หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ

 

พื้นที่ชุ่มน้ำที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง


ที่ตั้ง : ที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างตั้งอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 16 จังหวัด คือ จังหวัดกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ นครปฐม นครนายก สระบุรี ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 0-20 เมตร

 

พิกัดกลาง : ครอบคลุมตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่มุมซ้ายบนที่พิกัด 521026E 1745947N และมุมขวาล่างที่พิกัด 828198E  1456908N

 

ขนาดพื้นที่ : 19,000 ตารางกิโลเมตร

 

โดยลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง หนองบึง ที่ลุ่มน้ำขัง เป็นต้น

 


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการประเมินสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองบึงน้ำจืดของประเทศไทย เพื่ออนุวัตอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ปีงบประมาณ 2556 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

 ที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง มีสภาพเป็นที่ราบลุ่มขนาดใหญ่มีแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีจุดกำเนิดอยู่ที่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ไหลจากทิศเหนือลงสู่อ่าวไทย ผ่านที่ราบ ภาคกลาง สภาพลุ่มน้ำทางฝั่งตะวันออกในเขตจังหวัดนครสวรรค์และลพบุรีเป็นที่ราบสูงมีเนินเขาเตี้ย ๆ เป็นสันปันน้ำ กั้นระหว่างลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสัก ส่วนทางตอนล่างลงมาซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดสระบุรีและฉะเชิงเทรา จะเป็นที่ราบลาดเขาลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นที่ราบชายฝั่งทะเลในเขตจังหวัดสมุทรปราการ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตอนล่างมีสภาพเป็นที่ราบลุ่มขนาดใหญ่ มีบึงขนาดเล็กและหนองน้ำกระจายทั่วไป พื้นที่นี้อยู่ในเขตอิทธิพล ของลมมรสุมเขตร้อน ได้รับน้ำและตะกอนจากแม่น้ำสายหลัก 4 สาย คือ แม่น้ำแม่กลอง ท่าจีน เจ้าพระยา และบางประกงโดยแม่น้ำเจ้าพระยาถือว่าเป็นแม่น้ำสายหลักที่สำคัญของที่ราบลุ่มภาคกลาง ประกอบด้วยลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำน้อยแม่น้ำสุพรรณบุรี และคลองบางแก้ว ที่ราบลุ่มน้ำภาคกลางตอนล่าง มีอุณหภูมิเฉลี่ย 28.1 องศาเซลเซียส ปริมาณฝน 1,083.8 มิลลิเมตร/ปี ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี 1,731.8 ล้านลูกบาศก์เมตร ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าวและพืชไร่

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

  ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

         พื้นที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างมีพื้นที่ป่าไม้ ร้อยละ 3.18 ของพื้นที่ลุ่มน้ำทั้งหมด มีป่าธรรมชาติที่สำคัญ คือ ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง นอกจากนี้ยังมีชนิดป่าไม้ที่มีเฉพาะถิ่น เช่น ป่าชายเลน และป่าไผ่ที่ขึ้นเป็นหย่อมขนาดเล็กในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

          พบพืชหายาก 3 ชนิด ได้แก่ จิกทะเล Barringtonia asiatica (L.) Kurz และสะตือ Crudia chrysantha (Pierre) K.Schum.

บริเวณที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ

           ในบริเวณพื้นที่ที่น้ำท่วมขังพบพรรณไม้น้ำค่อนข้างหลากหลาย เช่น สนุ่น Salix tetrasperma Roxb. คางทุ่ง Albizia retusa Benth. จิกนาBarringtonia acutangula (L.) Gaertn. ทองหลางน้ำ Erythrina fusca Lour. ชุมแสงXanthophyllum lanceatum (Miq.) J.J.Sm. มะกอกน้ำ Elaeocarpus hygrophilus Kurz สะตือ Crudia chrysantha (Pierre) K.Schum. โมกบ้าน Wrightia religiosa Benth. ex Kuez คดสัง Combretum trifoliatum Vent. ผักตบชวา Eichhornia crassipes (C.Mart.) Solms จอก Pistia stratiotes L. จอกหูหนู Salvinia cucullata Roxb. ex Bory บอน Colocasia esculenta (L.) Schott ผักกระเฉด Neptunia oleracea Lour. ผักบุ้ง Ipomoea aquatica Forssk. หญ้าแขม Phragmites vallatoria (Pluk. ex L.) Veldkamp ธูปฤาษี Typha angustifolia L. และไมยราบยักษ์ Mimosa pigra L. เป็นต้น

          ส่วนบริเวณชายขอบพื้นที่พบพรรณไม้หลายชนิด เช่น สะแกนา Combretum quadrangulare Kurz กระทุ่ม Anthocephalus chinensis (Lam.) A.Rich. ex Walp. กระทุ่มนา Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil. ก้านเหลือง Nauclea orientalis (L.) L. คาง Albizia lebbeckoides (DC.) Benth. ยางนา Dipterocarpus alatus Roxb. ex G.Don และตะเคียนทอง Hopea odorata Roxb. เป็นต้น

บริเวณปากแม่น้ำ

           ในบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง ปากแม่น้ำเจ้าพระยา และปากแม่น้ำท่าจีน มีป่าชายเลนกระจายเป็นหย่อม ๆ ในบริเวณที่น้ำทะเลท่วมถึงมีพรรณไม้ป่าชายเลนขึ้นหลายชนิด เช่น ลำพู Sonneratia caseolaris (L.) Engl. โกงกางใบเล็ก Rhizophora apiculata Blume โกงกางใบใหญ่ R. mucronata Poir. แสมขาว Avicennia alba Blume แสมดำ A. officinalis L. ปอทะเล Hibiscus tiliaceus L. โพทะเล Thespesia populnea (L.) Soland. ex Corrêa สมอทะเล Shirakiopsis indica (Willd.) Esser ตะบูนดำ Xylocarpus moluccensis (Lam.) M.Roem. และจาก Nypa fruticans Wurmb. เป็นต้น

ทรัพยากรสัตว์ป่า

          โดยภาพรวมที่ราบลุ่มขนาดใหญ่เป็นแหล่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย สร้างรัง วางไข่ ขยายพันธุ์ของนกนานาชนิดและจำนวนมาก นกที่พบเห็นมีทั้งนกประจำถิ่น และนกอพยพย้ายถิ่น และเป็นที่อยู่อาศัยของนกที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามของโลก (globally threatened) เช่น นกตะกราม นกตะกรุม นกกระทุง เป็ดดำหัวดำ เป็นต้น ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) เช่น นกตะกราม นกตะกรุม นกกระทุง นกอ้ายงั่ว เป็นต้น ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ เช่น นกกระสานวล นกกระสาแดง นกกาบบัว เหยี่ยวดำ เป็นต้น ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) เช่น เป็ดหน้าเหลืองหรือเป็ดไบคาล นกกาน้ำปากยาว นกกระแตหาด เป็นต้น ปัจจุบันชนิดที่สูญพันธุ์ในธรรมชาติ คือ นกกระเรียนสายพันธุ์ไทย เนื่องจากถูกล่าถิ่นที่อยู่อาศัยและแหล่งสร้างรังถูกทำลาย

          สัตว์ป่าที่ได้รับการจัดสถานภาพตามการจัดของสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ (Nabhitabhata & Chan-ard2005) และ IUCN อย่างน้อย 10 ชนิด ได้แก่ โลมาอิรวดี (Orcaella brevirostris) ค้างคาวแม่ไก่ภาคกลาง (Pteropus lylei) เต่านา (Malayemys macrocephala) ตะพาบน้ำ (Amyda macrocehala) นกชายเลนปากช้อน (Eurynorhynchus  pygmeus) นกกาน้ำใหญ่ (Phalacrocorax carbo) นกอ้ายงั่ว (Anhinga melanogaster) นกกระทุง (Pelecanus philippensis) นกกระสาแดง (Ardea purpurea) และนกกาบบัว (Mycteria leucocephala) เป็นต้น

 

ทรัพยากรปลาและสัตว์หน้าดิน

          ทรัพยากรปลา

     1. แม่น้ำท่าจีน

          ลักษณะทั่วไปของแหล่งน้ำในแม่น้ำท่าจีน ลำน้ำจะคดเคี้ยว กว้าง ตลิ่งสูงและชัน ระดับน้ำลึกกว่า 5 เมตร มีสภาพพื้นท้องน้ำเป็นโคลน สองฝั่งลำน้ำส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ ตอนบนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ตอนกลางมีทั้ง พื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนหนาแน่น และตอนปลายของลำน้ำเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ชุมชนและอุตสาหกรรม รวมทั้งป่าชายเลน มีลำน้ำขนาดเล็กหลายสายไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน บางลำน้ำรับน้ำทิ้งชุมชนที่หนาแน่น และมีประตูระบายน้ำ บริเวณตลิ่งส่วนใหญ่มีพืชชายน้ำและหญ้าปกคลุมค่อนข้างหนาแน่น และมีพืชลอยน้ำ ปกคลุมผิวน้ำหนาแน่น ได้แก่ ผักตบชวา และผักบุ้ง เป็นต้น ในฤดูน้ำหลาก น้ำเอ่อท่วมบริเวณสองฝั่งลำน้ำเข้าสู่ พื้นที่เกษตรกรรมเป็นบริเวณกว้าง ดังนั้นบริเวณเหล่านี้จึงเป็น แหล่งอพยพของปลาหลากหลายชนิด เพื่อหาอาหาร เพาะพันธุ์วางไข่และอนุบาลวัยอ่อนของปลา ที่สำคัญในลุ่มน้ำท่าจีน ส่วนในฤดูแล้ง ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนลดระดับลง น้ำในลำน้ำขนาดเล็ก ก็ลดระดับลงด้วย ทำให้ปลาในลำน้ำย่อยอพยพลงมาอยู่บริเวณแม่น้ำท่าจีนเป็นจำนวนมาก และบริเวณแม่น้ำท่าจีนตอนล่างถึงปากแม่น้ำส่วนใหญ่เป็นป่าชายเลน ชุมชนหนาแน่น และอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ได้ปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำท่าจีนโดยตรงอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เพิ่มธาตุอาหารในแหล่งน้ำบริเวณนี้มาก จนส่งผลให้แหล่งน้ำเสื่อมโทรมได้

          พบปลาทั้งหมด 25 วงศ์ 69 ชนิด ประกอบด้วยปลาน้ำจืดจำนวน 65 ชนิด และปลาน้ำกร่อย 4 ชนิด โดยพบมากที่สุดในวงศ์ Cyprinidae จำนวน 23 ชนิด ปลาที่พบมีการแพร่กระจายทุกสถานีสำรวจ ได้แก่ ปลาสลาด ปลาตะเพียนขาว ปลาช่อน ปลาดุกอุย และปลากดเหลือง เป็นต้น ปลาที่พบส่วนใหญ่ จะอาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำท่าจีนตอนกลางในจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่ใต้เขื่อนโพธิ์พระยาลงมา พบปลามากที่สุด 63 ชนิด เป็นปลาน้ำจืด 62 ชนิด และปลาน้ำกร่อย 1 ชนิด คือ ปลาแขยงอีด (Mystus planiceps) ในขณะที่แม่น้ำท่าจีนตอนล่างพบปลาเพียง 10 ชนิด ประกอบด้วยปลาน้ำจืด 6 ชนิด และปลาน้ำกร่อย 4 ชนิด คือ ปลาแขยงอีด (Mystus planiceps) ปลากะพงขาว (Lates calcarifer) ปลาดุกทะเล (Plotosus anguilaris) และปลากระบอก (Luza parsia) บริเวณตอนล่างพบ

          เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพโดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 พบชนิดปลาที่กำหนดไว้โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ในสถานภาพ Near Threatened จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาม้า (Boesemania microlepis) สถานภาพ Least Concern จำนวน 1 ชนิด คือปลาเทโพ (Pangasius larnaudi) สถานภาพ Data Deficient จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาเค้าดำ (Wallago miostoma) และเมื่อพิจารณาตามภาวะการณ์ถูกคุกคามในประเทศไทยตามสถานภาพเพื่อการอนุรักษ์ ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบปลาอยู่ใน สถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable, VU) จำนวน 3 ชนิด คือ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) ปลาเค้าดำ (Wallago miostoma) สถานภาพใกล้ถูกคุกคามคุกคาม (Near Threatened, NT) จำนวน 2 ชนิด คือ ปลาสวาย (Pangasius hypophthalmus) และปลาเทโพ (Pangasius larnaudi) และสถานภาพถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัย ตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาสวาย (Pangasius hypophthalmus)

     2. แม่น้ำเจ้าพระยา

          ลักษณะทั่วไปของแหล่งน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลำน้ำกว้าง ตลิ่งสูงและชัน ระดับน้ำลึกกว่า 7 เมตร มีสภาพพื้นท้องน้ำเป็นโคลน สองฝั่งลำน้ำส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ ตอนบนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ตอนกลางมีทั้งพื้นที่เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และชุมชนหนาแน่น และตอนปลายของลำน้ำเป็น พื้นที่ชุมชนหนาแน่นและ อุตสาหกรรม รวมทั้งปากแม่น้ำมีป่าชายเลน มีลำน้ำขนาดเล็กหลายสาย ไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน บางลำน้ำรับน้ำทิ้งชุมชนที่หนาแน่นและมีประตูระบายน้ำ บริเวณตลิ่งส่วนใหญ่ มีพืชชายน้ำและหญ้าปกคลุมค่อนข้างหนาแน่น และมีพืชลอยน้ำปกคลุมผิวน้ำหนาแน่น ได้แก่ ผักตบชวา หญ้าขน และผักบุ้ง เป็นต้น ในฤดูน้ำหลาก น้ำเอ่อท่วมบริเวณสองฝั่งลำน้ำเข้าสู่ พื้นที่เกษตรกรรมเป็นบริเวณกว้าง ดังนั้นบริเวณเหล่านี้จึงเป็นแหล่งอพยพของปลาหลากหลายชนิด เพื่อหาอาหาร เพาะพันธุ์วางไข่และอนุบาลวัยอ่อนของปลาที่สำคัญในลุ่มน้ำเจ้าพระยา แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างถึงปากแม่น้ำส่วนใหญ่เป็นชุมชนหนาแน่นและอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ได้ปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรงอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เพิ่มธาตุอาหารในแหล่งน้ำ บริเวณนี้มากจนส่งผลให้แหล่งน้ำเสื่อมโทรมได้

          พบปลา 45 วงศ์ 205 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นปลาในวงศ์ Cyprinidae ต่อมา Suvatti (1950) ได้รายงานชื่อสัตว์น้ำของไทยโดยได้เขียนชื่อปลาที่พบ 51 วงศ์ 158 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นปลาในวงศ์ Cyprinidae  ต่อมา Suvatti (1981) พบปลาจำนวน 53 วงศ์ 177 ชนิด Taki (1978) พบปลา 38 วงศ์ 193 ชนิด Kottelat (1989) ได้รายงานปลารวมในแม่น้ำเจ้าพระยา 363 ชนิด และ Vidthayanon และคณะ (1997) พบปลาในลุ่มน้ำต่างๆ ของประเทศไทย สำหรับในลุ่มแมน้ำเจ้าพระยาซึ่งรวมแมน้ำปิง วัง ยม น่าน ตลอดจนแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลมาบรรจบ เช่น แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำบางปะกง และบางส่วนที่แยกแขนงออกไปเป็นแม่น้ำท่าจีนจำนวน 46 วงศ์ 326 ชนิด จากการสำรวจภาวการณ์ประมงในแม่น้ำเจ้าพระยา ในปี พ.ศ. 2524 พบว่ามีทรัพยากรปลาถูกจับด้วยเครื่องมือประมงพื้นบ้านจำนวน 66 ชนิด และปลาที่จับได้ส่วนใหญ่เป็นปลาในวงศ์ Cyprinidae (ถวัลย์ และคณะ, 2525) ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2533 มีการสำรวจทรัพยากรปลาในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทนนทบุรี ถึงปากแม่น้ำ จังหวัดสมุทรปราการ พบจำนวน 36 ชนิด (สันทนาและคณะ, 2536)

