หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ

 

อ่าวปากพนัง


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในอำเภอปากพนัง และอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
เนื้อที่คำนวณจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เนื้อที่ 261,464 ไร่
พิกัดภูมิศาสตร์ระหว่าง 610527 – 630712N และ 924359 – 951523E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทปากแม่น้ำ หาดเลน และป่าเลน ตั้งอยู่ในเขตอำเภอปากพนัง และอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ลักษณะของอ่าวปากพนังเป็นปากแม่น้ำ ที่มีชายหาดปากพนังเป็นชายหาดยาวไปตามชายฝั่งทะเล มีแหลมตะลุมพุกเป็นแหลมทรายรูปจันทร์ เสี้ยวยื่นไปในอ่าวไทย ซึ่งอยู่บริเวณตอนบนของอำเภอปากพนัง ด้านที่ติดกับทะเลด้านใน (อ่าวนครฯ) มีประชากรตั้งถิ่นฐานอยู่ ส่วนด้านนอกที่ติดกับอ่าวไทยเป็นหาดทรายและมีต้นสนขึ้นเป็นแนวยาว

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           สังคมพืชที่พบในพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวปากพนัง มี 2 ประเภท ได้แก่ ป่าชายเลนและป่าชายหาด พรรณไม้ที่พบในป่าชายเลน เช่น โกงกาง ตะบูน แสม ถั่วชนิดต่าง ๆ ตำเสาหนู โปรง ตาตุ่ม ลำพู ลำแพน (ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า, 2542) นอกจากนี้ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (2542) ที่ทำทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ และระดับชาติของประเทศไทย รายงานว่า พบพรรณไม้ป่าชายเลนหลายชนิด เช่น โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก ลำพู แสมขาว และโปรง จากการประเมินของผู้วิจัย  หากสำรวจให้ครอบคลุมพื้นที่ชุ่มน้ำ คาดว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 250 ชนิด เป็นพืชต่างถิ่นที่รุกรานอย่างน้อย 6 ชนิด

           สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ไม่พบว่า มีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) และได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Santisuk, 2006) แต่อย่างใด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) 1 ชนิด โดยเป็นสัตว์ป่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata & Chan-ard, 2005) 1 ชนิด ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) คือ ค่างดำ (Presbytis femoralis) อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามีสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015)

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวปากพนัง จำนวน 2 จุด พบปลาทั้งสิ้น 225 ชนิด จาก 55 วงศ์ สถานภาพของปลาในพื้นที่อ่าวปากพนังจากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Red List of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand Red Data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 25 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN-Endangered species) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลาท้องพลุ Laubuca caeruleostigmata (Smith, 1931) และปลาฝักพร้า Macrochirichthys macrochirus (Valenciennes, 1844) ชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species)  จำนวน 22 ชนิด ได้แก่ ปลาซิวเพชรน้อย Boraras maculata (Duncker, 1904),ปลาซิวหนู Boraras micros  Kottelat & Vidthayanon, 1993, ปลากระทิ Cyclocheilichthys heteronema (Bleeker, 1853), ปลาซิวก้นดำ Rasbora bankanensis (Bleeker, 1853), ปลาซิวแถบเหลือง Rasbora pauciperforata Weber & de Beaufort, 1917, ปลาซิวข้างขวาน Trigonostigma heteromorpha (Duncker, 1904), ปลาสายทอง Pangio cuneovirgata (Raut, 1957), ปลาปล้องอ้อย Pangio kuhlii (Valenciennes, 1846), ปลาค้อปลาไหล Vaillantella maassi Weber & de Beaufort, 1912, ปลาก้างพระร่วง Kryptopterus bicirrhis (Valenciennes, 1840), ปลาผี Kryptopterus macrocephalus (Bleeker, 1858), ปลาชะโอนหิน Silurichthys indragiriensis Volz, 1904), ปลาชะโอนหิน Silurichthys schneideri Volz, 1904, ปลากะแมะ Chaca bankanensis Bleeker, 1852, ปลาดุกด้าน Clarias batrachus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864, ปลาดุกลำพัน Clarias nieuhofii Valenciennes, 1840, ปลาแขยงหิน Leiocassis poecilopterus (Valenciennes, 1840), ปลาเข็มงวง Hemirhamphodon pogonognathus (Bleeker, 1853), ปลาช่อนเข็ม Luciocephalus pulcher (Gray, 1830), ปลากริมแรด Parosphromenus paludicola Tweedie, 1952 และปลากระดี่มุก Trichopodus leerii (Bleeker, 1852) ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 1 ชนิด ได้แก่  ปลาจาละเม็ดขาว Pampus argenteus (Euphrasen, 1788)

           ชนิดพันธุ์ประจําถิ่น (Endemic species) พบปลาที่เป็นปลาเฉพาะถิ่นของประเทศไทย 1 ชนิด ได้แก่ ปลาผีเสื้อติดหิน Homaloptera smithi Hora, 1932 นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 2 ชนิด คือ ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852) และปลานิล Oreochromis niloticus (Linnaeus, 1758)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวปากพนัง เดือนสิงหาคม 2558 จำนวน 3 จุด พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 5 ชนิด จาก 2 ไฟลัม 3 ชั้น 3 อันดับ 4 วงศ์ มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 7,343 ตัวต่อตารางเมตร

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการศึกษาโดยการใช้แบบสอบถาม พบว่า ชุมชนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 60) ไม่ทราบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 60 เห็นว่าพื้นที่ชุ่มน้ำมีแนวเขตไม่ชัดเจน ปัจจุบันการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ครัวเรือนร้อยละ 34.48 ใช้เพื่อการดำรงชีวิต ที่เหลือเพื่อการท่องเที่ยว/นันทนาการ เป็นแหล่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น เพื่อการศึกษา/การเรียนรู้ และด้านเศรษฐกิจเป็นแหล่งรายได้ของชุมชน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ 221.5 ล้านบาท

การใช้ประโยชน์
          การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยในการศึกษาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ใช้หลักการตีค่า (valuation technique) ในการศึกษานี้จะเน้นใช้หลักการตีมูลค่าโดยใช้ราคาตลาด (market oriented approach) หรือการใช้ราคาตลาดเพื่อตีค่าประโยชน์ กล่าวคือราคาในตลาดแข่งขันจะเป็นราคาที่แท้จริงที่สะท้อนถึงความหายากของทรัพยากรทำการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำผลการศึกษาพบว่า
           1) รายได้เฉลี่ยจากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากการใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้จากการศึกษาด้วยแบบสอบถามผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ มูลค่าการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวปากพนัง จากการใช้ประโยชน์ของครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 76,800 บาท/ปี
           2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวปากพนัง โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาพบครัวเรือนร้อยละ 8.10 ที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
           3) มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ทั้งหมดของพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวปากพนัง คิดเป็น 221.5 ล้านบาท

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ปัญหาและการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวปากพนังในช่วงเวลาที่สำรวจในเดือนกรกฎาคม 2558 คือ ปัญหาการตื้นเขินของน้ำในบริเวณอ่าว ซึ่งพบว่าน้ำลึกเฉลี่ยเพียง 30 เซนติเมตร เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาการทำประมงที่อาจเกินขีดจำกัดของพื้นที่