หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ

 

พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงคราม จ.นครพนม สกลนคร หนองคาย และอุดรธานี


ที่ตั้ง : แม่น้ำสงครามตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมอำเภอทุ่งฝน อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดหนองคาย และอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม มีความสูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 50-150 เมตร

 

พิกัดกลาง : ครอบคลุมตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่มุมซ้ายบนที่พิกัด 949050 E 2007410 N และมุมขวาล่างที่พิกัด 1084160 E 1908754 N

 

ขนาดพื้นที่ : 13,001.4 ตารางกิโลเมตร

 

โดยลักษณะทั่วไปของแม่น้ำสงครามเป็นแอ่งน้ำ วังน้ำในแม่น้ำ

 


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการประเมินสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองบึงน้ำจืดของประเทศไทย เพื่ออนุวัตอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ปีงบประมาณ 2556 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

  แม่น้ำสงครามเป็นแม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำสงคราม ซึ่งเป็นลุ่มน้ำที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลุ่มน้ำสงครามเป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่ เป็นสาขาแม่น้ำโขงรองลงมาจากลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี โดยพื้นที่ของลุ่มน้ำสงครามตอนบนส่วนใหญ่เป็นเนินเตี้ย ๆ พื้นที่ราบอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำสงครามและแม่น้ำสาขา มีความกว้างวัดจากแนวลำน้ำประมาณ 1,000 - 3,000 เมตร แม่น้ำสงครามมีความยาวประมาณ 465 กิโลเมตร ไหลจากทิศใต้ไปทางทิศเหนือ แม่น้ำสงครามประกอบด้วยลำน้ำสาขาที่สำคัญคือ น้ำอูม น้ำยาม ห้วยโนด ห้วยชาง ห้วยสามยอด ห้วยคอง ห้วยฮี้ และน้ำเมา ซึ่งแม่น้ำสาขาเหล่านี้จะไหลมาบรรจบกับแม่น้ำสงครามตามจุดต่าง ๆ ทำให้ลำน้ำใหญ่ขึ้น แม่น้ำสงครามเป็นแม่น้ำที่ไหลคดเคี้ยว มีตลิ่งสูงค่อนข้างชัน ในช่วงต้นฤดูฝน ประมาณเดือน มิถุนายน ค่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะสูงขึ้นเร็ว ทำให้มีน้ำไหลย้อนเข้ามาในแม่น้ำสงครามเป็นระยะ ๆ เนื่องจากพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำเป็นที่ราบลุ่ม ในช่วงที่มีฝนตกชุกหรือช่วงที่ระดับน้ำของแม่น้ำโขงขึ้นสูงกว่าระดับน้ำ ของแม่น้ำสงคราม พื้นที่ดังกล่าวจะถูกน้ำท่วมขังเป็นประจำ พื้นที่บริเวณแม่น้ำสงครามมีอุณหภูมิเฉลี่ย 25.8 องศาเซลเซียส ปริมาณฝน 1,548.2 มิลลิเมตร/ปี ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าวและพืชไร่

 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

  ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

          ลุ่มน้ำสงครามเป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำโขง ป่าที่พบในบริเวณลุ่มน้ำนี้ประกอบด้วย ป่าบึงน้ำจืดหรือป่าบุ่ง-ทาม (freshwater swamp forest) ตามที่ลุ่มของลำน้ำ มีน้ำท่วมขังในฤดูน้ำหลาก ตั้งแต่สถานีที่ 1 ปากแม่น้ำ จนถึงสถานีที่ 3 รอยต่อระหว่างอำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร และอำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ นอกจากนั้น ยังพบป่าเต็งรัง (dry dipterocarp forest) และป่าดิบแล้ง (dry dipterocarp forest) บนเขาหินทรายและที่ราบลุ่ม พื้นที่ป่าที่เหลืออยู่มักอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ส่วนพื้นที่ราบมักจะถูกบุกรุกครอบครองเพื่อตั้งชุมชนและเป็นพื้นที่การเกษตร

          ในพื้นที่ศึกษาพบพืชหายาก รวม 7 ชนิด ได้แก่ กระโดนเบี้ย Careya herbacea Roxb. ตะแบกทามหรือเปือยน้ำ Lagerstroemia spireana Gagnep. ไชยวาน Cephalanthus tetrandra (Roxb.) Ridsdale & Bakh.f. อินทวาน้อย Kailarsenia lineata (Craib) Tirveng. สรัสจันทร Burmannia coelestris D.Don กกปากน้ำนครพนม Fimbristylis spicigera Kern และกระถินโคก Xyris emarginata Phonsena & Chantar

           ในบริเวณพื้นที่ที่น้ำท่วมขังพบพรรณไม้น้ำที่ขึ้นในป่าบุ่ง-ทาม ค่อนข้างหลากหลาย เช่น สนุ่น Salix tetrasperma Roxb. ไชยวาน Cephalanthus tetrandra (Roxb.) Ridsdale & Bakh.f. จิกนาBarringtonia acutangula (L.) Gaertn. กระเบาใหญ่ Hydnocarpus anthelminthicus Pierre ex Laness. ชุมแสงXanthophyllum lanceatum (Miq.) J.J.Sm. จอกหูหนู Salvinia cucullata Roxb. ex Bory บอน Colocasia esculenta (L.) Schott ผักกระเฉด Neptunia oleracea Lour. และธูปฤาษี Typha angustifolia L. เป็นต้น

          ส่วนบริเวณชายขอบพื้นที่พบพรรณไม้หลายชนิด เช่น เสียวใหญ่ Phyllanthus angkorensis Beille ไคร้หางนาค P. taxodiifolius Beille พลองเหมือด Memecylon edule Roxb. เสม็ดชุน Syzygium gratum (Wight) S.N.Mitra var. gratum เสม็ดแดง S. cinerreum (Kurz) Chantar. & J.Parn. มะเค็ด Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) Triveng. มะพอก Parinari anamense Hance และมังตาน Schima wallichii (DC.) Korth. เป็นต้น

 

ทรัพยากรสัตว์ป่า

          ชนิดสัตว์ป่าที่มีความสำคัญในการอนุรักษ์โดยมีสถานภาพด้านการอนุรักษ์ในระดับประเทศ ตามการจัด ของสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ(Nabhitabhata & Chan-ard2005; Sanguansombat2005) พบว่า มีสัตว์ป่าที่มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 3 ชนิด คือ เต่านา (Malayemys subtrijuga) เต่าดำ (Siebenrockiella crassicollis) และตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea)

 

ทรัพยากรปลาและสัตว์หน้าดิน

          ทรัพยากรปลา

              แม่น้ำสงครามเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาจำนวน 183 ชนิด ชนิดที่เป็นพันธุ์เฉพาะถิ่น (Endemic) เช่น ปลากระเบนแม่น้ำโขง ปลาตองลาย ปลาหมากผาง ปลาซิวแคระ เป็นต้น ชนิดพันธุ์ที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) เช่น ปลากระเบนแม่น้ำโขง ปลาตองลาย ปลากระโห้ ปลาเอนฝ้าย ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) เช่น ปลาหมากผาง ปลาแมวหูดำ ปลายี่สก ปลานวลจันทร์ ปลาดุกด้าน ปลาจิ้มฟันจระเข้แคระ เป็นต้น ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in the wild) เช่น ปลาสวาย ปลากัดเขียวเป็นต้น

          สัตว์หน้าดิน

               สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำสงคราม พบความหลากชนิดของสัตว์หน้าดินประมาณ 3ไฟลั่ม มากกว่า 15วงศ์ ประกอบด้วยสัตว์หน้าดินในไฟลั่มAnnelida มากกว่า 2วงศ์เช่น วงศ์ Tubificidaeไฟลั่มArthropodaมากกว่า 9 วงศ์ เช่น วงศ์ Chironomidae, Gomphidae, Libellulidae, Baetidae, Corixidae,  Gyrinidae, Ceratopogonidae, HeptageniidaeและPalaemonidaeเป็นต้น และไฟลั่มMollusca มากกว่า 6วงศ์ เช่น วงศ์ Viviparidae,Ampullariidae, Bithyniidae, Corbiculidae,Thiaridae และ Planorbidae เป็นต้น
          
คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

เป็นแหล่งอาหารและอาชีพของชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณลำน้ำ มีการทำการประมงตลอดลำน้ำ ซึ่งลักษณะ การจับปลาจะเป็นแบบเพื่อยังชีพมากกว่าเพื่อการค้า ใช้เป็นสถานที่แข่งเรือพายในประเพณีแข่งเรือและใช้เป็น เส้นทางคมนาคมระหว่างชุมชนที่อยู่ริมน้ำในระยะทางใกล้ๆ กัน

 

การจัดการและการคุกคาม  
 

  การบุกรุกทำลายป่าในเขตต้นน้ำและที่สาธารณะเพื่อทำการเกษตร โดยเฉพาะมันสำปะหลัง อ้อย และปอ เป็นต้น ทำให้เกิดอัตราการพังทลายของดินบริเวณต้นน้ำลำธารสูง ส่งผลให้ลำน้ำตื้นเขิน ประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ ลดลง ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ จึงมีแนวทางในการจัดการโดยการจัดทำโครงการฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ ด้วยการ ปลูกต้นไม้ จัดทำศูนย์เพาะชำกล้าไม้ ส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่ปลูกไม้ผลและทำปศุสัตว์แทนการปลูกพืชไร่ บริเวณต้นน้ำ จัดทำหลักเขตพื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่สาธารณะ นอกจากนี้ยังต้องมีการหาแนวทางป้องกัน ปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์ในเขตจังหวัดสกลนคร ปัจจุบันถูกคุกคามด้วยการทำการประมงจับสัตว์น้ำเกินขนาด ในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะมีโครงสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ระบบนิเวศของลุ่มน้ำเปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

รายละเอียดเพิ่มเติม >>>>