         ทรัพยากรปลาที่ทำการสำรวจและรวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิในแม่น้ำยมจำนวน 34 วงศ์ 131 ชนิด ประกอบด้วยวงศ์ Ambassidae, Anabantidae, Ariidae, Bagridae, Belonidae, Belontiidae, Channidae, Cichlidae, Clariidae, Clupeidae, Cobitidae, Cynoglossidae, Cyprinidae, Dasyatidae, Eleotridae, Engraulidae, Gyrinocheilidae, Hemirhamphidae, Loricariidae, Mastacembelidae, Nandidae, Notopteridae, Osphronemidae, Pangasiidae, Polynemidae, Schilbeidae, Sciaenidae, Siluridae, Sisoridae, Soleidae, Synbranchidae, Syngnathidae, Tetraodontidae และ Toxotidae พบชนิดปลามากที่สุดในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) จำนวน 48 ชนิด รองลงมาในวงศ์ปลากด-แขยง (Bagridae) และวงส์ปลาเนื้ออ่อน (Siluridae) พบจำนวน 12 และ 8 ชนิด ตามลำดับ

         เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพโดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 พบชนิดปลาที่กำหนดไว้โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ในสถานภาพ Critically Endangered จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาทรงเครื่อง (Epalzeorhynchos bicolor) สถานภาพ Endangered จำนวน 2 ชนิด คือ ปลากระเบนน้ำจืดยักษ์ (Himanturachaophraya) และปลากระเบนน้ำจืดขาว (Himantura signifer) สถานภาพ Least Concern จำนวน 2 ชนิด คือ ปลาหางไก่ (Coilia lindmani) และปลาแมว (Lycothrissa crocodilus) และเมื่อพิจารณาตามภาวะการณ์ถูกคุกคามในประเทศไทย ตามสถานภาพ เพื่อการอนุรักษ์ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบปลาอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered, CR) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาทรงเครื่อง (Epalzeorhynchos bicolor) สถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (Endangered, EN) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลากระเบนน้ำจืดยักษ์ (Himantura chaophraya) อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable, VU) จำนวน 6 ชนิด คือ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) ปลาหางไก่ (Coilia lindmani) ปลาแมว (Lycothrissa crocodilus) ปลากระเบนน้ำจืดขาว (Himantura signifer) ปลาเค้าดำ (Wallago leeri) อยู่ในสถานภาพใกล้ถูก คุกคาม (Near Threatened, NT) จำนวน 2 ชนิด คือ ปลาสวาย (Pangasius hypophthalmus) และปลาเทโพ (Pangasius larnaudi) อยู่ในสถานภาพมีข้อมูลไม่เพียงพอ (Data Deficient, DD) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาซิวเจ้าฟ้า (Amblypharyngodon chulabhornae) อยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม ในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ, TI) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาสวาย (Pangasius hypophthalmus)

     3. แม่น้ำบางปะกง

            ลักษณะทั่วไปของแหล่งน้ำในลุ่มน้ำบางปะกง ลำน้ำจะคดเคี้ยว ตลิ่งสูงและชัน มีสภาพพื้นท้องน้ำเป็นปนโคลน ลำน้ำบริเวณนี้ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ชุมชน และอุตสาหกรรม สภาพสองฝั่งลำน้ำส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มสำหรับเกษตรกรรม ได้แก่ ทำนาและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นต้น มีลำน้ำขนาดเล็กไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกงหลายสายซึ่งผ่านพื้นที่เกษตรกรรม ในฤดูน้ำหลาก ทำให้น้ำท่วมหลากไปยังบริเวณสองฝั่งลำน้ำเหล่านี้เป็นบริเวณกว้าง จึงเป็นแหล่งอพยพของปลา หลายชนิด เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์วางไข่ และแหล่งอาหารของปลาหลายชนิด แม่น้ำบางปะกงตอนล่างถึงปากแม่น้ำส่วนใหญ่เป็นชุมชนหนาแน่นและอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ได้ปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำบางปะกงโดยตรงอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เพิ่มธาตุอาหารในแหล่งน้ำ บริเวณนี้มากจนส่งผลให้แหล่งน้ำเสื่อมโทรมได้

          ทรัพยากรปลาที่ทำการสำรวจและรวบรวมจากข้อมูลทุติยภูมิ (อภิชาติและอภิรดี, 2551) ในลุ่มน้ำบางปะกงจำนวน 44 วงศ์ 146 ชนิด ประกอบด้วยวงศ์ Ambassidae, Amblycipitidae, Anabantidae, Aplocheilidae, Ariidae, Bagridae, Balitoridae, Batrachoididae, Belonidae, Belontiidae, Centropomidae, Channidae, Chaudhuriidae, Cichlidae, Clariidae, Clupeidae, Cobitidae, Coiidae, Cynoglossidae, Cyprinidae, Eleotridae, Engraulidae, Gobiidae, Hemirhamphidae, Leiognathidae, Mastacembelidae, Mugilidae, Nandidae, Notopteridae,  Phallosteidae, Polynemidae, Scatophagidae, Schilbeidae, Sciaenidae, Sillaginidae, Siluridae, Sisoridae, Soleidae, Sphyreanidae, Sundasalangidae, Synbranchidae, Syngnathidae, Tetraodontidae และ Toxotidae พบชนิดปลามากที่สุดในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) จำนวน 40 ชนิด รองลงมาในวงศ์ปลาบู่ (Gobiidae) และวงศ์ปลากด-แขยง (Bagridae) พบจำนวน 13 และ 9 ชนิด ตามลำดับ

          เมื่อพิจารณาตามการจัดสถานภาพโดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ค.ศ. 2008 พบชนิดปลาที่กำหนดไว้โดยสมาพันธ์อนุรักษ์โลก (IUCN) ในสถานภาพ Critically Endangered จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาเกด (Ceratoglanis pachynema) สถานภาพ Least Concern จำนวน 4 ชนิด คือ ปลาหางไก่ (Coilia lindmani) ปลากะทิ (Cyclocheilichthys heteronema) ปลาบู่ใส (Phenacostethus smithi) และปลาก้างพระร่วง (Kryptopterus bicirrhis) และสถานภาพ Data Deficient จำนวน 1 ชนิด คือ ปลาค้อเกาะช้าง (Schistura kohchangensis) และเมื่อพิจารณาตาม ภาวะการณ์ถูกคุกคามในประเทศไทยตามสถานภาพเพื่อการอนุรักษ์ของ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 พบปลาอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered: CR) คือ ปลาเกด (Ceratoglanis pachynema) สถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable, VU) จำนวน 7 ชนิด คือ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) ปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus) ปลาหางไก่ (Coilia lindmani) ปลากะทิ (Cyclocheilichthys heteronema) ปลาบู่ใส (Phenacostethus smithi) ปลาก้างพระร่วง (Kryptopterus bicirrhis) และปลาค้อเกาะช้าง (Schistura kohchangensis) อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened, NT) จำนวน 1 ชนิด คือ ปลากัดไทย (Betta splendens) และสถานภาพมีข้อมูลไม่เพียงพอ (Data Deficient, DD) จำนวน 2 ชนิด คือ ปลาซิวเจ้าฟ้า (Amblypharyngodon chulabhornae) และ ปลาหนวดพราหมณ์ (Polynemus multifilis)

