หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ

 

พื้นที่ชุ่มน้ำที่ราบลุ่มน้ำยม  จ.พิษณุโลก และสุโขทัย


ที่ตั้ง : ที่ราบลุ่มน้ำยม ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำยมตอนล่างตั้งแต่ใต้ตัวเมืองสุโขทัย ครอบคลุมถึงเขตอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ระดับความสูงจากน้ำทะเล ประมาณ 38-53 เมตรโดยลุ่มน้ำยมมีพื้นที่ทั้งสิ้น 23,618 ตารางกิโลเมตร มีความยาวตลอดลำน้ำประมาณ 735 กิโลเมตร

 

พิกัดกลาง : ครอบคลุมตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่มุมซ้ายบนที่พิกัด 575000 E 1882280 N และมุมขวาล่างที่พิกัด 610984 E 1848370 N

 

ขนาดพื้นที่ : 496 ตารางกิโลเมตร (310,000 ไร่)

 

   ที่ราบลุ่มน้ำยมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ (ที่ราบน้ำท่วมถึง หนองน้ำมีน้ำตลอดปี และมีน้ำบางฤดู)

 

 


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการประเมินสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองบึงน้ำจืดของประเทศไทย เพื่ออนุวัตอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ปีงบประมาณ 2556 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

 ที่ราบลุ่มน้ำยม เป็นที่ราบผืนใหญ่สองฝั่งแม่น้ำยมจากจังหวัดสุโขทัยถึงพิษณุโลก ทางด้านตะวันตกจรดเนินเขาเตี้ยๆ ด้านตะวันออกจรดแม่น้ำน่านลุ่มน้ำยม  มีลักษณะของลุ่มน้ำวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ประกอบด้วยลุ่มน้ำสาขา 11 ลุ่มน้ำมีแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายหลักที่มีต้นกำเนิดจากดอยขุนยวมในทิวเขาผีปันน้ำ ไหลผ่านในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีลำน้ำสาขาที่สำคัญได้แก่ 1) ลำน้ำงาว ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำยมในเขตจังหวัดแพร่ 2) น้ำแม่สอง บรรจบกับแม่น้ำยมที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ 3) แม่น้ำรำพัน บรรจบกับแม่น้ำยมที่อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย 4) แม่น้ำพิจิตร บรรจบกับแม่น้ำยมที่บ้านบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ลุ่มน้ำยมมีอุณหภูมิเฉลี่ย 21.7 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนเฉลี่ย 1,159.2 มิลลิเมตร/ปี และมีปริมาณน้ำท่า 3,656.6 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์จำนวน 13,742.77 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 58.19 ของพื้นที่ทั้งลุ่มน้ำ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าร้อยละ 3.71 พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติร้อยละ 5.15 และพื้นที่ป่าไม้เพื่อการอนุรักษ์ร้อยละ 91.14

 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

  ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

         ลุ่มน้ำยมเป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำเจ้าพระยา บริเวณริมแม่น้ำเคยเป็นป่าบึงน้ำจืดหรือป่าบุ่ง-ทาม (freshwater swamp forest) มาก่อน มีน้ำท่วมขังในฤดูน้ำหลาก แต่ถูกบุกรุกเพื่อเป็นที่ตั้งของชุมชนและทำการเกษตรกรรม เช่น ทำนาและสวนผลไม้ จนไม่เหลือสภาพป่า พบเพียงหย่อมป่าขนาดเล็กตามวัดหรือที่สาธารณประโยชน์ พบพืชหายากจำนวน 2 ชนิด คือ แครกฟ้า Heterophragma sulfureum Kurz และกระเชา Holoptelea integrifolia Planch.

          ในบริเวณพื้นที่ที่น้ำท่วมขังพบพรรณไม้น้ำ เช่น จิกนาBarringtonia acutangula (L.) Gaertn. สนุ่น Salix tetrasperma Roxb. ชุมแสงXanthophyllum lanceatum (Miq.) J.J.Sm. บัวหลวง Nelumbo nucifera Gaertn. ผักบุ้ง Ipomoea aquatica Forssk. ผักแพงพวย Ludwigia adscendens (L.) H.Hara. ผักตบชวา Eichhornia crassipes (C.Mart.) Solms จอกหูหนู Salvinia cucullata Roxb. ex Bory บอน Colocasia esculenta (L.) Schott ผักกระเฉด Neptunia oleracea Lour. และธูปฤาษี Typha angustifolia L. เป็นต้น
ส่วนบริเวณชายขอบพื้นที่พบพรรณไม้หลายชนิด เช่น สะแกนา Combretum quadrangulare Kurz กุ่มน้ำ Crateva magna (Lour.) DC. กระทุ่ม Anthocephalus chinensis (Lam.) A.Rich. ex Walp. กระทุ่มนา Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil. คาง Albizia lebbeckoides (DC.) Benth. และตะเคียนทอง Hopea odorata Roxb. เป็นต้น

 

ทรัพยากรสัตว์ป่า

          พื้นที่ส่วนใหญ่ของลุ่มน้ำยมเป็นพื้นที่ป่า บริเวณที่ราบลุ่มน้ำน้ำยมตอนล่างมีหนองน้ำที่สำคัญหลายแห่ง เป็นที่อยู่อาศัยของนกจำนวน 58 ชนิด เป็นนกน้ำ นกชายเลนอย่างน้อย 32 ชนิด เป็นนกประจำถิ่น 31 ชนิด เช่น นกเป็ดผีเล็ก นกกาน้ำเล็ก นกกระสาแดง เป็นต้น พบนกอพยพ 20 ชนิด เช่น นกกระสานวล นกยางกรองพันธุ์จีน เป็นต้น นกอพยพและนกประจำถิ่น 7 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามของโลก (globally threatened) เช่น เป็ดดำหัวดำ นกอินทรีปีกลาย เป็นต้น ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered)ของประเทศไทย เช่น นกกระสาแดง นกกระสานวล นกอินทรีปีกลาย เป็นต้น ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) เช่น เป็ดดำหัวดำ นกกระจาบอกลาย เป็นต้น ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม เช่น เป็ดเปียหน้าเขียว เป็ดคับแค นกอีลุ้ม เป็นต้น นกที่พบเป็นจำนวนมาก เช่น นกยางกรอกพันธุ์จีน เป็ดแดง นกนางแอ่นบ้าน นกแซงแซวหางปลา เป็นต้น

