หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ

 

อุทยานแห่งชาติเขาสก


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในอำเภอพนมและอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เนื้อที่ 461,712.5 ไร่
พิกัดภูมิศาสตร์ระหว่าง 455350–472221N และ 978746–1026043E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำตาปี เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทต้นน้ำลำธาร น้ำตก และอ่างเก็บน้ำ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอพนมและอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสภาพพื้นที่เป็นธรรมชาติอันกว้างใหญ่ ปกคลุมไปด้วยป่าดิบชื้น ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของเขตอุทยานแห่งชาติ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงต่ำสลับซับซ้อน พื้นที่ราบมีน้อย พื้นที่ส่วนหนึ่งด้านทิศเหนือบริเวณคลองพระแสงเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เกิดขึ้นเนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนรัชประภา (เชี่ยวหลาน) ประกอบไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด อุทยานแห่งชาติเขาสกมีเนื้อที่ประมาณ 738.74 ตารางกิโลเมตร หรือ 461,712.5 ไร่ ได้มีการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2523

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           สังคมพืชที่พบในพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสก 3 ประเภท ได้แก่ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง (ป่าดิบบนเขาหินปูน) และไร่ร้าง มีพรรณไม้ที่หลากหลาย พบพรรณไม้หายากอย่างน้อย 16 ชนิด (ส่วนทรัพยากรที่ดินและป่าไม้, 2542) ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย มีข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ำนี้ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้มีพรรณไม้ชนิดอะไรบ้าง (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม, 2542) จากการประเมินของผู้วิจัย คาดว่าเฉพาะในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 500 ชนิด เป็นพรรณไม้หายากอย่างน้อย 4 ชนิด ได้แก่ กกเขาสก Khaosokia caricoides D. A. Simpson, Chayam & J Parn. เขากวาง Platycerium ridleyi Christ. และบัวผุด Rafflesia kerrii Meijer ตะเคียนชันตาแมว Neobalanocarpus heimii (King) P. S. Ashton น่าจะมีพืชต่างถิ่นที่รุกรานอย่างน้อย 10 ชนิด

           สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) 7 ชนิด เป็นชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 5 ชนิด โดยเป็นชนิดที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) 2 ชนิด ได้แก่ ยางเสียน Dipterocarpus gracilis Bl. และไข่เขียวParashorea  stellate Kurz เป็นชนิดที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) 1 ชนิด คือ กระบาก Anisoptera  costata  Korth และมีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 2 ชนิด ได้แก่ ตะเคียนทอง Hopea  odorata Roxb และตะเคียนชันตาแมวNeobalanocarpus heimii (King) P. S. Ashton มีชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Santisuk, 2006) 2 ชนิด โดยเป็นชนิดที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) 1 ชนิดคือ หมากพระราหู Maxburretia furtadoana J. Dransf. และเป็นพืชถิ่นเดียว (endemic species) 2 ชนิด ได้แก่ หมากพระราหู Maxburretia furtadoana J. Dransf. และปาล์มเจ้าเมืองถลาง Kerriodoxa elegans J. Dransf.

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) ทั้งสิ้น 8 ชนิด เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata & Chan-ard, 2005) จำนวน 6 ชนิด โดยทั้งหมดเป็นสัตว์มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) ได้แก่ ค่างแว่นถิ่นใต้ (Trachypithecus obscurus) ชะนีมือขาว (Hylobates lar)  นากใหญ่ขนเรียบ (Lutrogale perspicillata) ลิงลมใต้ (Nycticebus coucang) เต่าจักร (Heosemys spinosa) เต่าหับ (Cuora amboinensis) และตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea)

           เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 7 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN) 2 ชนิด ได้แก่ ชะนีมือขาว (Hylobates lar) และเต่าจักร (Heosemys spinosa) อีก 5 ชนิด เป็นสัตว์มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) ได้แก่ นากใหญ่ขนเรียบ (Lutrogale perspicillata) ลิงลมใต้ (Nycticebus coucang) งูจงอาง (Ophiophagus hannah) เต่าหับ (Cuora amboinensis) และตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea)

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสก จำนวน 4 จุด พบปลาทั้งสิ้น 118 ชนิด จาก 29 วงศ์ สถานภาพของปลาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสก จากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบ ในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Red List of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand Red Data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 11 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR-Critically endangered species) จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ ปลาบึก Pangasianodon gigas Chevey, 1931 ชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN-Endangered species) จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาตะพัด Scleropages formosus (Müller & Schlegel, 1844), ปลาสะตือ Chitala lopis (Bleeker, 1850) และปลาท้องพลุ Laubuca caeruleostigmata (Smith, 1931) ชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species)  จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ปลากะทิ Cyclocheilichthys heteronema (Bleeker, 1853), ปลาค้อปลาไหล Vaillantella maassi Weber & de Beaufort, 1912, ปลาดุกด้าน Clarias batrachus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864 และปลาแขยงขีด (Valenciennes, 1840) ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลาแกง Cirrhinus molitorella (Valenciennes, 1844) และปลาช่อนงูเห่า Channa marulius (Hamilton, 1822)

           ชนิดพันธุ์ประจําถิ่น (Endemic species) พบปลาที่เป็นปลาเฉพาะถิ่นของประเทศไทย 1 ชนิด ได้แก่ ปลาผีเสื้อติดหิน Homaloptera smithi Hora, 1932 นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 2 ชนิด คือ ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852) และปลานิล Oreochromis niloticus (Linnaeus, 1758)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสก เดือนสิงหาคม 2558 จำนวน 6 จุด พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 6 ชนิด จาก 3 ไฟลัม 4 ชั้น5 อันดับ 6 วงศ์ มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 27 ตัวต่อตารางเมตร พบชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 1 ชนิด ได้แก่ Pomacea sp. (หอยเชอรี่)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการศึกษาโดยการใช้แบบสอบถาม พบว่า ชุมชนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 100) ทราบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 50 เห็นว่ามีแนวเขตชัดเจน และร้อยละ 50 มีแนวเขตไม่ชัดเจน ปัจจุบันการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ครัวเรือนร้อยละ 38.89 ใช้เป็นแหล่งหารายได้จากการท่องเที่ยว รองลงมา เพื่อการดำรงชีวิต เป็นแหล่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น เพื่อการศึกษา/การเรียนรู้ และด้านเศรษฐกิจเป็นแหล่งรายได้ของชุมชน

การใช้ประโยชน์
          การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยในการศึกษาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ใช้หลักการตีค่า (valuation technique) ในการศึกษานี้จะเน้นใช้หลักการตีมูลค่าโดยใช้ราคาตลาด (market oriented approach) หรือการใช้ราคาตลาดเพื่อตีค่าประโยชน์ กล่าวคือราคาในตลาดแข่งขันจะเป็นราคาที่แท้จริงที่สะท้อนถึงความหายากของทรัพยากรทำการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำผลการศึกษาพบว่า
           1) รายได้เฉลี่ยจากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากการใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้จากการศึกษาด้วยแบบสอบถามผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ มูลค่าการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสก จากการใช้ประโยชน์ของครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 12,000บาท/ปี
           2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสก โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาพบครัวเรือนร้อยละ 5.60 ที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
           3) มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ทั้งหมดของพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสก คิดเป็น 12.0 ล้านบาท

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ปัญหาและการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำในช่วงเวลาที่สำรวจในเดือนกรกฎาคม 2558 คือ กิจกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งก่อให้เกิดการก่อสร้างแพที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวหลายแห่งภายในอ่างเก็บน้ำ มีการก่อสร้างท่าเรือเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่