          สัตว์หน้าดิน

               1. แม่น้ำท่าจีน


           จากการสำรวจสัตว์หน้าดินในแม่น้ำท่าจีน ปี พ.ศ. 2523 พบจำนวน 10 กลุ่ม ได้แก่ ไส้เดือนทะเล (Polycheates) หอยสองฝา (Pelecypods) หอยฝาเดียว (Gastropods) ไส้เดือนตัวกลม (Oligochaete) หนอนสายพาน (Nemartean) หนอนตัวแบน (Plathyhelminthes) หนอนตัวกลม (Nematods) กุ้งและปู (Crustacean) ปลา และ Echiuran และพบในปริมาณอยู่ในช่วง 7 - 306 ตัวต่อตารางเมตร หรือ เฉลี่ย 60 ตัวต่อตารางเมตร (จุมพล, 2525) และวีระศักดิ์ (2543) ศึกษาความชุกชุมและการแพร่กระจายของสัตว์หน้าดินในแม่น้ำท่าจีนพบ 4 ไฟลั่ม 56 วงศ์ 68 สกุล (genus) การศึกษาไส้เดือนตัวกลมทะเลบริเวณปากแม่น้ำท่าจีน ในปี พ.ศ. 2551 ประกอบด้วยไส้เดือนตัวกลมทะเล 50 สกุล พบบริเวณป่าชายเลน และบริเวณหาดเลนพบ ไส้เดือนตัวกลม 32 สกุล โดยพบชนิดเด่นๆ คือ Terschellingia sp., Haliplectus sp., Sabatieria sp., และ Anoplostoma sp. (สุชาติและคณะ, 2553)

          จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลสัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำท่าจีน พบความหลากชนิดของสัตว์หน้าดินประมาณ 3 ไฟลั่ม มากกว่า 18 วงศ์ ประกอบด้วยสัตว์หน้าดินในไฟลั่ม Annelida มากกว่า 4 วงศ์ เช่น วงศ์ Tubificidae, Nereidae, Euricide และ Glyceridae เป็นต้น ไฟลั่ม Arthropoda มากกว่า 8 วงศ์ เช่น วงศ์ Chironomidae, Gomphidae,  Libellulidae, Baetidae, Corixidae,  Gyrinidae, Ceratopogonidae และ Palaemonidae เป็นต้น และ ไฟลั่ม Mollusca มากกว่า 6 วงศ์ เช่น วงศ์ Viviparidae, Ampullariidae, Bithyniidae, Corbiculidae, Thiaridae และ Planorbidae เป็นต้น

     2. แม่น้ำเจ้าพระยา


           สัตว์หน้าดินในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ถึงปากแม่น้ำใน ปี พ.ศ. 2540 พบจำนวน 4 ไฟลั่ม (Phylums) 46 วงศ์ (families) ปริมาณเฉลี่ย 1,441 ตัวต่อตารางเมตร โดยพบบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบนและตอนกลางเฉลี่ย 196 ตัวต่อตารางเมตร และเจ้าพระยาตอนล่างเฉลี่ย 2,686 ตัวต่อตารางเมตร (รัชฎาภรณ์และคณะ, 2544)

          สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำบางปะกง พบความหลากชนิดของสัตว์หน้าดินประมาณ 4 ไฟลั่ม มากกว่า 20 วงศ์ ประกอบด้วยสัตว์หน้าดินในไฟลั่ม Annelida มากกว่า 4 วงศ์ เช่น วงศ์ Tubificidae, Nereidae, Euricide และ Glyceridae เป็นต้น ไฟลั่ม Arthropoda มากกว่า 8 วงศ์ เช่น วงศ์ Chironomidae, Gomphidae,  Libellulidae, Baetidae, Corixidae,  Gyrinidae, Ceratopogonidae และ Palaemonidae เป็นต้น และ ไฟลั่ม Mollusca มากกว่า 7 วงศ์ เช่น วงศ์ Viviparidae, Buccinidae, Ampullariidae, Bithyniidae, Corbiculidae, Thiaridae และ Planorbidae เป็นต้น

