หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ

 

อุทยานแห่งชาติแม่ยม


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในอำเภองาว จังหวัดลำปาง และอำเภอสอง จังหวัดแพร่
เนื้อที่ที่คำนวณจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เนื้อที่ 441,784 ไร่
พิกัดภูมิศาสตร์ระหว่าง 614371-653851 N และ 2065172-2082193 E

แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2558 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

           เป็นตัวแทนพื้นที่ศึกษาในลุ่มน้ำยม เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทแม่น้ำลำห้วย/ลำธาร/เกาะแก่งในลำน้ำ อุทยานแห่งชาติแม่ยม ครอบคลุมพื้นที่อำเภองาว จังหวัดลำปาง และอำเภอสอง จังหวัดแพร่ มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยป่าสักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ อย่างหนาแน่น ถือเป็นตัวแทนป่าไม้สักของภาคเหนือได้อย่างดียิ่ง มีเนื้อที่ประมาณ 284,218.75 ไร่ หรือ 454.75 ตารางกิโลเมตร กรมป่าไม้ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2527 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2527 เห็นสมควรให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยใช้ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติแม่ปุง” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “อุทยานแห่งชาติแม่ยม” เพื่อให้เหมาะสมตามลักษณะของพื้นที่ซึ่งมีแม่น้ำยมไหลผ่าน และลักษณะเด่น ที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติแม่ยมแห่งนี้เกิดจากแม่น้ำยม โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่บริเวณที่ดินป่าแม่ปุง ป่าแม่เป้าและป่าแม่สอง ในท้องที่ตำบลเตาปูน ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ และป่าแม่งาวฝั่งซ้าย ในท้องที่ตำบลแม่ตีบ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 103 ตอนที่ 34 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2529 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 51 ของประเทศ

           ลักษณะภูมิประเทศอุทยานแห่งชาติแม่ยมโดยทั่วไป จะมีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงทั้งด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ของพื้นที่ ลาดลงมายังฝั่งแม่ยมซึ่งไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ เทือกเขาเหล่านี้ เช่น ดอยหลวง ดอยยาว ดอยขุนห้วยแปะ และดอยโตน เป็นต้น ซึ่งเทือกเขาสูงดังกล่าวนี้เป็นต้นกำเนิดที่สำคัญของแม่น้ำและลำห้วยต่างๆ ที่ไหลลงสู่แม่น้ำยม อาทิ น้ำแม่ปุง น้ำแม่ลำ น้ำแม่เต้น น้ำแม่สะกึ๋น น้ำแม่เป๋า ห้วยผาลาด ห้วยแม่ปง ห้วยแม่พุง ห้วยแม่แปง ห้วยเค็ด ห้วยปุย ห้วยเลิม และห้วยแม่ปุ๊ เป็นต้น บริเวณที่ราบซึ่งมีความลาดเอียงจากแนวทิศเหนือไปทิศใต้โดยประมาณ มีระดับความสูงประมาณ 180 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่บริเวณอำเภอสอง แล้วลดความสูงมาเป็นประมาณ 157 เมตร ส่วนทางด้านแนวทิศตะวันออกและทิศตะวันตกนั้น พื้นที่ลาดเอียงสู่แม่น้ำยมทั้งสองด้าน ส่วนใหญ่เป็นดินลูกรังและดินร่วนปนทราย ชนิดหินเป็นหินชั้นและหินเชลล์ และพื้นที่จะอยู่ในชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1, 2, 3, 4 และ 5

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

ทรัพยากรป่าไม้
           สังคมพืชที่พบในพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติแม่ยม ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณที่มีสัก (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, 2548) ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย มีข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ พื้นที่ชุ่มน้ำนี้ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้มีพรรณไม้ชนิดอะไรบ้าง (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม, 2542) ในแผนแม่บทการจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ยมระบุเพียงว่า พื้นที่ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ พบพรรณไม้ในป่าเบญจพรรณ 95 ชนิด ในป่าเต็งรัง 54 ชนิด และในพบพรรณไม้สำคัญในป่าดิบแล้ง 5 ชนิด แต่ไม่ได้ระบุจำนวนชนิดพรรณทั้งหมดที่พบในพื้นที่ (ส่วนทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ กรมป่าไม้, 2540) ส่วนบริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด (2537) ที่ศึกษาข้อมูลและ ศักยภาพการพัฒนาลุ่มน้ำยม รายงานว่า สังคมพืชในลุ่มน้ำยม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ป่าไม่ผลัดใบกับป่าผลัดใบ ระบุว่าในป่าแต่ละประเภทมีพรรณไม้สำคัญชนิดใดบ้าง Sutawan (2000) ได้ศึกษามูลค่าทางเศรษฐกิจของป่าในอุทยานแห่งชาติ แม่ยม ระบุเพียงว่ามีไม้มีค่าทางเศรษฐกิจชนิดใดบ้าง แต่ไม่ได้ระบุจำนวนชนิดพรรณทั้งหมดที่พบในพื้นที่ มงคล (2548) ได้ศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ เพื่อศึกษาชนิดไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ ไม้หนุ่ม และไม้พื้นล่างที่เป็นลูกไม้ พบไม้ใหญ่ 47 ชนิด ไม้หนุ่ม 41 ชนิด และลูกไม้ 31 ชนิด แต่ไม่ได้ระบุจำนวนชนิดพรรณทั้งหมดที่พบในพื้นที่เช่นกัน สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2552) ได้ศึกษาทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ในตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ พบว่าสังคมพืชในท้องที่ตำบลนี้เป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง พบพรรณไม้ 109 ชนิด  นอกจากนั้นสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2556) ได้ศึกษาพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ลุ่มน้ำยมตอนล่าง ที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีพื้นที่ขนาดเล็กและเป็นพื้นที่เกษตรกรรม พบพรรณไม้ถึง 268 ชนิด จาก 205 สกุล 79 วงศ์ จากการประเมินของผู้วิจัย คาดว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำนี้น่าจะมีพรรณไม้อย่างน้อย 300 ชนิด เป็นพืชต่างถิ่นที่รุกราน อย่างน้อย 10 ชนิด

           สถานภาพการอนุรักษ์ชนิดพรรณไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีชนิดพรรณไม้ที่ถูกคุกคาม (threatened species) 2 ชนิด เป็นชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN, 2015) 2 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) ทั้ง 2 ชนิด ได้แก่ มะค่าโมง Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib และสัก Tectona grandis Linn. f. อย่างไรก็ตามไม่มีชนิดพรรณไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Santisuk, 2006) แต่อย่างใด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
           สถานภาพการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่า มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม (threatened species) ทั้งสิ้น 3 ชนิด เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี Thailand Red Data (Nabhitabhata& Chan-ard, 2005) จำนวน 2 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 2 ชนิด คือ เต่าหับ (Cuora amboinensis) และตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea)

           เป็นสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species(IUCN, 2015) 3 ชนิด โดยเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) 3 ชนิด ได้แก่ งูจงอาง (Ophiophagus hannah) เต่าหับ (Cuora amboinensis) และตะพาบน้ำ (Amyda cartilaginea)

ทรัพยากรปลา
           จากการสำรวจสถานภาพทรัพยากรปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติแม่ยม จำนวน 2 จุด พบปลาทั้งสิ้น 251 ชนิด จาก 37 วงศ์ สถานภาพของปลาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ยมจากการตรวจสอบสถานภาพของปลาที่พบในการศึกษาพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Red List of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand red data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 16 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR-Critically endangered species) จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ ปลาสร้อยนกเขา Osteochilus schlegelii (Bleeker, 1851) ชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (EN-Endangered species) จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลากระเบนขาว Himantura signifer Compagno & Roberts, 1982, ปลาปีกไก่หนวดยาว Kryptopterus limpok (Bleeker, 1852) และปลาสวาย Pangasianodon hypophthalmus (Sauvage, 1878) ชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species)  จำนวน 9 ชนิด ได้แก่ ปลาตะเพียนปากหนวด Labeo pierrei (Sauvage, 1880), ปลาท้องพลุ Laubuca laubuca (Hamilton, 1822), ปลาบ้า Leptobarbus hoeveni (Bleeker, 1851), ปลาสร้อยน้ำผึ้งแม่โขง Gyrinocheilus pennocki (Fowler, 1937), ปลาค้อหางสั้น Schistura alticrista Kottelat, 1990, ปลาค้อเกาะช้าง Schistura kohchangensis (Smith, 1933), ปลาดุกด้าน Clarias batrachus (Linnaeus, 1758), ปลาดุกอุย Clarias macrocephalus Günther, 1864 และปลาบู่สมิธ Phenacostethus smithi Myers, 1928 ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาแกง Cirrhinus molitorella (Valenciennes, 1844), ปลาเทโพ Pangasius larnaudii Bocourt, 1866 และปลาช่อนงูเห่า Channa marulius (Hamilton, 1822)

           ชนิดพันธุ์ประจําถิ่น (Endemic species) พบปลาที่เป็นปลาเฉพาะถิ่นของประเทศไทย 5 ชนิด ได้แก่ ปลาไส้ตัน Cyclocheilichthys lagleri Sontirat, 1989, ปลาจาด Hypsibarbus suvattii Rainboth, 1996, ปลาผีเสื้อติดหิน Homaloptera smithi Hora, 1932, ปลาค้อหัวสั้น Schistura breviceps (Smith, 1945) และปลาบู่สมิธ Phenacostethus smithi Myers, 1928 นอกจากนี้พบปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 3 ชนิด คือ ปลาดุกรัสเซีย Clarias gariepinus (Burchell, 1822), ปลาหมอเทศ Oreochromis mossambicus (Peters, 1852) และปลานิล Oreochromis niloticus (Linnaeus, 1758) และปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีแนวโน้มรุกราน 2 ชนิด คือ ปลากดเกราะ Pterygoplichthys ambrosettii (Holmberg, 1893) และปลากดเกราะ Pterygoplichthys pardalis (Castelnau, 1855)

ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
           จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินในพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติแม่ยม เดือนกรกฎาคม 2558 จำนวน 3 จุด พบสัตว์หน้าดินทั้งสิ้น 8 ชนิด จาก 1 ไฟลัม 2 ชั้น 2อันดับ 4 วงศ์มีปริมาณความชุกชุมของสัตว์หน้าดิน 1,042 ตัวต่อตารางเมตร พบชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว 1 ชนิด ได้แก่ Pomacea sp. (หอยเชอรี่)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

ความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ
           จากการศึกษาโดยการใช้แบบสอบถาม พบว่า ชุมชนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 60) ไม่ทราบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 40 เห็นว่ามีแนวเขตชัดเจน และร้อยละ 30 มีแนวเขตไม่ชัดเจน ปัจจุบันการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ครัวเรือนร้อยละ 38.19 ใช้เพื่อการดำรงชีวิต ที่เหลือเพื่อการท่องเที่ยว/นันทนาการ  เป็นแหล่งที่มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น เพื่อการศึกษา/การเรียนรู้ และด้านเศรษฐกิจเป็นแหล่งรายได้ของชุมชน มีมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำเท่ากับ 82.4 ล้านบาท

การใช้ประโยชน์
          การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยในการศึกษาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ใช้หลักการตีค่า (valuation technique) ในการศึกษานี้จะเน้นใช้หลักการตีมูลค่าโดยใช้ราคาตลาด (market oriented approach) หรือการใช้ราคาตลาดเพื่อตีค่าประโยชน์ กล่าวคือราคาในตลาดแข่งขันจะเป็นราคาที่แท้จริงที่สะท้อนถึงความหายากของทรัพยากรทำการศึกษาพื้นที่ชุ่มน้ำผลการศึกษาพบว่า
          1) รายได้เฉลี่ยจากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากการใช้ทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้จากการศึกษาด้วยแบบสอบถามผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียในพื้นที่ชุ่มน้ำที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ มูลค่าการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติแม่ยม จากการใช้ประโยชน์ของครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 42,131 บาท/ปี
          2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติแม่ยม โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและการใช้ประโยชน์ ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาพบครัวเรือนร้อยละ 9.00 ที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชุ่มน้ำ
          3) มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ทั้งหมดของพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติแม่ยม คิดเป็น 82.4 ล้านบาท

การจัดการและการคุกคาม  
 

           ปัญหาและการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติแม่ยมในช่วงเวลาที่สำรวจในเดือนกรกฎาคม 2558 คือ ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งส่งผลให้ระดับในน้ำในแน่น้ำมีน้อยกว่าปกติ อาจส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำ การคุกคามของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานที่ขึ้นอยู่ตามริมแม่น้ำ นอกจากนี้บริเวณตอนกลางของแม่น้ำมีการบุกรุกพื้นที่ทำการเกษตร