาพภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50,000 ของกรมแผนที่ทหาร ลำดับชุด L 7018 ระวาง 5038 II

 

พิกัดกลาง : 660500E และ1606900N หรืออยู่ที่พิกัดภูมิศาสตร์ เส้นละติจูด 14 องศา 32 ลิปดาเหนือ เส้นลองจิจูด 100 องศา 29 ลิปดาตะวันออก

 

ขนาดพื้นที่ : 442 ไร่

 

ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน จัดอยู่ในประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำกระจายในที่ลุ่ม โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลสายทองเป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการพื้นที่


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2555 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

ลักษณะภูมิประเทศ

         หนองเจ็ดเส้น ตั้งอยู่ที่ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง มีพื้นที่รวมประมาณ 442 ไร่ หนองเจ็ดเส้น เป็นแอ่งน้ำที่เกิดจากการขุดหน้าดินไปใช้ประโยชน์มาแต่อดีต ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างประมาณ 350 เมตร และยาวประมาณ 600 เมตร แต่เมื่อเวลาผ่านไปหนองน้ำแห่งนี้ได้กลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ มีสัตว์น้ำนานาชนิดอาศัยอยู่ เป็นแหล่งทำการประมง และพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในท้องถิ่น

          หนองเจ็ดเส้นเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ในลุ่มน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำสาขาที่ราบแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศไทย ลักษณะลุ่มน้ำวางตัวตามแนวเหนือ-ใต้

               ทิศเหนือ         ติดกับ ลุ่มน้ำปิงและน่าน

               ทิศใต้            ติดกับ อ่าวไทย

               ทิศตะวันออก   ติดกับ ลุ่มน้ำป่าสักและบางปะกง

               ทิศตะวันตก     ติดกับ ลุ่มน้ำท่าจีนและสะแกกรัง

          ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีแม่น้ำสะแกกรังไหลมาบรรจบเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ลำน้ำสาขาที่สำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ แม่น้ำน้อย แยกออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดชัยนาท แล้วไหลกลับ เข้าแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำสุพรรณบุรีแยกออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา และไหลขนานคู่กันไป จนออกสู่อ่าวไทย มีชื่อเรียกต่าง ๆ กันไป ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปากแม่น้ำ คือ คลองมะขามเฒ่า แม่น้ำสุพรรณบุรี แม่น้ำนครชัยศรี และแม่น้ำท่าจีน คลองบางแก้ว เป็นคลองสายสั้น ๆ แยกออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดอ่างทอง แล้วไหลไปบรรจบกับแม่น้ำลพบุรี ซึ่งแยกออกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดสิงห์บุรีเช่นกัน โดยจุดบรรจบอยู่ในเขต อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

ลักษณะธรณีวิทยา

          สภาพทางธรณีวิทยาในพื้นที่ของหนองเจ็ดเส้น มีลักษณะเช่นเดียวกันกับพื้นที่พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำของพื้นที่ราบลุ่ม ภาคกลาง โดยสภาพที่เกิดขึ้นจากการทับถมของตะกอน ซึ่งเป็นตะกอน ธารน้ำพา (fluvial deposits) ที่เกิดจาการพัดพา ตะกอนของลำน้ำมาสะสมบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในฤดูน้ำหลาก จนเกิดเป็นที่ราบริมฝั่งแม่น้ำที่เรียกว่า ที่ราบน้ำท่วมถึง (flood plain) ตะกอนที่สะสมตัวในบริเวณนี้เป็นทรายเม็ดเล็ก ทรายแป้ง และดินเหนียว ที่เกิดในยุคควอเทอร์นารี ที่มีอายุอยู่ระหว่าง 11,000 ปีถึงปัจจุบัน (ธรณีกาล)

          หนองเจ็ดเส้นตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ราบลุ่มภาคกลางริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ลักษณะทางอุทกธรณีวิทยา เป็นกลุ่มหินร่วน ประกอยด้วย กรวด ทราย  และดินเหนียว และน้ำบาดาลจะอยู่ในช่องว่างระหว่างกวดทราย ในพื้นที่บริเวณลุ่มนน้ำเจ้าพระยา ได้จัดชั้นบาดาลที่มีชื่อ ว่า “ชั้นน้ำบาดาลเจ้าพระยา” (Chao Phtaya aquifer) ซึ่งลักษณะของชั้นน้ำนี้น้ำบาดาลจะเก็บกัก อยู่ในช่องว่างของชั้นกรวดทรายของลำน้ำ ในพื้นที่บริเวณนี้จะให้น้ำโดยเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 20 – 100 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง และมีความหนา 20 – 100 เมตร

