หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

อ่างเก็บน้ำทับเสลา


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี
เนื้อที่ผิวน้ำที่คำนวณได้จากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เนื้อที่ 6,323 ไร่
พิกัดภูมิศาสตร์ระหว่าง 544275-547698 N และ 1716060-1721842 E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำสะแกกรัง ซึ่งอ่างเก็บน้ำทับเสลาเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทอ่างเก็บน้ำ ตั้งอยู่ในเขตหมู่ที่ 6 บ้านระบำ ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เป็นอ่างเก็บน้ำประเภทเขื่อนดินลักษณะตัวเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว ซึ่งกั้นห้วยทับเสลา ความสูงของเขื่อน 26.08 เมตร ความยาวของเขื่อน 3,375 เมตร และความกว้างสันเขื่อน 10 เมตร มีพื้นที่รับน้ำฝนเหนือที่ตั้งเขื่อนขึ้นไปประมาณ 534 ตารางกิโลเมตรเขื่อนสามารถเก็บกักน้ำเพื่อทำการเกษตร อุปโภค-บริโภค และเพื่อป้องกันอุทกภัย โดยสามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่เพาะปลูกในเขตอำเภอลานสัก อำเภอหนองฉาง อำเภอทัพทัน อำเภอหนองขาหย่าง และอำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี คิดเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 166,957 ไร่ โดยเป็นพื้นที่ชลประทานประมาณ 143,500 ไร่ และพื้นที่รับประโยชน์ (นอกเขต) ประมาณ 200,000 ไร่

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           สังคมพืชที่พบรอบพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำทับเสลาเป็นป่าเบญจพรรณ จากข้อมูลพื้นฐานแผนแม่บทการจัดการ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี-ตาก รายงานว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำทับเสลา และแม่น้ำสะแกกรัง ประกอบด้วยป่าดิบเขา ดิบแล้ง เบญจพรรณ เต็งรัง และทุ่งหญ้า (กรมป่าไม้, 2532) สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (2542) ที่ทำทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ำนี้ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้มีพรรณไม้ชนิดอะไรบ้าง ส่วนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (2548) ก็ไม่ได้ถึงจำนวนชนิดของพรรณไม้ในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เช่นกัน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำหนองปลาไหล อำเภอมโนรมย์ จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งอยู่ในลุ่มน้ำสะแกกรังเช่นกัน พบพรรณไม้ 149 ชนิด 124 สกุล 52 วงศ์ (สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2554)  จากการประเมินของผู้วิจัย คาดว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 150 ชนิด เป็นพืชต่างถิ่นที่รุกรานรายการ 1 อย่างน้อย 10 ชนิด

           สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) 1 ชนิด เป็นชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 1 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) คือ มะค่าโมง Afzelia  xylocarpa (Kurz) Craib อย่างไรก็ตามไม่มีชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Santisuk, 2006) แต่อย่างใด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) ทั้งสิ้น 4 ชนิด เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata & Chan-ard, 2005) จำนวน 3 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 3 ชนิด คือ นากใหญ่ขนเรียบ (Lutrogale perspicillata) เต่านา (Malayemys macrocephala) และตะพาบน้ำ(Amyda cartilaginea)

           เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 3 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่ที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN) 2 ชนิด ได้แก่ เต่าเหลือง (Indotestudo elongata) และเต่าหกดำ (Manouria emys phayrei) และมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU)  4 ชนิด คือ นากใหญ่ขนเรียบ (Lutrogale perspicillata) นากเล็กเล็บสั้น (Aonyx cinereus) เต่านา (Malayemys macrocephala) และตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea)

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำทับเสลา จำนวน 2 จุด พบปลาทั้งสิ้น 117 ชนิด จาก 28 วงศ์ สถานภาพของปลาในพื้นที่อ่างเก็บน้ำทับเสลาจากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Red List of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand Red Data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 7 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN-Endangered species) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลาฝักพร้า Macrochirichthys macrochirus (Valenciennes, 1844) และปลาสวาย Pangasianodon hypophthalmus (Sauvage, 1878) ชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species)  จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาบ้า Leptobarbus hoeveni (Bleeker, 1851), ปลาหมูครีบแดง Yasuhikotakia eos (Taki, 1972) และปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864 ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลาแกง Cirrhinus molitorella (Valenciennes, 1844) และปลาเทโพ Pangasius larnaudii Bocourt, 1866 นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 2 ชนิด คือ ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852) และปลานิล Oreochromis niloticus (Linnaeus, 1758)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำทับเสลา เดือนกรกฏาคม 2558 จำนวน 3 จุด พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 9 ชนิด จาก 3 ไฟลัม 4 ชั้น 6 อันดับ 9 วงศ์ มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 3,121 ตัวต่อตารางเมตร พบชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 1 ชนิด ได้แก่ Pomacea sp. (หอยเชอรี่)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการสอบถามการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำทับเสลาที่มีความสัมพันธ์กับชุมชน พบว่า ส่วนใหญ่ไม่ทราบว่า มีการขึ้นทะเบียนพื้นที่อ่างเก็บน้ำทับเสลาเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ  ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์พื้นที่อ่างเก็บน้ำทับเสลา ด้านการดำรงชีวิต ได้แก่ การเพาะเลี้ยง แหล่งเก็บอาหาร/ของป่าของชุมชน แหล่งจับหาปลาและสัตว์น้ำของชุมชน แหล่งน้ำอุปโภคและบริโภค และแหล่งน้ำเพื่อการชลประทาน ด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากบริเวณโดยรอบอ่างเก็บน้ำมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามหลากหลาย จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่นิยมทั้งคนในท้องถิ่นและต่างถิ่น  มีความสำคัญเป็นแหล่งวัฒนธรรมท้องถิ่น เรื่องการดำรงชีวิต เช่น การทำประมงพื้นบ้าน เป็นต้น รวมทั้งยังเป็นสถานที่ดูงาน/ศึกษานอกสถานที่ เนื่องจากมีเส้นทางหรือ จุดสำหรับชมธรรมชาติที่สำคัญ ยังเป็นแหล่งรายได้จากการซื้อขายปลา และการบริการท่องเที่ยวเรือหางยาวพานักท่องเที่ยวชมทิวทัศน์บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำ สามารถสร้างรายได้ให้คนท้องถิ่นตลอดทั้งปีโดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำเท่ากับ 19.4 ล้านบาท

การใช้ประโยชน์
          การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยในการศึกษาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ใช้หลักการตีค่า (valuation technique) ในการศึกษานี้จะเน้นใช้หลักการตีมูลค่าโดยใช้ราคาตลาด (market oriented approach) หรือการใช้ราคาตลาดเพื่อตีค่าประโยชน์ กล่าวคือราคาในตลาดแข่งขันจะเป็นราคาที่แท้จริงที่สะท้อนถึงความหายากของทรัพยากรทำการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำผลการศึกษาพบว่า
          1) รายได้เฉลี่ยจากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากการใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้จากการศึกษาด้วยแบบสอบถามผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ มูลค่าการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำทับเสลา จากการใช้ประโยชน์ของครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 75,912 บาท/ปี
          2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำทับเสลา โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาพบครัวเรือนร้อยละ 6.10 ที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
          3) มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ทั้งหมดของพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำทับเสลา คิดเป็น 19.4 ล้านบาท

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ปัญหาและการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำทับเสลาในช่วงเวลาที่สำรวจในเดือนกรกฎาคม 2558 คือ ปัญหาภัยแล้ง เหลือปริมาณน้ำในเขื่อนต่ำจนไม่สามารถระบายออกทางประตูน้ำได้การเข้าไปทำการประมงของประชาชนที่อาจเกิดการทำประมงเกินขีดจำกัด การเลี้ยงสัตว์รอบๆ อ่างเก็บน้ำ การทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลทั้งจากนักท่องเที่ยวและชาวประมง และการรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน