หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ

 

เขื่อนแก่งกระจาน


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในอำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เนื้อที่คำนวณจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เนื้อที่ 20,206 ไร่
พิกัดภูมิศาสตร์ระหว่าง 566717–567385N และ 1423357–1433370E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำเพชรบุรี เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทต้นน้ำลำธาร น้ำตก และอ่างเก็บน้ำ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ โดยได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งประจานเป็นเขตอุทยาน เป็นต้นน้ำของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยาน คือ ยอดเขางะงันนิยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง มีความสูง 1,307 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีลักษณะเด่นทางธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 1,821,687.84 ไร่ หรือ 2,914.70 ตารางกิโลเมตร

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           สังคมพืชที่พบในพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนแก่งกระจานมี 5 ประเภท ได้แก่ ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำที่ศึกษาส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ มีป่าดิบแล้งแทรกตามหุบห้วย เขื่อนแก่งกระจานมีพรรณไม้ที่หลากหลาย มีจำนวนไม่น้อยกว่า 1,199 ชนิด พบพรรณไม้ชนิดใหม่และพรรณไม้หายากหลายชนิด (อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, 2554) ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย มีข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ำนี้ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้มีพรรณไม้ชนิดอะไรบ้าง (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม, 2542) จากการประเมินของผู้วิจัย คาดว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 300 ชนิด เป็นพรรณไม้หายากอย่างน้อย 2 ชนิด ได้แก่ กาญจนิการ์ Santisukia pagetii (Craib) Brummitt และหนามโมนา Capparis monantha M. Jacobs (Santisuk, 2004) น่าจะมีพืชต่างถิ่นที่รุกรานอย่างน้อย 10 ชนิด

           สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) 1 ชนิด เป็นชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 1 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) คือ มะค่าโมง Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib อย่างไรก็ตามไม่มีชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Santisuk, 2006) แต่อย่างใด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) ทั้งสิ้น 11 ชนิด เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata & Chan-ard, 2005) จำนวน 7 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) 1 ชนิด คือ คือ ตะพาบม่านลาย (Chitra chitra) เป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN) 1 ชนิด คือ เต่าหกดำ (Manouria emys phayrei) และเป็นสัตว์มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 5 ชนิดได้แก่ นากใหญ่ขนเรียบ (Lutrogale perspicillata) ลิงเสน (Macaca arctoides) เต่าหับ (Cuora amboinensis) เต่านา (Malayemys subtrijuga) และเต่าดำ (Siebenrockiella crassicollis)

          เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 11ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) 1 ชนิด คือ คือ ตะพาบม่านลาย  (Chitra chitra) เป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN) 1 ชนิด คือ เต่าหกดำ (Manouria emys phayrei) และเป็นสัตว์มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 9 ชนิด ได้แก่ นากใหญ่ขนเรียบ (Lutrogale perspicillata) นากเล็กเล็บสั้น (Aonyx cinereus) ลิงกังเหนือ (Macaca leonina) ลิงเสน (Macaca arctoides) งูจงอาง (Ophiophagus hannah) เต่าหับ (Cuora amboinensis) งูหลาม (Python molurusbivittatus) เต่านา (Malayemys subtrijuga) และเต่าดำ (Siebenrockiella crassicollis)

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จำนวน 4 จุด พบปลาทั้งสิ้น 156 ชนิด จาก 28 วงศ์ สถานภาพของปลาในพื้นที่เขื่อนแก่งกระจานจากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Red List of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand Red Data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 13 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR-Critically endangered species) จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ ปลาบึก Pangasianodon gigas Chevey, 1931 ชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN-Endangered species) จำนวน 6 ชนิด ได้แก่ ปลาสะตือ Chitala lopis (Bleeker, 1850), ปลาตะโกกหน้าสั้น Albulichthys albuloides (Bleeker, 1855), ปลาท้องพลุ Laubuca caeruleostigmata (Smith, 1931), ปลายี่สก Probarbus jullieni Sauvage, 1880, ปลาค้างคาว Oreoglanis siamensis Smith, 1933 และปลาสวาย Pangasianodon hypophthalmus (Sauvage, 1878) ชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species) จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ ปลาปล้องอ้อย Pangio kuhlii (Valenciennes, 1846), ปลาก้างพระร่วง Kryptopterus bicirrhis (Valenciennes, 1840), ปลาดุกด้าน Clarias batrachus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864 ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลาแกง Cirrhinus molitorella (Valenciennes, 1844) และปลาเทโพ Pangasius larnaudii Bocourt, 1866

           นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 3 ชนิด คือ ปลากดเกราะ Hypostomus plecostomus (Linnaeus, 1758), ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852) และปลานิล Oreochromis niloticus (Linnaeus, 1758) และชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีแนวโน้มรุกราน 1 ชนิด คือ ปลากดเกราะ Pterygoplichthys ambrosettii (Holmberg, 1893)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนแก่งกระจานเดือนกรกฎาคม 2558 จำนวน 4 จุด พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 7 ชนิด จาก 4 ไฟลัม 6 ชั้น 6 อันดับ 7 วงศ์ มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 1,315 ตัวต่อตารางเมตร

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการศึกษาโดยการใช้แบบสอบถาม พบว่า ชุมชนร้อยละ 50 ทราบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 50 เห็นว่ามีแนวเขตไม่ชัดเจน ปัจจุบันใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ร้อยละ 75 ส่วนใหญ่เพื่อการดำรงชีวิต รองลงมา ด้านการท่องเที่ยว ด้านเศรษฐกิจ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น และเพื่อการศึกษา/การเรียนรู้ โดยคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำเท่ากับ 199.7 ล้านบาท

การใช้ประโยชน์
          การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยในการศึกษาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ใช้หลักการตีค่า (valuation technique) ในการศึกษานี้จะเน้นใช้หลักการตีมูลค่าโดยใช้ราคาตลาด (market oriented approach) หรือการใช้ราคาตลาดเพื่อตีค่าประโยชน์ กล่าวคือราคาในตลาดแข่งขันจะเป็นราคาที่แท้จริงที่สะท้อนถึงความหายากของทรัพยากรทำการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำผลการศึกษาพบว่า
           1) รายได้เฉลี่ยจากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากการใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้จากการศึกษาด้วยแบบสอบถามผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ มูลค่าการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จากการใช้ประโยชน์ของครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 240,000 บาท/ปี
           2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนแก่งกระจาน โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร และการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาพบครัวเรือนร้อยละ 2.90 ที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
           3) มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ทั้งหมดของพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนแก่งกระจาน คิดเป็น 199.6 ล้านบาท

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ปัญหาและการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนเขื่อนแก่งกระจานในช่วงเวลาที่สำรวจในเดือนกรกฎาคม 2558 คือ การท่องเที่ยวและกิจกรรมอื่นๆ ที่ใกล้ริมเขื่อน การท่องเที่ยวมีการนำอาหารไปให้ลิงแสมที่อาศัยอยู่บนเกาะ ซึ่งทำให้พฤติกรรมของลิงแสมเปลี่ยนไปจากธรรมชาติดั้งเดิม เมื่อลิงเห็นเรือนักท่องเที่ยวไปจะว่ายน้ำเข้ามาหาเพื่อรับอาหาร และปัญหาการคุกคามของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานบริเวณรอบๆ พื้นที่เขื่อน