     3. แม่น้ำบางปะกง

          สัตว์หน้าดินที่พบในแม่น้ำบางปะกงตั้งแต่โรงไฟฟ้าบางปะกงถึงปากแม่น้ำพบ  9 ชนิด มีปริมาณ 27-290 ตัวต่อตารางเมตร โดยพบหอยฝาเดียว (Gastropods) และไส้เดือน (Polycheates) เป็นส่วนใหญ่ (ไมตรีและคณะ, 2526) ต่อมาในปี พ.ศ. 2536-2537 พบสัตว์หน้าดินจำนวน 6 ไฟลั่ม (Phylums) 70 วงศ์ (families) มีปริมาณเฉลี่ย 2,357 ตัวต่อตารางเมตร โดยพบสัตว์หน้าดิน กลุ่มหอยมากที่สุดร้อยละ 70.44 และพบหอยสองฝาในวงศ์ Tellinidae ร้อยละ 29.15 และพบความหลากชนิดสัตว์หน้าดินมากที่สุดบริเวณปากแม่น้ำถึง 42 วงศ์ (รัชฎาภรณ์และคณะ 2545) ความหลากชนิดหอยน้ำจืดที่พบในแม่น้ำบางปะกง พบ หอย14 สกุล ประกอบด้วยหอยฝาเดียว 12 สกุล หอยสองฝา 2 สกุล และพบความชุกชุมมากที่สุดของหอยฝาเดียวในสกุล Iravadia และหอยสองฝาในสกุล Corbicula (สุชาติและประสิทธิ์, 2555)

           สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำบางปะกง พบความหลากชนิดของสัตว์หน้าดินประมาณ 4 ไฟลั่ม มากกว่า 19 วงศ์ ประกอบด้วยสัตว์หน้าดินในไฟลั่ม Annelida มากกว่า 4 วงศ์ เช่น วงศ์ Tubificidae, Nereidae, Euricide และ Glyceridae เป็นต้น ไฟลั่ม Arthropoda มากกว่า 8 วงศ์ เช่น วงศ์ Chironomidae, Gomphidae,  Libellulidae, Baetidae, Corixidae,  Gyrinidae, Ceratopogonidae และ Palaemonidae เป็นต้น และ ไฟลั่ม Mollusca มากกว่า 7 วงศ์ เช่น วงศ์ Viviparidae, Buccinidae, Ampullariidae, Bithyniidae, Corbiculidae, Thiaridae และ Planorbidae เป็นต้น

 


          

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

เป็นแหล่งตั้งถิ่นฐานเก่าแก่ของชุมชนหลายเชื้อชาติ มีความสำคัญทางโบราณคดี โดยการพบหลักฐานชุมชน โบราณที่แสดงว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญ เป็นแหล่งน้ำ แหล่งผลิตข้าวที่สำคัญ แหล่งทำการประมงน้ำจืด เลี้ยงสัตว์ เส้นทางคมนาคม แหล่งนันทนาการ และมีระบบชลประทานที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศ รวมทั้งมีบทบาทในการ อำนวยน้ำให้แก่ชั้นน้ำใต้ดิน ป้องกันน้ำท่วม  การดักและเก็บตะกอน การเก็บกักธาตุอาหาร การกรองสารพิษ และของเสีย ทำให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ของชุมชน

 

การจัดการและการคุกคาม  
 

 สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ดินเอกชนมีกรรมสิทธิ์ครอบครอง ยกเว้นลำน้ำ หนองน้ำใหญ่ๆ ซึ่งเป็นที่ สาธารณประโยชน์มีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าวัดตาลเอน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตห้ามล่าสัตว์ป่า วัดราษฎร์ศรัทธากระยาราม จังหวัดสมุทรสาคร เขตห้ามล่าสัตว์ป่าวัดไผ่ล้อมและวัดอัมพุวราราม จังหวัดปทุมธานี และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี-ชัยนาท นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ของเอกชน ซึ่งเจ้าของที่ดิน เป็นนักอนุรักษ์ให้ความคุ้มครองพื้นที่และสัตว์ต่างๆ เช่น โครงการสวนนกน้ำธรรมชาติลาดกระบัง โดยสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย สมาคมเดนมาร์ค และนิคมอุตสาหกรรมกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้สภาพธรรมชาติถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ มีการใช้สารเคมีในการเกษตร และมีการขุดบ่อเพื่อกักเก็บน้ำและรองรับน้ำในฤดูฝน ทำให้สูญเสียความหลากหลาย

 

 

 

 

รายละเอียดเพิ่มเติม >>>>