 

ทรัพยากรดิน

กลุ่มชุดดินที่พบบริเวณหนองเจ็ดเส้นประกอบด้วยกลุ่มชุดดินที่ 2, 4, 21, 33 และ38 มีรายละเอียดดังนี้

          กลุ่มชุดดินที่ 2 มีเนื้อที่ 5,739 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินเหนียวหรือดินเหนียวจัดลึกมากสีเทาที่มีปฏิกิริยา ดินเป็นกรดจัดมาก หรือดินเปรี้ยวจัดที่พบอยู่ในระดับลึก มีการระบายน้ำเลว มีน้ำแช่ขังในฤดูฝน ความซึมของน้ำช้า ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลาง บางพื้นที่พบในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝน

          กลุ่มชุดดินที่ 4 มีเนื้อที่ 57,757ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินเหนียวหรือกลุ่มดินเหนียวจัดลึกมากสีเทาที่เกิดจากวัตถุ ต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำ มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน หน้าดินอาจแตกระแหงเป็นร่องกว้างและลึกในฤดูแล้ง และอาจมีรอย ถูไถลในดินล่าง มีการระบายน้ำเลวหรือค่อนข้างเลว ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลาง บางพื้นที่พบในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝนหรือพบในพื้นที่ค่อนข้างดอน ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ

          กลุ่มชุดดินที่ 21 บริเวณลูกคลื่นลอนลาด เนื้อที่ 1,525 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินร่วนลึกมากสีเทาที่เกิดจาก วัตถุต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำ มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน การระบายน้ำค่อนข้างเลว ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลาง มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝน

          กลุ่มชุดดินที่ 33 บริเวณลูกคลื่นลอนลาด เนื้อที่ 1,556 ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินทรายแป้งลึกมากที่เกิดจากตะกอน แม่น้ำ หรือตะกอนน้ำพารูปพัด การระบายน้ำดีถึงดีปานกลาง มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลาง บางพื้นที่อาจได้รับ ผลกระทบจากความเค็มของดินหรือมีเนื้อดินเหนียวลดลงในดินชั้นล่าง

          กลุ่มชุดดินที่ 38 เนื้อที่ 3,614ไร่ เป็นกลุ่มชุดดินที่เป็นดินร่วนละเอียดลึกมากที่เกิดจากวัตถุ ต้นกำเนิดดินพวกตะกอน ลำน้ำ หรือการสลายตัวผุพังอยู่กับที่ หรือการสลายตัวผุพังแล้วถูกเคลื่อนย้ายมาทับถมของวัสดุเนื้อหยาบที่ส่วนใหญ่มาจาก หินตะกอน มี มีการระบายน้ำดีถึงดีปานกลาง ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ อาจพบลูกรังในช่วงความลึก 100-150 เซนติเมตรจากผิวดิน

นอกจากนี้ พบ พื้นที่หมู่บ้าน (U) เนื้อที่ 2,060ไร่ และแหล่งน้ำ (W) เนื้อที่ 1,451ไร่

 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

          หนองเจ็ดเส้นเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำกระจายทั่วไปในพื้นที่ลุ่มใกล้แม่น้ำ ผ่านการขุดลอก สร้างฝาย  กักเก็บน้ำ และปรับปรุง ภูมิทัศน์โดยรอบ ทำให้ไม่เหลือสภาพสังคมพืชที่ธรรมชาติ จากการศึกษา พบพรรณไม้รวม 234 ชนิด 184 สกุล 73 วงศ์ แยกเป็นพรรณไม้ทั่วไป 66 ชนิด และพรรณไม้น้ำ 168 ชนิด ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีก 34 ชนิด


           รอบหนองพบไม้ต้นที่ขึ้นในพื้นที่อีกหลายชนิด เช่น โมกบ้าน Wrightia religiosa Benth. ex Kurz กุ่มน้ำ Crateva magna (Lour.) DC. สะแกนา Combretum quadrangulare Kurz ไทรย้อยใบทู่ Ficus microcarpa L.f. อะราง Peltophorum dasyrrachis (Miq.) Kurz ex Baker คาง Albizia lebbeckoides (DC.) Benth. ทิ้งถ่อน A. procera (Roxb.) Benth. ตะแบกนา Lagerstroemia floribunda Jack เป็นต้น รวมทั้งพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีกหลายชนิด เช่น สัตบรรณ Alstonia scholaris (L.) R.Br. ลำดวน Melodorum fruticosum Lour. ปีบ Millingtonia hortensis L.f. ชมพูพันธุ์ทิพย์ Tabebuia rosea (Bertol.) DC. สะเดา Azadirachta indica A.Juss. var. siamensis Valeton หูกวาง Terminalia catappa L. สัก Tectona grandis L.f. ราชพฤกษ์ Cassia fistula L. ขี้เหล็ก Senna siamea (Lam.)H.S.Irwin & Barneby กระถินณรงค์ Acacia auriculaeformis A.Cunn. ex Benth. ประดู่บ้าน Pterocarpus indica Willd. เป็นต้น


            ในพื้นที่หนองที่น้ำท่วมถึงและบริเวณโดยรอบพบพรรณไม้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากถูกขุดลอก พรรณไม้น้ำที่พบ เช่น ผักแว่น Marsilea crenata C.Presl จอกหูหนู Salvinia cucullata Roxb. ex Bory ต้อยติ่ง Ruellia tuberosa L. ผักเป็ดน้ำ Alternanthera philoxeroides (Mart.) Griseb. ข้าวสารดอกเล็ก Raphistemma hooperiana (Blume) Decne. เครือปลาสงแดง Ichnocarpus frutescens (L.) W.T.Aiton ผักตบชวา Eichhornia crassipes (C.Mart.) Solms ผักกระเฉด Neptunia oleracea Lour. ไมยราบยักษ์ Mimosa pigra L. บัวหลวง Nelumbo nucifera Gaertn. ผักบุ้ง Ipomoea aquatica Forssk. ผักแพงพวย Ludwigia adscendens (L.) H.Hara บอน Colocasia esculenta (L.) Schott กกรังกาน้อย Cyperus platystylis R.Br.ปรือ Scleria poaeformis Retz. หญ้าพง Sorghum propinquum (Kunth) Hitchc. แฝก Vetiveria zizanioides (L.) Nash ex Small ธูปฤาษี Typha angustifolia L. เป็นต้น

 

ทรัพยากรสัตว์ป่า

         มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 55 ชนิด ใน 43 วงศ์ 60 สกุล ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิด หรือร้อยละ 3.64 ของจำนวนชนิดสัตว์ป่าทั้งหมด นก 49 ชนิด (ร้อยละ 89.09) สัตว์เลื้อยคลาน 1 ชนิด (ร้อยละ 1.82) และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 ชนิด (ร้อยละ 5.43) โดยมีรายละเอียดผลการศึกษาจำแนกออกตามประเภทสัตว์ดังนี้

1) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

    มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ชนิด ใน 3 วงศ์ 3 สกุล (ตารางภาคผนวกที่ 4-1) ซึ่งเป็นสัตว์ที่สำรวจพบโดยตรงทั้ง 2 ชนิด ได้แก่ หนูท้องขาว (Rattus tanezumi) และหนูพุกใหญ่ (Bandicota indica


2) นก

    มีนกอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 49 ชนิด ใน 26 วงศ์ 43 สกุล ทุกชนิดเป็นนกที่สำรวจพบโดยตรง ส่วนมากจะเป็นนกที่อาศัยอยู่ตามทุ่งโล่งและตามพื้นที่เกษตรกรรม เช่น นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกเขาชวา (Geopelia striata) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกกระจิบสวน (Orthotomus sutorius) นกกางเขนบ้าน (Copsychus saularis) นกอีเสือหัวดำ (Lanius schach) นกเอี้ยงด่าง (Sturnus contra) นกกระจาบอกเรียบ (Ploceus philippinus) เป็นต้น พบชนิดนกน้ำที่อาศัยอยู่บริเวณรอบหนองเจ็ดเส้น เช่น นกเป็ดผีเล็ก (Tachybaptus ruficollis) นกกาน้ำเล็ก (Phalacrocorax niger) นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกยางเปีย (Egretta garzetta) นกยางควาย (Bubulcus ibis) เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) นกอีโก้ง (Porphyrio porphyrio) นกกวัก (Amaurornis phoenicurus) เป็นต้น

3) สัตว์เลื้อยคลาน

   มีสัตว์เลื้อยคลานอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ชนิด ใน 1 วงศ์ 1 สกุล เป็นสัตว์ที่สำรวจพบโดยตรง คือ เหี้ย (Varanus salvator)

4) สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก

   มีสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการไม่น้อยกว่า 3 ชนิด ใน 2 วงศ์ 3 สกุล (ตารางภาคผนวกที่ 4-4) เป็นสัตว์ที่สำรวจพบโดยตรง 3 ชนิด ได้แก่ กบนา (Hoplobatrachus rugulosa) เขียดจิก (Hylarana erythraea) และเขียดจะนา (Occidozyga lima

 

ทรัพยากรปลา

         ทรัพยากรปลาที่อาศัยอยู่ในหนองเจ็ดเส้น ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง มีความหลากชนิดจำนวน 21 ชนิด (species) ใน 13 ครอบครัว (families) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 8 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 38.10 รองลงมา ได้แก่ Belontiidae จำนวน 2 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 9.52 และอีก 11 ครอบครัว พบเพียงครอบครัวละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 4.76

สัตว์หน้าดิน

        สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่ในหนองเจ็ดเส้น ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนมีระดับถึงบริเวณขอบบึง พบความหลากชนิดของสัตว์หน้าดินทั้งหมด 5 ชนิด ใน 3 ไฟลั่ม 5 ครอบครัว มีความหนาแน่นระหว่าง 176-242 ตัวต่อตารางเมตร ประกอบด้วยสัตว์หน้าดินในไฟลั่ม Annelida จำนวน 1 ชนิด ใน 1 ครอบครัว ไฟลั่ม Arthropoda และ Mollusca จำนวน 2 ชนิด ใน 2 ครอบครัว

 

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

มูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ

         การประเมินคุณค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองบึง จากผลการสำรวจข้อมูล การใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ตามที่กำหนดการศึกษาโดยวิธีการรวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิ และการสำรวจด้วย แบบสอบถาม  ค่าประโยชน์มวลรวม (gross benefit) รายปีของพื้นที่หนองเจ็ดเส้น มีมูลค่า 0.63 ล้านบาท ส่วนใหญ่ เป็นทางด้านการท่องเที่ยว 500,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 79.07 ของมูลค่าทั้งหมด รองลงมา คือ การทำนา 38,000 บาท (ร้อยละ 6.01) และการป้องกันน้ำท่วม 35,000 บาท (ร้อยละ 5.53) ตามลำดับ

 

การจัดการและการคุกคาม  
 

การคุกคามที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่


           จากผลการศึกษาสำรวจในพื้นที่ พบประเด็นปัญหาและการคุกคามพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ ดังนี้


           ภายในพื้นที่

             ภายในพื้นที่ ปัญหาและการคุกคามภายในพื้นที่มี 6 ลักษณะ ได้แก่

    1) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ หรือการเปลี่ยนแปลง ระบบนิเวศ

       1.1)การขุดลอกเปลี่ยนแปลงพื้นที่

       1.2) การทำคันกั้นโดยรอบ

       1.3) การถมที่

    2) ทรัพยากรน้ำและระบบน้ำ

       2.1) การสร้างเขื่อนกักกั้นน้ำ

       2.2) การทำถนน

       2.3) การใช้น้ำจืด

    3) การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในระดับที่เกินศักยภาพ โดยเฉพาะ การจับสัตว์น้ำ

    4) ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม

       4.1) ขยะมูลฝอย

       4.2) การระบายน้ำทิ้งจาการเกษตร

    5) การนำเข้าชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน ซึ่งมีการระบาดของชนิดพรรณพืช และชนิดพันธุ์สัตว์

       5.1) การนำไม้ยืนต้นต่างถิ่นเข้ามาปลูกตามแนวถนน


        5.2) การระบาดของพรรณไม้ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน


        5.3) การปล่อยพันธุ์ปลาต่างถิ่นในแหล่งน้ำ


        5.4) การระบาดของสัตว์น้ำ ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน


        5.5) การระบาดของนกที่เป็นชนิดพันธุ์ที่รุกราน


    6) การทำกิจกรรมในพื้นที่


        6.1) ปลูกสร้างสิ่งก่อสร้าง


        6.2) การรบกวนธรรมชาติจากกิจกรรมมนุษย์

 

  ภายนอกพื้นที่

          ภายนอกพื้นที่ ปัญหาและการคุกคามจากภายนอกพื้นที่ด้วยการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ความต้องการใช้ เพื่อการเกษตร และภาวะน้ำท่วม

                                                                                              รายละเอียดเพิ่มเติม >>