 

ทรัพยากรปลาและสัตว์หน้าดิน

          ทรัพยากรปลา

              สถานภาพของปลาที่พบในบริเวณลุ่มน้ำยม เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพโดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 พบปลาที่กำหนดไว้โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ในสถานภาพ Endangered จำนวน 1 ชนิด คือ ปลากระเบนน้ำจืดขาว (Himantura signifer) และเมื่อพิจารณาตามภาวะการณ์ถูกคุกคามในประเทศไทยตาม สถานภาพเพื่อการอนุรักษ์ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบปลาอยู่ ในสภาพใกล้สูญพันธุ์ (Endangered, EN) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาปีกไก่หนวดยาว(Kryptopterus limpok) สถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable, VU) จำนวน 4ชนิด คือ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) ปลาบู่สมิธ (Phenacostethus smithi)และปลากระเบนน้ำจืดขาว (Himantura signifer) สถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened, NT) จำนวน 3 ชนิด คือ ปลาสวาย (Pangasius hypophthalmus) ปลาเทโพ (Pangasius larnaudi) และปลาช่อนงูเห่า (Channa marulius) สถานภาพมีข้อมูลไม่เพียงพอ (Data Deficient, DD) จำนวน 2ชนิด คือ ปลาซิวเจ้าฟ้า (Amblypharyngodon chulabhornae) และปลาไส้ตัน (Cyclocheilichthys lagleri) สถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) จำนวน1 ชนิด คือ ปลาสวาย (Pangasius hypophthalmus) และสถานภาพชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น (Endemic) จำนวน 6 ชนิด คือ ปลาค้อ (Noemacheilus atriceps) ปลาค้อ (Noemacheilus breviceps) ปลาค้อ (Noemacheilus dubia) ปลาค้อ (Noemacheilus schultzi) ปลาค้อ (Noemacheilus spilotus) และปลาค้อ (Noemacheilus waltoni)

          สัตว์หน้าดิน

               จากการศึกษาสัตว์หน้าดินที่ทำการสำรวจและรวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิในกลุ่มกุ้ง ปู และหอยในลุ่มน้ำยม พบทั้งหมด 52 ชนิด ประกอบด้วย หอยฝาเดียว 2 อันดับ 4 วงศ์ 8 สกุล 11 ชนิด หอยสองฝา 4 อันดับ 4 วงศ์ 10 สกุล 26 ชนิด กุ้ง 1 อันดับ 2 วงศ์ 3 สกุล 12 ชนิด และปู 1 อันดับ 1 วงศ์ 3 สกุล 3 ชนิด (จุฑามาศและคณะ, 2551)
               สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำยม พบความหลากชนิดของสัตว์หน้าดินประมาณ 3ไฟลั่ม มากกว่า 12 วงศ์ ประกอบด้วยสัตว์หน้าดินในไฟลั่มAnnelida มากกว่า 1 วงศ์เช่น วงศ์ Tubificidae ไฟลั่มArthropoda มากกว่า 7 วงศ์ เช่น วงศ์ Chironomidae, Gomphidae, Libellulidae, Baetidae, Corixidae, Ceratopogonidae, และPalaemonidae เป็นต้น และไฟลั่มMollusca มากกว่า 4วงศ์ เช่น วงศ์ Viviparidae, Ampullariidae, Corbiculidae และPlanorbidae เป็นต้น

 

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

พื้นที่รับน้ำมาจากแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน หนองน้ำและบึงเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และการเกษตรในฤดูแล้ง ที่ราบลุ่มน้ำยมเป็นแห่งผลิตข้าวที่สำคัญแหล่งหนึ่งของประเทศ การทำการประมง และการเลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด เป็นต้น นอกจากนี้เป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชุมชน วิถีการดำรงชีวิตผูกพันกับน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ หลายแห่งเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมตามประเพณี

 

การจัดการและการคุกคาม  
 

 สภาพหนอง บึง ส่วนใหญ่ตื้นเขินและมีการบุกรุกยึดครองและใช้ประโยชน์ในพื้นที่หนองบึง บึงธรรมชาติต่างๆ โครงการพัฒนา เช่น การตัดถนน การสร้างคลองชลประทาน การบูรณะที่ไม่มีแผนชัดเจนทำให้มีผลกระทบ ต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก การแพร่ระบาดของไมยราบยักษ์ และการระบาดของหอยเชอรี่ในหลายพื้นที่ นอกจากนี้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ชุ่มน้ำ บึง หนองต่างๆ เพื่อใช้ในการเกษตร และกิจกรรมอย่างอื่นๆ ทั้งพื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นของเอกชน และพื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติที่ถูกบุกรุก มีการจัดระบบชลประทานเข้าไปในบางพื้นที่ หนองน้ำ บึงหลายแห่งได้รับการขุดลอก พื้นที่ชุ่มน้ำจำนวนมากถูกนำไปใช้ในการสร้างสถานที่ราชการ

 

 

 

 

รายละเอียดเพิ่มเติม >>>>