หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ

 

หนองหานกุมภวาปี


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดชัยภูมิ
เนื้อที่ผิวน้ำที่คำนวณจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เนื้อที่ 23,451 ไร่
พิกัดภูมิศาสตร์ระหว่าง 292624-289939 N และ1905701-1889139 E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำชี เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนองน้ำจืด ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่ตามทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับ นานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย 28,125 ไร่ โดยมีลักษณะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยพงหญ้า มีความลึกของระดับน้ำไม่เกิน 1 เมตร  มีเกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ ดอนแก้ว และดอนป่า ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งอพยพของนกต่างถิ่น โดยหนองหานกุมภวาปี ตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของอำเภอกุมภวาปี เกิดจาการไหลรวมกันของลำห้วย 6 สาย และเป็นต้นกำเนิดที่สำคัญของลำน้ำปาวซึ่งไหลผ่านอำเภอกุมภวาปีไปทางทิศใต้ผ่านจังหวัดกาฬสินธุ์ บรรจบแม่น้ำชี ปัจจุบันหนองหานกุมภวาปีได้รับการพัฒนา เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ โดยมีการทำคันดินล้อมรอบหนองและสร้างฝายกั้นลำน้ำปาว บริเวณบ้านท่าม่วง ตำบลเวียงคำ อำเภอกุมภวาปี ในเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีดอกบัวแดงบานเต็มพื้นที่หนองหนองหานกุมภวาปี

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           หนองหานกุมภวาปีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ติดต่อกับป่าเต็งรังแต่ถูกรบกวนจากกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปลี่ยนพื้นที่เพื่อทำการเกษตร เป็นที่ตั้งของชุมชน และหน่วยงานราชการ ทำให้สภาพป่าหมดไป สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (2542) รายงานว่า พบพืชน้ำอย่างน้อย 15 ชนิด เช่น สาหร่ายหางกระรอก สาหร่ายพุงชะโด ผักตบชวา ผักบุ้ง จอกหูหนู กกสามเหลี่ยม และเอื้องเพ็ดม้า เป็นต้น ส่วนศูนย์การจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยขอนแก่น (2549) ได้ทำแผนแม่บทจัดการพื้นที่หนองหานกุมภวาปี ก็ไม่ได้ระบุชื่อพรรณไม้ที่พบในพื้นที่แต่อย่างใดแต่เมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำกุดทิง จังหวัดบึงกาฬ ที่อยู่ใกล้เคียงกันและมีสภาพพื้นที่ ไม่แตกต่างกันมากนัก ที่ศึกษาโดยปราณี และคณะ (2553) พบพรรณไม้ 203 ชนิด จาก 51 วงศ์ จากการประเมินของผู้วิจัย คาดว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหานกุมภวาปี น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 200 ชนิด เป็นพืชต่างถิ่นที่รุกราน อย่างน้อย 10 ชนิด

           สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ไม่พบว่ามีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) และได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Santisuk, 2006) แต่อย่างใด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่ามีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) ทั้งสิ้น 8 ชนิด เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata & Chan-ard, 2005) จำนวน 5 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) 1 ชนิด คือ คือ จระเข้น้ำจืด (Crocodylus  siamensis) อีก 4 ชนิด เป็นสัตว์มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) ได้แก่ นากใหญ่ขนเรียบ (Lutrogale perspicillata) เต่าหับ (Cuora amboinensis) เต่านา (Malayemys subtrijuga) และตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea)

เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 8 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) 1 ชนิด คือ จระเข้น้ำจืด (Crocodylus  siamensis) อีก 7 ชนิด เป็นสัตว์มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) ได้แก่ นากใหญ่ขนเรียบ (Lutrogale perspicillata) เต่าหับ (Cuora amboinensis) เต่านา (Malayemys subtrijuga) และตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea) งูหลาม (Python molurusbivittatus) งูจงอาง (Ophiophagus hannah) และงูเห่าด่างพ่นพิษ (Naja siamensis)

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหานกุมภวาปี จำนวน 2 จุด พบปลาทั้งสิ้น 72 ชนิด จาก 25 วงศ์ สถานภาพของปลาในพื้นที่หนองหานกุมภวาปี จากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Red List of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand Red Data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 3 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN-Endangered species) จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ ปลาปีกไก่หนวดยาว Kryptopterus limpok (Bleeker, 1852) และชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลาดุกด้าน Clarias batrachus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864

           นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 4 ชนิด คือ ปลากดเกราะ Hypostomus plecostomus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกรัสเซีย Clarias gariepinus (Burchell, 1822), ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852) และปลานิล Oreochromis niloticus (Linnaeus, 1758)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหานกุมภวาปีเดือนสิงหาคม 2558 จำนวน 5 จุด พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 15 ชนิด จาก 3 ไฟลัม 5 ชั้น 8 อันดับ 11 วงศ์ มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 1,404 ตัวต่อตารางเมตร พบชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 1 ชนิด ได้แก่ Pomacea sp. (หอยเชอรี่)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

           หนองหานกุมภวาปีจัดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่เป็นที่สองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี มีหมู่บ้านอยู่รอบริมหนองน้ำ ประมาณ 30 หมู่บ้าน มีประเพณีและวัฒนธรรมสืบทอดกันมายาวนานรายได้ของชุมชนได้จากการใช้ประโยชน์หนองหาน ประมาณร้อยละ 50 ของทั้งหมด น้ำในหนองใช้เป็นน้ำประปาสำหรับอำเภอกุมภวาปีมีการประมงรอบๆ หนอง มีการเก็บสัตว์น้ำและพืชน้ำในหนองปัจจุบันมีศักยภาพเชิงการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นแหล่งประวัติศาสตร์และหนองน้ำขนาดใหญ่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งรองรับนักท่องเที่ยวได้ต่อไป

การจัดการและการคุกคาม  
 

           พื้นที่หนองหานมีส่วนของพื้นที่ในบางอำเภอเป็นเขตห้ามยิงนก ห้ามจับปลาในฤดูวางไข่ มีการอนุรักษ์พันธุ์เต่าและปลาตัวเล็กและห้ามทิ้งขยะลงในหนอง นอกจากนี้ พื้นที่หนองหานบางส่วนอยู่ในโครงการชลประทานระบบท่อ(โขง-ชี-มูล) อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการฝายกุมภวาปี กรมพลังงาน มีระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้า (ปั๊มสูบน้ำไฟฟ้า) นำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรและเป็นแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปา  การหาปลา เพาะปลูก เพื่อเป็นรายได้เสริมในครัวเรือน  มีโครงการการขุดลอกหนองหานให้เป็นแหล่งน้ำ ขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ มีการทิ้งขยะลงในหนองน้ำ ทำให้หนองน้ำตื้นเขินและมีการพัฒนาหนองหานกุมภวาปีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการทำลาย พื้นที่อยู่อาศัยของนกและแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำการเพาะปลูกโดยรอบหนองหานก่อให้เกิดการตกตะกอนในหนองน้ำจนตื้นเขิน อีกทั้งบริเวณโดยรอบส่วนของการใช้ที่ดินสาธารณะ ประโยชน์ที่ไม่เหมาะสมขาดการพัฒนาให้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ บริเวณที่รกร้างถูกชุมชนใช้เป็นที่ทิ้งขยะและยังไม่มีการพัฒนาพื้นที่ที่มีความสำคัญทางด้านศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของชุมชนให้มีศักยภาพรองรับกิจกรรมทางประเพณี วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวทั้งด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของท้องถิ่นได้