หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี

 

เขื่อนภูมิพล


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในอำเภอสามเงา จังหวัดตากี
เนื้อที่ผิวน้ำคำนวณจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เนื้อที่ 103,209 ไร่
พิกัดภูมิศาสตร์ระหว่าง 456050 - 501180 N และ 1937598 - 1898598 E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำปิง ประเภทอ่างเก็บน้ำ ลุ่มน้ำปิงมีพื้นที่รับน้ำฝน 34,856 ตารางกิโลเมตร มีต้นกำเนิดในทิวเขาผีปันน้ำในเขตอำเภอเชียงดาว จากนั้นไหลลงมาทางทิศใต้ผ่านหุบเขา เมื่อเข้าเขตอำเภอแม่แตงมีน้ำแม่งัดไหล มาบรรจบทางฝั่งซ้าย และน้ำแม่แตงไหลมาบรรจบทางฝั่งขวา จากนั้นไหลเข้าสู่พื้นที่ราบลุ่มในเขตจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นมีน้ำแม่กวงไหลมาบรรจบทางฝั่งซ้ายที่บริเวณพื้นที่ของจังหวัดลำพูน จากนั้นแม่น้ำปิงไหลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีน้ำแม่ลี้ซึ่งไหลจากอำเภอลี้ขึ้นมาทางเหนือมาบรรจบกับแม่น้ำปิง ที่อำเภอจอมทองทางด้านฝั่งซ้าย  จากอำเภอจอมทองแม่น้ำปิงไหลลงใต้ มีน้ำแม่แจ่มไหลมาบรรจบทางฝั่งขวาที่อำเภอฮอดก่อนไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลที่อำเภอดอยเต่า สำหรับแม่น้ำปิงตอนล่างใต้เขื่อนภูมิพลนั้นแม่น้ำปิงจะไหลผ่านที่ราบและมาบรรจบกับแม่น้ำวังซึ่งไหลมาทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำปิงที่จังหวัดตาก และไหลผ่านที่ราบกว้างใหญ่ในเขตจังหวัดกำแพงเพชรไปบรรจบแม่น้ำน่านที่ปากน้ำโพจังหวัดนครสวรรค์

           เขื่อนภูมิพลเป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งและเป็นเขื่อนเอนกประสงค์ แห่งแรกของประเทศไทย เดิมชื่อเขื่อนยันฮี ต่อมาเมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม 2500 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล ลักษณะของเขื่อนเป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย สร้างปิดกั้นลำน้ำปิงที่บริเวณเขาแก้ว อำเภอสามเงา จังหวัดตาก มีรัศมีความโค้ง 250 เมตร สูง 154 เมตร ยาว 486 เมตร ความกว้างของสันเขื่อน 6 เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุสูงสุดในเอเชียอาคเนย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์การก่อสร้าง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2504 การก่อสร้างในระยะแรกประกอบด้วย งานก่อสร้างตัวเขื่อน ระบบส่งไฟฟ้า และอาคารโรงไฟฟ้าซึ่งได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟเครื่องที่ 1-2 กำลังผลิตเครื่องละ 70,000 กิโลวัตต์ สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม และ 15 มิถุนายน 2507

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           สังคมพืชที่พบในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง เหนือเขื่อนภูมิพล ประกอบด้วยป่า 6 ประเภท ได้แก่ ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าเต็งรัง-ไม้สน และป่าใส ซึ่งป่าเบญจพรรณเป็นป่าที่พบมากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ อ่างเก็บน้ำ (สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530)  รายงานวิจัยนี้เพียงแต่ระบุชื่อพรรณไม้สำคัญที่พบในป่าแต่ละประเภท ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าในบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำมีพรรณไม้กี่ชนิด ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย ก็ไม่ได้ระบุว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้มีพรรณไม้ชนิดอะไรบ้าง (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม, 2542) แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำหนองน้ำหลงและหนองป่าแดง จังหวัดเชียงใหม่ และหนองหลวง จังหวัดตาก ซึ่งอยู่ในลุ่มน้ำปิงเช่นกัน ศึกษาโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2554) พบพรรณไม้ 146 ชนิด จาก 118 สกุล 57 วงศ์  และ 154 ชนิด จาก 126 สกุล 49 วงศ์ ตามลำดับ จากการประเมินของผู้วิจัย คาดว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนภูมิพล ที่มีขนาดพื้นที่กว้างกว่า น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 200 ชนิด เป็นพืชต่างถิ่นที่รุกรานอย่างน้อย 10 ชนิด

           สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) 2 ชนิด เป็นชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 2 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) ทั้ง 2 ชนิด ได้แก่ มะค่าโมง Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib และสัก Tectona grandis Linn. f. อย่างไรก็ตามไม่มีชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Santisuk, 2006) แต่อย่างใด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) ทั้งสิ้น 3 ชนิด เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata& Chan-ard, 2005) จำนวน 2 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่ที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN) 2 ชนิด ได้แก่ เต่าเหลือง (Indotestudo elongata) และเต่าหกดำ (Manouria emys phayrei) และมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 1 ชนิด คือ ตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea)

           เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 3ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่ที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN) 2 ชนิด ได้แก่ เต่าเหลือง (Indotestudo elongata) และเต่าหกดำ (Manouria emys phayrei) และมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 1 ชนิด คือ ตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนภูมิพล จำนวน 2 จุดพบปลาทั้งสิ้น 170 ชนิด จาก 31 วงศ์ สถานภาพของปลาในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลจากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Red List of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand Red Data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 16 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR-Critically endangered species) จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ ปลากระโห้ Catlocarpio siamensis Boulenger, 1898, ปลาหางไหม้ Balantiocheilos ambusticauda, ปลาทรงเครื่อง Epalzeorhynchos bicolor (Smith, 1931) และปลาบึก Pangasianodon gigas Chevey, 1931 ชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN-Endangered species) จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลายี่สก Probarbus jullieni Sauvage, 1880, และปลาสวาย Pangasianodon hypophthalmus (Sauvage, 1878) ชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species)  จำนวน 7 ชนิด ได้แก่ ปลาหว้า Bangana behri (Fowler, 1937), ปลานวลจันทร์น้ำจืด Cirrhinus microlepis Sauvage, 1878, ปลาซิวใบไผ่แม่แตง Devario maetaengensis (Fang, 1997), ปลาค้อเชียงดาว Schistura pridii Vidthayanon, 2003, ปลาดุกด้าน Clarias batrachus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864 และปลาบู่น้ำตกเชียงใหม่ Rhinogobius chiengmaiensis Fowler, 1934 ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาแกง Cirrhinus molitorella (Valenciennes, 1844), ปลาเทโพ Pangasius larnaudii Bocourt, 1866 และปลาช่อนงูเห่า Channa marulius (Hamilton, 1822)

           ชนิดพันธุ?ประจําถิ่น (Endemic species) พบปลาที่เป็นปลาเฉพาะถิ่นของประเทศไทย 1 ชนิด ได้แก่ ปลาผีเสื้อติดหิน นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 3 ชนิด คือ ปลากดเกราะ Hypostomus plecostomus (Linnaeus, 1758), ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852) และปลานิล Oreochromis niloticus (Linnaeus, 1758)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนภูมิพลเดือนกรกฎาคม 2558 จำนวน 3 จุด พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 7 ชนิด จาก 2 ไฟลัม 3 ชั้น 4อันดับ 5 วงศ์ มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 978 ตัวต่อตารางเมตร

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการศึกษาโดยการสอบถาม พบว่า ชุมชนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 100) ไม่ทราบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ และไม่ทราบเรื่องแนวเขตพื้นที่ ปัจจุบันใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ร้อยละ 50 เพื่อการดำรงชีวิต เพื่อการท่องเที่ยว/นันทนาการ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น เพื่อการศึกษา/การเรียนรู้ และด้านเศรษฐกิจ โดยส่วนใหญ่การใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นแหล่งจับปลาและสัตว์น้ำของชุมชน แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค และแหล่งน้ำเพื่อการชลประทาน โดยคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำเท่ากับ 13.5 ล้านบาท

           ด้านการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนินการการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน แบบครบวงจรทั้งด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า การชลประทาน การคมนาคม และการบรรเทาอุทกภัย เขื่อนภูมิพล จึงเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ มีหน้าที่หลักในการกักเก็บน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค และที่สำคัญมีส่วนช่วยในการบรรเทาปัญหาอุทกภัย รวมทั้ง ยังสามารถระบายน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานเจ้าพระยาใหญ่ 270,951 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตร ตั้งแต่จังหวัดตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ และชัยนาท กว่า 10 ล้านไร่ ส่งเสริมอาชีพประมงให้สามารถจับสัตว์น้ำได้กว่า 13,150 ตัน คิดเป็นมูลค่า 427.37 ล้านบาท อีกทั้ง ยังส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีนักท่องเที่ยวเข้าชมเขื่อนมากกว่า 27 ล้านคน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนที่อาศัยรอบเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลจำนวนมาก

การใช้ประโยชน์
          การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยในการศึกษาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ การตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ใช้หลักการตีค่า (valuation technique) ในการศึกษานี้จะเน้นใช้หลักการตีมูลค่าโดยใช้ราคาตลาด (market oriented approach) หรือการใช้ราคาตลาดเพื่อตีค่าประโยชน์ กล่าวคือราคาในตลาดแข่งขันจะเป็นราคาที่แท้จริงที่สะท้อนถึงความหายากของทรัพยากรทำการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำผลการศึกษาพบว่า
          1) รายได้เฉลี่ยจากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากการใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้จากการศึกษาด้วยแบบสอบถามผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ มูลค่าการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนภูมิพล จากการใช้ประโยชน์ของครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 18,800 บาท/ปี
          2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนภูมิพล โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาพบครัวเรือนร้อยละ 8.30 ที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
          3) มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ทั้งหมดของพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนภูมิพล คิดเป็น 3.7 ล้านบาท

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ปัญหาและการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำเขื่อนภูมิพลในช่วงเวลาที่สำรวจในเดือนกรกฎาคม 2558 คือ ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งส่งผลให้ระดับในน้ำในอ่างเก็บน้ำต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี โดยมีระดับน้ำ 920 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนการคุกคามอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ การทำแพและร้านอาหารในเขื่อนซึ่งอาจมีการปล่อยของเสียและสิ่งปฏิกูลลงในแหล่งน้ำ และการรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน