หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ

 

แม่น้ำกก


ที่ตั้ง : แม่น้ำกกไหลผ่านอำเภอแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
ความยาวลำน้ำประมาณ 130 กิโลเมตร
พิกัดภูมิศาสตร์ระหว่าง 533289-619120 N และ 2237213-2238906 E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำกกโดยอยู่ในลุ่มน้ำโขง (เหนือ) ทั้งนี้พื้นที่แม่น้ำกกที่ใช้เป็นตัวแทนในการศึกษา โดยแม่น้ำกก มีต้นกำเนิดมาจากภูเขาทางเหนือในรัฐเชียงตุง ประเทศพม่า ไหลเข้าสู่เขตประเทศไทยที่ช่องน้ำแม่กก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกผ่าน อำเภอแม่อาย เข้าสู่เขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ผ่านตัวเมืองเชียงรายจากนั้นไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่อำเภอเชียงแสน แล้วไหลไปลงสู่แม่น้ำโขงที่บ้านสบกก ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           สังคมพืชที่พบในพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำกกส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ มีป่าเต็งรังและบ่าดิบแล้งแทรกบ้าง ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย ก็ไม่ได้ระบุว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้มีพรรณไม้ชนิด อะไรบ้าง (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม, 2542) ประทีป (2548) ได้ประเมินพื้นที่ป่าไม้ในลุ่มน้ำแม่กก จากข้อมูลรับรู้จากระยะไกลและการวิเคราะห์ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ก็รายงานเพียงว่ามีการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้กี่ประเภท ไม่ได้ระบุจำนวนชนิดพรรณไม้ที่พบในป่าแต่ละประเภทแต่อย่างใด ต่เมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวง จังหวัดเชียงราย ซึ่งอยู่ในลุ่มน้ำกก พบพรรณไม้ 210 ชนิด จาก 173 สกุล 66 วงศ์ (สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม, 2554) จากการประเมินของผู้วิจัย คาดว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำกก ที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่า น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 250 ชนิด เป็นพืชต่างถิ่นที่รุกรานอย่างน้อย 10 ชนิด

           สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่ามีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) 2 ชนิด เป็นชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 2 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) ทั้ง 2 ชนิด ได้แก่ มะค่าโมง Afzelia  xylocarpa (Kurz) Craib และสัก Tectona  grandis Linn. f. อย่างไรก็ตามไม่มีชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Santisuk, 2006) แต่อย่างใด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) 1 ชนิด โดยไม่มีสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามมีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata& Chan-ard, 2005) 1 ชนิด คือ งูจงอาง (Ophiophagus hannah)

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำกก จำนวน 2 จุด พบปลาทั้งสิ้น 131 ชนิด จาก 27 วงศ์สถานภาพของปลาในพื้นที่ลุ่มน้ำกกจากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Red List of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand Red Data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 9 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN-Endangered species) จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาตองลาย Chitala blanci (D'Aubenton, 1965), ปลาฝักพร้า Macrochirichthys macrochirus (Valenciennes, 1844) และปลาค้างคาว  Oreoglanis siamensis Smith, 1933 และชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species)  จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ปลาแดงน้อย Discherodontus ashmeadi (Fowler, 1937), ปลาตะเพียนปากหนวด Labeo pierrei (Sauvage, 1880), ปลาบ้า Leptobarbus hoeveni (Bleeker, 1851), ปลาดุกด้าน Clarias batrachus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864 ชนิดที่ถูกคุกคาม ในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ ปลาแกง Cirrhinus molitorella (Valenciennes, 1844)

           นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 4 ชนิด คือ ปลากดเกราะ Hypostomus plecostomus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกรัสเซีย Clarias gariepinus (Burchell, 1822), ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852) และปลานิล Oreochromis niloticus (Linnaeus, 1758) ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีแนวโน้มรุกราน 1 ชนิด คือ ปลาเปคู Piaractus brachypomus (Cuvier, 1817)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำกก เดือนกรกฎาคม 2558 จำนวน 3 จุด พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 7 ชนิด จาก 2 ไฟลัม 3 ชั้น 4 อันดับ 5 วงศ์ มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 272 ตัวต่อตารางเมตร

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการศึกษาเชิงลึกโดยการการสอบถาม พบว่าชุมชนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 72.7) ยังไม่ทราบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียน พื้นที่ชุ่มน้ำ และมีแนวเขตพื้นที่ไม่ชัดเจน ปัจจุบันใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ร้อยละ 72.7 เพื่อการดำรงชีวิต เพื่อการท่องเที่ยว/นันทนาการ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น เพื่อการศึกษา/การเรียนรู้ และด้านเศรษฐกิจ โดยส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์เป็นแหล่งจับปลาและสัตว์น้ำ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของชุมชน และมีรายได้จากการจับปลา ประมง และเกษตรกรรม คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เท่ากับ 254.90 ล้านบาท

การใช้ประโยชน์
          การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยในการศึกษาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ใช้หลักการตีค่า (valuation technique) ในการศึกษานี้จะเน้นใช้หลักการตีมูลค่าโดยใช้ราคาตลาด (market oriented approach) หรือการใช้ราคาตลาดเพื่อตีค่าประโยชน์ กล่าวคือราคาในตลาดแข่งขันจะเป็นราคาที่แท้จริงที่สะท้อนถึงความหายากของทรัพยากรทำการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำผลการศึกษาพบว่า
          1) รายได้เฉลี่ยจากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากการใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้จากการศึกษาด้วยแบบสอบถามผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ มูลค่าการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำกก จากการใช้ประโยชน์ของครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 74,400บาท/ปี
          2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำกก โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาพบครัวเรือนร้อยละ 5.30 ที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
          3) มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ทั้งหมดของพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำกก คิดเป็น 254.9 ล้านบาท

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ปัญหาและการคุกคามหลักบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำกก คือ การบุกรุกทำการเกษตรบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ โดยเฉพาะบริเวณตอนกลางของแม่น้ำซึ่งเป็นที่ราบ นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการคุกคามของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน โดยเฉพาะพรรณไม้หลายชนิด