หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ

 

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง และอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เนื้อที่คำนวณจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เนื้อที่ 23,657 ไร่
พิกัดภูมิศาสตร์ระหว่าง 577336–585626N และ 1283387–1292435E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันตก เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหาด อ่าง และเกาะ อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง และอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีทางรถไฟสายใต้ผ่านตอนกลางของพื้นที่ มีอาณาเขตทิศเหนือติดที่ดินกรรมสิทธิ์บ้านวังด้วน และค่ายตำรวจตระเวนชายแดน ทิศใต้จดห้วยคอกม้า และสถานีฝึกนิสิตคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทิศตะวันออกจดทะเลอ่าวไทย และทิศตะวันตกจดถนนเพชรเกษม พื้นที่โดยทั่วไปเป็นราบหลังชายหาด มีเกาะเล็กๆ 2 เกาะ คือ เกาะจาน และเกาะท้ายทรีย์ ลำห้วยที่สำคัญ ได้แก่ ห้วยคลองหินจวง ซึ่งไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ แต่ปริมาณน้ำมีน้อย ในฤดูแล้งขาดเป็นช่วงๆ นอกจากนี้ยังมีชายหาดอันลือชื่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ทอดตัวเป็นแนวยาวลงไปในทะเล ทิวทัศน์ที่เงียบสงบ หาดทรายขาวสะอาด บนฝั่งมีทิวสนทะเลและสนประดิพัทธ์เป็นแนวขนานกับทะเล มีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 23,750 ไร่ หรือ 38 ตารางกิโลเมตร ในเขตตำบลห้วยทราย ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง และตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ที่ปลูกขึ้นใหม่ได้แก่ สนทะเล สนประดิพัทธ์ สะเดา เป็นต้น

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           สังคมพืชที่พบในพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหาดวนกร มี 2 ประเภท ได้แก่ ป่าชายหาดและป่าดิบแล้ง มีทั้งที่เป็นป่าธรรมชาติและพื้นที่สวนป่าเดิม จากการสำรวจพรรณไม้ในระดับ 0-5 เมตร จากระดับทะเล พบพรรณไม้จำนวน 116 ชนิด พรรณไม้ที่พบมาก เช่น สะแกนา Combretum quadrangulare Kurz ขันทองพยาบาทSuregada multiflorum (A. Juss.) Baill. เปล้าใหญ่ Croton roxburghi iN. P. Balakr. เขลง Dialium cochinchinense Pierre สนทะเล Casuarina equisetifolia J. R. & G. Forst. และพลับพลาMicrocos tomentosa Sm. ส่วนในบริเวณสวนป่าเดิม พบพรรณไม้ที่นำข้าไปปลูก เช่น กระถินญรงค์ Acacia auriculaeformis A. Cunn. ex Benth. สะเดา Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton และมะฮอกกานีใบใหญ่ Swietenia macrophylla King  เป็นต้น (สำนักอุทยานแห่งชาติ, 2558)  ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย มีข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ำนี้ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้มีพรรณไม้ชนิดอะไรบ้าง (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม, 2542) จากการประเมินของผู้วิจัย หากสำรวจให้ครอบคลุมพื้นที่ชุ่มน้ำ คาดว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 200 ชนิด เป็นพืชต่างถิ่นที่รุกรานอย่างน้อย 10 ชนิด

           สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ มีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 1 ชนิด โดยมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) คือ มะค่าโมง Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib  และไม่พบว่ามีพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Santisuk, 2006) แต่อย่างใด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) 2 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata & Chan-ard, 2005) 1 ชนิด ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) คือ หมาจิ้งจอก (Canis aureus)

          เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 1 ชนิด เป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 1 ชนิด คือ งูจงอาง (Ophiophagus hannah)

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหาดวนกร จำนวน 2 จุด พบปลาทั้งสิ้น 115 ชนิด จาก 50 วงศ์ สถานภาพของปลาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดวนกรจากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Red List of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand Red Data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 6 ชนิด โดยเป็น ชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลาดุกด้าน Clarias batrachus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864 ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ ปลาฉลามหูดำ Carcharhinus sorrah (Muller & Henle, 1838), ปลาแกง Cirrhinus molitorella (Valenciennes, 1844), ปลาจาละเม็ดขาว Pampus argenteus (Euphrasen, 1788) และปลาจาละเม็ดเทา Pampus chinensis (Euphrasen, 1788) นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 1 ชนิด คือ ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหาดวนกร เดือนสิงหาคม 2558 จำนวน 4 จุด พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 16 ชนิด จาก 3ไฟลัม 4 ชั้น 7 อันดับ 14 วงศ์ มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 474 ตัวต่อตารางเมตร

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการศึกษาโดยการใช้แบบสอบถาม พบว่า ชุมชนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 100) ทราบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 50 เห็นว่ามีแนวเขตชัดเจน และร้อยละ 50 มีแนวเขตไม่ชัดเจนปัจจุบันใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ร้อยละ 100 ส่วนใหญ่เพื่อการท่องเที่ยว/นันทนาการที่เหลือเพื่อการดำรงชีวิต มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น เพื่อการศึกษา/การเรียนรู้ และด้านเศรษฐกิจ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำเท่ากับ 26.9 ล้านบาท กิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความเสียหายกับพื้นที่ชุ่มน้ำคือการบุกรุกครอบครองที่ดิน

การใช้ประโยชน์
          การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยในการศึกษาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ใช้หลักการตีค่า (valuation technique) ในการศึกษานี้จะเน้นใช้หลักการตีมูลค่าโดยใช้ราคาตลาด (market oriented approach) หรือการใช้ราคาตลาดเพื่อตีค่าประโยชน์ กล่าวคือราคาในตลาดแข่งขันจะเป็นราคาที่แท้จริงที่สะท้อนถึงความหายากของทรัพยากรทำการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำผลการศึกษาพบว่า
          1) รายได้เฉลี่ยจากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากการใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้จากการศึกษาด้วยแบบสอบถามผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ มูลค่าการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหาดวนกร จากการใช้ประโยชน์ของครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 30,000 บาท/ปี
          2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหาดวนกร โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาพบครัวเรือนร้อยละ 12.50 ที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
          3) มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ทั้งหมดของพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหาดวนกร คิดเป็น 26.9 ล้านบาท

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ปัญหาและการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหาดวนกรในช่วงเวลาที่สำรวจในเดือนกรกฎาคม 2558 คือ ปัญหาคุกคามของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน และปัญหาขยะที่ลอยมาตามทะเลและสะสมอยู่บนหาด ปัญหาดังกล่าวยังไม่มีความรุนแรง แต่ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด