หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

เขื่อนกระเสียว


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี
เนื้อที่ผิวน้ำคำนวณจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เนื้อที่ 15,389 ไร่
พิกัดภูมิศาสตร์ระหว่าง 568653-571877 N และ 1640730-1648409 E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำท่าจีนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทอ่างเก็บน้ำ/เขื่อน เขื่อนกระเสียวตั้งอยู่ที่บ้านนาตาปิ่น หมู่ที่ 3 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523 เป็นเขื่อนดินกักเก็บน้ำสร้างกั้นลำห้วยกระเสียว ที่มีต้นกำเนิดจากภูเขาในเขตอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ลงสู่จังหวัดสุพรรณบุรี ในเขตอำเภอด่านช้างแล้วไหลไปทางทิศใต้จนเกือบถึงบ้านนาตาปิ่น อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วไหลออกสู่ที่ราบไปทางทิศตะวันออกลงสู่แม่น้ำสุพรรณบุรี  เขื่อนกระเสียวเป็นเขื่อนดินที่มีความยาว 4,250 เมตร สูง 32.5 เมตร พื้นที่กักเก็บน้ำ 28,750 ไร่ ปริมาณ น้ำที่สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด 240 ล้านลูกบาศก์เมตร

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           จากการตรวจเอกสาร ยังไม่พบรายงานการสำรวจพรรณไม้ในอ่างเก็บน้ำกระเสียวมาก่อน มีเพียงการศึกษาทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นในตำบลหนองมะโมง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่พบว่าสังคมพืชเป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ พบพรรณไม้ 134 ชนิด 87 สกุล 50 วงศ์ (สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2553) แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำบึงกุ่ม-บางช้าง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งยู่ในลุ่มน้ำท่าจีนเช่นกัน พบพรรณไม้ 254 ชนิด 203 สกุล 78 วงศ์ (สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2556) จากการประเมินของผู้วิจัย คาดว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 150 ชนิด เป็นพืชต่างถิ่นที่รุกรานรายการ 1 อย่างน้อย 10 ชนิด

           สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ไม่พบว่า มีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) และได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata & Chan-ard, 2005) แต่อย่างใด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) ทั้งสิ้น 5 ชนิด เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata& Chan-ard 2005, Sanguansombat 2005) จำนวน 3 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) ทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ นกกระแตหาด (Vanellus duvaucelii) งูหลาม (Python molurusbivittatus) ตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea) และเต่านา (Malayemys macrocephala)

           เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 4 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU)ทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ งูจงอาง (Ophiophagus hannah) งูหลาม (Python molurusbivittatus) ตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea) และเต่านา (Malayemys macrocephala)

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนกระเสียว จำนวน 3 จุด พบปลาทั้งสิ้น 117 ชนิด จาก 31 วงศ์ สถานภาพของปลาในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนกระเสียวจากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Redlist of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand red data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 7 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN-Endangered species) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลายี่สก Probarbus jullieni Sauvage, 1880 และปลาสวาย Pangasianodon hypophthalmus (Sauvage, 1878) ชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species)  จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาดุกด้าน Clarias batrachus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864 และปลาแขยงหิน Leiocassis poecilopterus (Valenciennes, 1840) ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลาแกง Cirrhinus molitorella (Valenciennes, 1844) และปลาเทโพ Pangasius larnaudii Bocourt, 1866

           ชนิดพันธุ์ประจําถิ่น (Endemic species) พบปลาที่เป็นปลาเฉพาะถิ่นของประเทศไทย 1 ชนิด ได?แก? ปลาผีเสื้อติดหิน Homaloptera smithi Hora, 1932 นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 4 ชนิด คือ ปลากดเกราะ Hypostomus plecostomus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกรัสเซีย Clarias gariepinus (Burchell, 1822), ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852) และปลานิล Oreochromis niloticus (Linnaeus, 1758)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนกระเสียวเดือนกรกฏาคม 2558 จำนวน 3 จุด พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 10 ชนิด จาก 2 ไฟลัม 3 ชั้น 5 อันดับ 7 วงศ์ มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 642 ตัวต่อตารางเมตร

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการศึกษาโดยการการสอบถาม พบว่าชุมชนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 100) ไม่ทราบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ และไม่ทราบแนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำที่ชัดเจน ปัจจุบันใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ โดยร้อยละ  38.72 เพื่อการดำรงชีวิต รองลงมา เพื่อการท่องเที่ยว/นันทนาการ  มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น และด้านเศรษฐกิจ  โดยส่วนใหญ่ การใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค เป็นแหล่งจับปลาและสัตว์น้ำของชุมชน และแหล่งรายได้ จากการเพาะเลี้ยง โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เท่ากับ 385.3 ล้านบาท จำแนกกิจกรรมต่างๆ

การใช้ประโยชน์
          การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยในการศึกษาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ใช้หลักการตีค่า (valuation technique) ในการศึกษานี้จะเน้นใช้หลักการตีมูลค่าโดยใช้ราคาตลาด (market oriented approach) หรือการใช้ราคาตลาดเพื่อตีค่าประโยชน์ กล่าวคือราคาในตลาดแข่งขันจะเป็นราคาที่แท้จริงที่สะท้อนถึงความหายากของทรัพยากรทำการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำผลการศึกษาพบว่า
           1) รายได้เฉลี่ยจากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากการใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้จากการศึกษาด้วยแบบสอบถามผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ มูลค่าการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนกระเสียว จากการใช้ประโยชน์ของครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 194,000 บาท/ปี
           2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนกระเสียว โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและ การใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาพบครัวเรือนร้อยละ 9.70 ที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
           3) มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ทั้งหมดของพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนกระเสียวคิดเป็น 385.3 ล้านบาท

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ปัญหาและการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนกระเสียวในช่วงเวลาที่สำรวจในเดือนกรกฎาคม 2558 คือ ปัญหาภัยแล้ง เหลือปริมาณน้ำในเขื่อนต่ำเกิดเป็นที่ราบขนาดใหญ่รอบพื้นที่ชุ่มน้ำมีการเข้าไปทำการการเกษตรในพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วม มีการทำการประมงของประชาชนที่อาจเกิดการทำประมงเกินขีดจำกัด โดยเฉพาะการลงอวนขนาดใหญ่ที่สามารถจับปลาขนาดใหญ่ได้เป็นจำนวนมาก และการรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน