หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

แม่น้ำอิง


ที่ตั้ง : แม่น้ำอิง อยู่ในเขตอำเภอแม่ใจ อำเภอเมืองพะเยา อำเภอดอกคำใต้ อำเภอภูกามยาว อำเภอจุน จังหวัดพะเยา และอำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย อำเภอเทิง อำเภอขุนตาล อำเภอพญาเม็งราย และ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
ความยาวลำน้ำประมาณ 136 กิโลเมตร
พิกัดภูมิศาสตร์ที่ 600112-651554 N และ 2122512-2234997 E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำโขง โดยอยู่ในลุ่มน้ำโขง (เหนือ) ประกอบด้วยลุ่มน้ำ สาขาแม่จันและลุ่มน้ำสาขาแม่อิง ทั้งนี้พื้นที่แม่น้ำอิงที่ใช้เป็นตัวแทนในการศึกษา โดยแม่น้ำอิงมีต้นกำเนิดมาจาก เทือกเขาผีปันน้ำในเขตอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ผ่านกว๊านพะเยาในเขตอำเภอเมืองพะเยา และผ่านอำเภอดอกคำใต้ อำเภอภูกามยาว อำเภอจุน และเข้าสู่จังหวัดเชียงรายที่อำเภอป่าแดด ไหลขึ้นทางเหนือผ่านอำเภอเทิง อำเภอขุนตาล อำเภอพญาเม็งราย และไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่บ้านปากอิง ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยชาวบ้านจะเรียกพื้นที่แม่น้ำอิงไหลบรรจบแม่น้ำโขงว่าสบอิง

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           สังคมพืชที่พบในพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิงส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ มีป่าเต็งรังและบ่าดิบแล้งแทรกบ้าง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำหนองบงคายและหนองหลวงแอ่งเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ที่อยู่ลุ่มน้ำใกล้เคียงกัน ที่ศึกษาโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (2554) พบพรรณไม้ 410 ชนิด จาก 323 สกุล 115 วงศ์ และ 376 ชนิด จาก 301 สกุล 110 วงศ์ ตามลำดับ และจากการศึกษาความหลากหลายของพรรณไม้ บริเวณวนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ จังหวัดเชียงราย เป็นเวลา 3 ปี ของทวีศักดิ์ และคณะ (2546) พบพรรณไม้ 771 ชนิด จาก 453 สกุล 135 วงศ์ จากการประเมินของผู้วิจัย คาดว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิง น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 300 ชนิด เป็นพืชต่างถิ่นที่รุกรานอย่างน้อย 10 ชนิด

           สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) 2 ชนิด เป็นชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN 2015) 2 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) ทั้ง 2 ชนิด ได้แก่ มะค่าโมง Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib และสัก Tectona grandis Linn. f. อย่างไรก็ตามไม่มีชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Santisuk, 2006) แต่อย่างใด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) 2 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata & Chan-ard, 2005) 1 ชนิด คือ เต่าเหลือง (Indotestudo elongata)

           สัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 2 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) 1 ชนิด คือ เต่าเหลือง (Indotestudo elongata) และเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 1 ชนิด คือ งูจงอาง (Ophiophagus hannah)

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิง จำนวน 2 จุด พบปลาทั้งสิ้น 282 ชนิด จาก 42 วงศ์ สถานภาพของปลาในแม่น้ำอิงจากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Red List of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand Red Data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 41 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR-Critically endangered species) จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ปลาฉนากจะงอยกว้าง Pristis microdon Latham, 1794, ปลาหางไหม้ Balantiocheilos ambusticauda Ng & Kottelat 2007, ปลากระโห้ Catlocarpio siamensis Boulenger, ปลาสร้อยนกเขา Osteochilus schlegelii (Bleeker, 1851) และปลาบึก Pangasianodon gigas Chevey, 1931 ชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN-Endangered species) จำนวน 13 ชนิด ได้แก่ ปลากระเบนแม่น้ำโขง Dasyatis laosensis Roberts & Karnasuta, 1987, ปลาราหูน้ำจืด Himantura chaophraya Monkolprasit & Roberts, 1990 , ปลาตองลาย Chitala blanci (D'Aubenton, 1965), ปลาหมากผาง Tenualosa thibeaudaui (Durand, 1940), ปลาตะโกกหน้าสั้น Albulichthys albuloides (Bleeker, 1855), ปลาท้องพลุ Laubuca caeruleostigmata (Smith, 1931), ปลายี่สก Probarbus jullieni Sauvage, 1880, ปลาฝักพร้า Macrochirichthys macrochirus (Valenciennes, 1844), ปลาเอินคางมุม Probarbus labeamajor Roberts, 1992, ปลาปีกไก่หนวดยาว Kryptopterus dissitus Ng, 2001, ปลาปีกไก่หนวดยาว Kryptopterus limpok (Bleeker, 1852), ปลาหนวดแมวครีบหลังยาว Ompok pinnatus Ng, 2003 และปลาสวาย Pangasianodon hypophthalmus (Sauvage, 1878) ชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species) จำนวน 20 ชนิด ได้แก่ ปลาหางไก่ Coilia lindmani Bleeker, 1858, ปลาหางไก่ Coilia macrognathos Bleeker, 1852, ปลาแมวเขี้ยวยาว Lycothrissa crocodilus (Bleeker, 1851), ปลาซิวหนู Boraras urophthalmoides (Kottelat, 1991), ปลานวลจันทร์น้ำจืด Cirrhinus microlepis Sauvage, 1878, ปลากะทิ Cyclocheilichthys heteronema (Bleeker, 1853), ปลาตะเพียนปากหนวด Labeo pierrei (Sauvage, 1880), ปลาท้องพลุ Laubuca laubuca (Hamilton, 1822), ปลาบ้า Leptobarbus hoeveni (Bleeker, 1851), ปลาสร้อยน้ำผึ้งแม่โขง Gyrinocheilus pennocki (Fowler, 1937), ปลาปล้องอ้อย Pangio kuhlii (Valenciennes, 1846), ปลาหมูครีบแดง Yasuhikotakia eos (Taki, 1972), ปลาก้างพระร่วง Kryptopterus bicirrhis (Valenciennes, 1840), ปลาเนื้ออ่อนหนวดยาว Ompok urbaini (Fang & Chaux, 1949), ปลาเค้าดำ Wallago leerii Bleeker, 1851, ปลาดุกด้าน Clarias batrachus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864, ปลาดุกลำพัน Clarias nieuhofii Valenciennes, 1840, ปลาแขยงขีด Pseudomystus stenomus (Valenciennes, 1840) และปลาบู่สมิธ Phenacostethus smithi Myers, 1928 ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาแกง Cirrhinus molitorella (Valenciennes, 1844), ปลาเทโพ Pangasius larnaudii Bocourt, 1866 และปลาช่อนงูเห่า Channa marulius (Hamilton, 1822)

           ชนิดพันธุ์ประจําถิ่น (Endemic species) พบปลาที่เป็นปลาเฉพาะถิ่นของประเทศไทย 1 ชนิด ได้แก่ ปลาบู่สมิธ Phenacostethus smithi Myers, 1928 นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 4 ชนิด คือ ปลากดเกราะ Hypostomus plecostomus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกรัสเซีย Clarias gariepinus (Burchell, 1822), ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852) และปลานิล Oreochromis niloticus (Linnaeus, 1758)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำกก เดือนกรกฎาคม 2558 จำนวน 3 จุดพบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 7 ชนิด จาก 2 ไฟลัม 3 ชั้น 4 อันดับ 5 วงศ์ มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 272 ตัวต่อตารางเมตร

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการศึกษาเชิงลึกโดยการการสอบถาม พบว่า ชุมชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียน พื้นที่ชุ่มน้ำ และมีแนวเขตพื้นที่ไม่ชัดเจน ปัจจุบันใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อการดำรงชีวิต เพื่อการท่องเที่ยว/นันทนาการ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น เพื่อการศึกษา/การเรียนรู้ และด้านเศรษฐกิจ โดยส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์เป็นแหล่งจับปลาและสัตว์น้ำ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของชุมชน และมีรายได้จากการจับปลา ประมง และเกษตรกรรม รายได้ของชุมชนจากการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ นำมาคิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ มีมูลค่าเท่ากับ 157 ล้านบาท

การใช้ประโยชน์
           การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับ ความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยในการศึกษาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ การตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ใช้หลักการตีค่า (valuation technique) ในการศึกษานี้จะเน้นใช้หลักการตีมูลค่าโดยใช้ราคาตลาด (market oriented approach) หรือการใช้ราคาตลาดเพื่อตีค่าประโยชน์ กล่าวคือราคาในตลาดแข่งขันจะเป็นราคาที่แท้จริง ที่สะท้อนถึงความหายากของทรัพยากรทำการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำผลการศึกษาพบว่า
           1) รายได้เฉลี่ยจากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากการใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้จากการศึกษาด้วยแบบสอบถาม ผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับ ทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ มูลค่าการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิง จากการใช้ประโยชน์ของครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 36,150 บาท/ปี
           2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิง โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและการใช้ประโยชน์ ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาพบครัวเรือนร้อยละ 5.30 ที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
           3) มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ทั้งหมดของพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิง คิดเป็น 157.0 ล้านบาท

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ปัญหาและการคุกคามหลักบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิง คือ การคุกคามของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ โดยเฉพาะพรรณไม้หลายชนิด และยังพบว่าทางตอนเหนือและตอนกลางของแม่น้ำมีปริมาณน้ำในแม่น้ำน้อยโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นรวมทั้งระบบนิเวศโดยรวม