หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

บึงประจำรัง

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ หมู่ 4, 5, 7 และ 8 เทศบาลตำบลหาดท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ห่างจากตัวเมืองจังหวัดชัยนาทประมาณ 3 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3183 ปรากฏในแผนที่สภาพภูมิประเทศ มาตรส่วน 1:50,000 ลำดับชุด L 7018 ระวาง 5039 III

พิกัดกลาง : 616300 E และ 1680300 N หรือ พิกัดภูมิศาสตร์ที่เส้นละติจูด 15 องศา 12 ลิปดาเหนือ และเส้นลองจิจูด 100 องศา 4 ลิปดาตะวันออก

ขนาดพื้นที่ : 847 ไร่ 1 งาน 75 ตารางวา

จัดอยู่ในประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำลัด โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลหาดท่าเสา เป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการพื้นที่


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2555 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

        บึงประจำรัง ตั้งอยู่ตำบลหาดท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นบึงธรรมชาติขนาดใหญ่ มีน้ำตลอดปี รับน้ำเอ่อล้นจากแม่น้ำเจ้าพระยาโดยคลองชลประทาน ลักษณะของบึงประจำรัง เป็นบึงที่เกิดจากการเปลี่ยนทางเดินของแม่น้ำส่งผลให้แม่น้ำสายเก่า กลายสภาพเป็นแหล่งน้ำที่ตัดขาดจากลำน้ำใหม่ มีลักษณะคดโค้งที่เรียวกว่า “ทะเลสาบรูปแอกวัว” (oxblow lake) ที่เกิดจากแม่น้ำลัดมีพื้นที่ 847 ไร่ 1 งาน 75 ตารางวาเป็นที่อาศัยของนกนานาพันธุ์ ในเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีนกเป็ดน้ำมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั่วทั้งบึงมีดอกบัวอยู่ทั่วไปจึงเป็นบึงที่มีทัศนียภาพที่สวยงามมาก;

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
      บึงประจำรังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เกิดจากการขุดลอกและสร้างฝายกักเก็บน้ำของกรมชลประทาน เดิมเป็นป่าบึงน้ำจืด
(freshwater swamp forest) แต่ถูกรบกวนจากกิจกรรมต่างอย่างต่อเนื่องทั้งการเปลี่ยนพื้นที่เพื่อทำการเกษตรและเป็นที่ตั้งของชุมชน ทำให้ไม่เหลือสภาพสังคมพืชที่ธรรมชาติ จากการศึกษา พบพรรณไม้รวม 188 ชนิด 154 สกุล 61 วงศ์ แยกเป็นพรรณไม้ทั่วไป 76 ชนิด และพรรณไม้น้ำ 111 ชนิด

       ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่นำเข้าไปปลูกอีก 32 ชนิด รอบหนองพบไม้ต้นที่ขึ้นในพื้นที่อีกหลายชนิด เช่น โมกมัน กุ่มน้ำ สนุ่น อะราง เป็นต้น ในพื้นที่บึงที่น้ำท่วมถึงพบพรรณไม้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากถูกขุดลอก ส่วนพื้นที่ชื้นแฉะริมน้ำพบพรรณไม้น้ำค่อนข้างหลากหลาย
เช่น ลิเภายุ่ง ต้อยติ่งนา ผักตบชวา จอกหูหนู ผักกระเฉด เป็นต้น

ทรัพยากรสัตว์ป่า
          การสำรวจทรัพยากรสัตว์ป่าได้ดำเนินการจำนวน 2 ครั้ง ระหว่างวันที่ 5-6 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ผลการสำรวจ พบว่า มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 60 ชนิด ใน 36 วงศ์ 51 สกุล (ตารางที่ 3-1) ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิด หรือร้อยละ 4.92 ของจำนวนชนิดสัตว์ป่าทั้งหมด นก 46 ชนิด (ร้อยละ 75.40) สัตว์เลื้อยคลาน 10 ชนิด (ร้อยละ 16.39) และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 1 ชนิด (ร้อยละ 3.82) โดยมีรายละเอียดผลการศึกษาจำแนกออกตามประเภทสัตว์ดังนี้

ทรัพยากรปลา


   ทรัพยากรปลาที่อาศัยอยู่ในบึงประจำรัง อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท มีความหลากชนิดจำนวน 33 ชนิด (species) ใน 17 ครอบครัว (families) ปลาที่พบมีความหลากชนิดมากที่สุดในครอบครัว Cyprinidae จำนวน 12 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 36.36 รองลงมา ได้แก่ Belontiidae จำนวน 3 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 9.09 รองลงมา ได้แก่ Bagridae และ Mastacembelidae จำนวนครอบครัวละ 2 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 6.06 และอีก 13 ครอบครัว พบเพียงครอบครัวละ 1 ชนิด แต่ละครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 3.03   

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน

สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่ในบึงประจำรัง อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนมีระดับถึงบริเวณขอบบึง พบความหลากชนิดของสัตว์หน้าดินทั้งหมด 9 ชนิด ใน 3 ไฟลั่ม 9 ครอบครัว มีความหนาแน่นระหว่าง 330-374 ตัวต่อตารางเมตร ประกอบด้วยสัตว์หน้าดินในไฟลั่ม Annelida จำนวน 1 ชนิด ใน 1 ครอบครัว ไฟลั่ม Arthropoda จำนวน 5 ชนิด ใน 5 ครอบครัว และ ไฟลั่ม Mollusca จำนวน 3 ชนิด ใน 3 ครอบครัว
          

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการศึกษาโดยการใช้แบบสอบถาม พบว่า ชุมชนร้อยละ 50 ทราบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 50 เห็นว่ามีแนวเขตไม่ชัดเจน ปัจจุบันใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ร้อยละ 75 ส่วนใหญ่เพื่อการดำรงชีวิต รองลงมา ด้านการท่องเที่ยว ด้านเศรษฐกิจ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น และเพื่อการศึกษา/การเรียนรู้ โดยคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำเท่ากับ 199.7 ล้านบาท

การใช้ประโยชน์
          การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยในการศึกษาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ใช้หลักการตีค่า (valuation technique) ในการศึกษานี้จะเน้นใช้หลักการตีมูลค่าโดยใช้ราคาตลาด (market oriented approach) หรือการใช้ราคาตลาดเพื่อตีค่าประโยชน์ กล่าวคือราคาในตลาดแข่งขันจะเป็นราคาที่แท้จริงที่สะท้อนถึงความหายากของทรัพยากรทำการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำผลการศึกษาพบว่า
           1) รายได้เฉลี่ยจากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากการใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้จากการศึกษาด้วยแบบสอบถามผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ มูลค่าการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จากการใช้ประโยชน์ของครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 240,000 บาท/ปี
           2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนแก่งกระจาน โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร และการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาพบครัวเรือนร้อยละ 2.90 ที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
           3) มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ทั้งหมดของพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนแก่งกระจาน คิดเป็น 199.6 ล้านบาท

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ปัญหาและการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนเขื่อนแก่งกระจานในช่วงเวลาที่สำรวจในเดือนกรกฎาคม 2558 คือ การท่องเที่ยวและกิจกรรมอื่นๆ ที่ใกล้ริมเขื่อน การท่องเที่ยวมีการนำอาหารไปให้ลิงแสมที่อาศัยอยู่บนเกาะ ซึ่งทำให้พฤติกรรมของลิงแสมเปลี่ยนไปจากธรรมชาติดั้งเดิม เมื่อลิงเห็นเรือนักท่องเที่ยวไปจะว่ายน้ำเข้ามาหาเพื่อรับอาหาร และปัญหาการคุกคามของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานบริเวณรอบๆ พื้นที่เขื่อน