หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย

 

แผนที่

พื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวพังงา

ที่ตั้งและพื้นที่ : ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอเมือง อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา
 
แรมซาร์ไซต์ : ลำดับที่ 10 ของประเทศไทย และลำดับที่ 1185

เนื้อที่ : คำนวณขอบเขตจากระดับน้ำทะเลาท่วมถึงต่ำสุดไม่เกิน 6 เมตร จากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์มีเนื้อที่ 264,082 ไร่           
พิกัดภูมิศาสตร์อยู่ระหว่าง 440278 – 459851 N และ 901457 – 926325 E

      

 

ข้อมูล Ramsar Information Sheet

ข้อมูล Ramsar Map

 
 

 

อ้างอิง

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดากรพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558
โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทปากแม่น้ำ ป่าเลน หาดเลน หน้าผา โขดหิน และหญ้าทะเล อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา มีพื้นที่ครอบคลุมในท้องที่อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอเมือง อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งทะเล มีความงดงามของทิวทัศน์ ชายฝั่ง และทิวทัศน์เหนือผิวน้ำ อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าชายเลน ประกอบด้วยเกาะทางด้านทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ตประมาณ 40 เกาะ และเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น เขาพิงกัน เขาตะปู ถ้ำลอด รวมทั้งหาดทรายสวยงาม อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงามีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 250,000 ไร่ หรือ 400 ตารางกิโลเมตร

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           สังคมพืชที่พบในพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวพังงา มี 2 ประเภท ได้แก่ ป่าชายเลนและป่าดิบชื้นพรรณไม้ที่พบมากในป่าชายเลน เช่น โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก ตะบูนขาว ลำแพน แสม ฝาด เสม็ด จาก เหงือกปลาหมอ และปรงทะเล ส่วนในป่าดิบชื้น พบพรรณไม้ที่หลากหลายและหนาแน่น เช่น ขี้หนอน  เหรียง ตะเคียนหิน มังตาน พังกา เฉียงพร้านางแอ พังแหร แค ชุมเห็ด และเต่าร้าง เป็นต้น (สำนักงานโครงการจัดทำแผนแม่บทและการจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้,  2535; สำนักอุทยานแห่งชาติ, 2558) นอกจากนี้ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (2542) ที่ทำทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย รายงานว่าพบพรรณไม้ป่าชายเลนอย่างน้อย 26 ชนิด ป่าบกที่อยู่ริมทะเล เป็นป่าไม่ผลัดใบ มีพรรณไม้ที่สำคัญ เช่น ตะเคียนทราย ประดู่บ้าน ขานาง ฉก เต่าร้างแดง บุก บอน และขิง ข่า บนเขาหินปูน พบจันทน์ผา สลัดได และปรงเขา เป็นต้น จากการประเมินของผู้วิจัยหากสำรวจให้ครอบคลุมพื้นที่ชุ่มน้ำ คาดว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 250 ชนิด เป็นพืชต่างถิ่นที่รุกรานอย่างน้อย 10 ชนิด

          สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) 3 ชนิด เป็นชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 5 ชนิด โดยเป็นชนิดที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) 2 ชนิด ได้แก่ ตะเคียนหิน Hopea ferrea Laness. และยางนา Dipterocarpus alatus Roxb. มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 1 ชนิด ได้แก่ ตะเคียนทอง Hopea  odorata Roxb มีชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Santisuk, 2006) 1 ชนิด โดยเป็นพืชถิ่นเดียว (endemic species) 1 ชนิด คือ รองเท้านารีขาวพังงาPaphiopedilum thaianum Iamwir. นอกจากนี้ยังพบว่า มีพรรณไม้หายากอย่างน้อย 1 ชนิด คือ ปรงทะเล Cycas edentata de Laub.

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) ทั้งสิ้น 4 ชนิด เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata & Chan-ard, 2005) จำนวน 2 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) 1 ชนิด คือ โลมาอิรวดี (Orcaella brevirostris) เป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN) 1 ชนิด คือ โลมาหัวบาตรหลังเรียบ (Neophocaena phocaenoides) และเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 2 ชนิด ได้แก่ โลมาหลังโหนก (Sousa chinensis) และโลมาปากขวด (Tursiops aduncus)

           เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 2 ชนิด ทั้งหมดเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) ได้แก่ โลมาหัวบาตรหลังเรียบ (Neophocaena phocaenoides) และโลมาอิรวดี (Orcaella brevirostris)

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพของทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวพังงา จำนวน 2 จุด พบปลาทั้งสิ้น 144 ชนิด จาก 49 วงศ์ สถานภาพของปลาในพื้นที่อ่าวพังงาจากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Red List of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand Red Data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 6 ชนิด โดยเป็นชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species)  จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ปลาดุกด้าน Clarias batrachus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864, ปลากดทะเล Netuma thalassina (Rüppell, 1837), ปลาบู่ใส Neostethus bicornis Regan, 1916 และปลาบู่สมิธ Phenacostethus smithi Myers, 1928 ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 1 ชนิด ได้แก่  ปลาจาละเม็ดขาว Pampus argenteus (Euphrasen, 1788)

           ชนิดพันธุ์ประจําถิ่น (Endemic species) พบปลาที่เป็นปลาเฉพาะถิ่นของประเทศไทย 2 ชนิด ได้แก่ ปลาผีเสื้อติดหิน Homaloptera smithi Hora, 1932 และปลาบู่สมิธ Phenacostethus smithi Myers, 1928 นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 2 ชนิด คือ ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852) และปลานิล Oreochromis niloticus (Linnaeus, 1758)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวพังงา เดือนสิงหาคม 2558 พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 6 ชนิด จาก 3 ไฟลัม 5 ชั้น 5 อันดับ 6 วงศ์ มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 44 ตัวต่อตารางเมตร

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการศึกษาโดยการใช้แบบสอบถาม พบว่า ชุมชนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 75) ไม่ทราบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 75 เห็นว่าพื้นที่ชุ่มน้ำมีแนวเขตไม่ชัดเจน ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ครัวเรือนร้อยละ 40.74 ใช้เพื่อการดำรงชีวิต ที่เหลือเพื่อการท่องเที่ยว/นันทนาการเป็นแหล่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น เพื่อการศึกษา/การเรียนรู้ และด้านเศรษฐกิจเป็นแหล่งรายได้ของชุมชน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ 73.8 ล้านบาท

การใช้ประโยชน์
           พื้นที่กักเก็บน้ำ แหล่งสังคมพืช เป็นที่อยู่อาศัยของนกประจำถิ่น แหล่งรองรับนกอพยพ และสัตว์น้ำเป็นแหล่งน้ำซับ

การจัดการและการคุกคาม  
 

          ปัญหาและการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวพังงาในช่วงเวลาที่สำรวจในเดือนกรกฎาคม 2558 คือ การท่องเที่ยว โดยมีเรือให้บริการท่องเที่ยวทุกๆ วันเพื่อชมทิวทัศน์ การเที่ยวชมเกาะปันหยีและปัญหาการการทำประมง