หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ

 

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จ.ตราด


 

ที่ตั้ง : พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างครอบคลุมพื้นที่ เขตจังหวัดตราด อำเภอเกาะกูด และอำเภอแหลมงอบ

 

พิกัดกลาง : มีพิกัดครอบคลุมพื้นที่ศึกษาที่พิกัดมุมซ้ายบนที่ 837885E 1349510N และมุมขวาล่างที่พิกัด 893391E 1300975N 

 

ขนาดพื้นที่ : 406,250 ไร่

        

 


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2559 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

  ลักษณะภูมิประเทศ

           ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ถูกประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มีเนื้อที่มากถึง 650 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะมากถึง 52 เกาะ เรียงรายตั้งแต่เขตอำเภอแหลมงอบ อำเภอเมือง และอำเภอคลองใหญ่ เกาะที่สำคัญที่สุดได้แก่ เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในจำนวนกว่า 40 เกาะ ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากแหลมงอบมาประมาณ 8 กิโลเมตร พื้นที่มีความยาว จากทิศเหนือลงมาทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 30 กิโลเมตร มีความกว้างประมาณ 14 กิโลเมตร พื้นที่อุทยานแห่งชาติไม่ได้ครอบคลุมเกาะช้างทั้งหมด มีบางส่วนที่เป็นส่วนของกิ่งอำเภอเกาะช้าง มีประชาชนอาศัยอยู่ ส่วนในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ส่วนที่เป็นพื้นดินส่วนใหญ่ของเกาะช้าง มีลักษณะภูมิประเทศ เป็นภูเขาเกือบตลอดทั้งเกาะ เช่น เขาล้าน เขาจอมปราสาท เขาคลองมะยม เขาสลักเพชร

         ทรัพยากรดิน

         กลุ่มชุดดินที่พบบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ประกอบด้วยกลุ่มชุดดินที่ 10, 13, 26, 43, 45, 51, 62 และพื้นที่เบ็ดเตล็ด ได้แก่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บ่อขุด หมู่บ้าน และทะเล

          การใช้ประโยชน์ที่ดิน

         จากข้อมูลกรมพัฒนาที่ดินได้ศึกษาสภาพการใช้ที่ดินปี พ.ศ. 2558 ในระยะรัศมี 5 กิโลเมตร จากพื้นที่ศึกษา พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างเป็นทะเล เนื้อที่ 719,927 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 82.61 ของพื้นที่ทั้งหมด สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินอื่นๆ เป็นพื้นที่ป่าไม้ มีเนื้อที่ 111,701 ไร่ รองลงมา ได้แก่ ไม้ยืนต้น แหล่งน้ำ และไม้ผล ตามลำดับ

 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

    ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

          สังคมพืชบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีระบบนิเวศป่า 4 ประเภท ได้แก่ ป่าดิบชื้น  ป่าชายหาด ป่าชายเลน และป่าพรุ (สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา), 2557) จากข้อมูลโดยโครงการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พบว่า มีการสำรวจ พรรณไม้บริเวณเกาะช้าง โดยนักพฤกษศาสตร์ไทยและ ต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง พบพรรณไม้ถึง 1,032 ชนิด แยกเป็นเฟิน 116 ชนิด พืชเมล็ดเปลือย 7 ชนิด พืชใบเลี้ยงเดี่ยว 208 ชนิด และพืชใบเลี้ยงคู่ 701 ชนิด คาดว่าเฉพาะพรรณไม้ที่พบในระดับทะเลถึงระดับ 200 เมตร น่าจะมีจำนวนชนิดมากกว่า 300 ชนิด จัดเป็น พรรณไม้หายากไม่น้อยกว่า 3 ชนิด ได้แก่ ตะแบกทะเล Lagerstroemia floribunda Jack var. sublaevis Craib (พืชถิ่นเดียวของไทย พบเฉพาะที่เกาะช้าง) หญ้าพยาธิ Spigelia anthelmia L. (พรรณไม้สกุลใหม่ ของไทย) และทิพเกสร Utricularia minutissima Vahl

    ทรัพยากรสัตว์ป่า

            ชนิดสัตว์ป่าที่มีความสำคัญในการอนุรักษ์โดยมีสถานภาพด้านการอนุรักษ์ในระดับประเทศ ในบัญชี Thailand Red Data ตามการจัดของสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ (Nabhitabhata & Chan-ard2005; Sanguansombat2005) โดยเป็นสัตว์ที่มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) จำนวน 2 ชนิด คือ ลิงเสน (Macaca arctoides) และตะพาบธรรมดา (Amyda cartilaginea

             ชนิดสัตว์ป่าที่มีความสำคัญในการอนุรักษ์ในระดับนานาชาติ ตามบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN 2017) โดยเป็นสัตว์ที่มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) จำนวน 3 ชนิด คือ ลิงเสน (Macaca arctoides) ตะพาบธรรมดา (Amyda cartilaginea) และงูจงอาง (Ophiophagus hannah) และเป็นสัตว์ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (EN) จำนวน 1 ชนิด คือ ค่างหงอก (Trachypithecus germaini)

    ทรัพยากรปลา
           จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลพบปลาทั้งสิ้น 111 ชนิด จาก 58 วงศ์

           สถานภาพของปลาในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างจากการตรวจสอบพบปลาที่ติดสถานภาพของ IUCN Redlist of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand red data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 2 ชนิด

               - ชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU-Vulnerable species)  จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ ปลาฉลามหูดำ Carcharhinus sorrah (Muller & Henle, 1838)

               - ชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ ปลาฉลามกบ Chiloscyllium griseum Müller & Henle 1838

     ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
          สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน (2554) สำรวจพื้นที่อ่าวไทย ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่จังหวัดระยองถึงชลบุรี และจังหวัดระยองถึงตราด พบสัตว์ทะเลหน้าดินมีค่าเฉลี่ยจำนวน 220-230 ตัวต่อตารางเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลในปีพ.ศ. 2552 บริเวณเดียวกัน พบว่ามีค่าใกล้เคียงกันคือ มีค่าเฉลี่ยของสัตว์ทะเลหน้าดินเฉลี่ย 223 ตัวต่อตารางเมตร แสดงว่าสถานภาพของสัตว์ทะเลหน้าดิน บริเวณดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงดี

           สุเมตต์ และSumatt (2548) ได้สำรวจข้อมูลสัตว์หน้าดินทะเล พบว่าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีสัตว์ทะเลหน้าดินทั้งหมด 15 ไฟลัม 107 วงศ์ สัตว์ทะเลหน้าดินที่พบเสมอคือ ไส้เดือนทะเลในวงศ์ Syllidae, Nereididae, Orbiniidae, Capitellidae, และหอยสองฝาในวงศ์ Veneridae ตามลำดับ และสัตว์ที่พบ เป็นกลุ่มเด่นคือ กลุ่มหอยและหมึก ไส้เดือนทะเล กุ้ง กั้ง ปู และครัสตาเซียนอื่นๆ และเอคไคโนเดิร์ม ตามลำดับ ความมากชนิดสัตว์ทะเลหน้าดินที่พบมีค่าเฉลี่ย 11.64 + 5.69 วงศ์ และฤดูแล้งมีค่ามากกว่าที่พบในฤดูฝน ความหนาแน่นของสัตว์ทะเลหน้าดินมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 544.47 + 1,387.03 ตัวต่อตารางเมตร และฤดูฝนมีค่ามากกว่าฤดูแล้ง


          

คุณภาพน้ำ  
 

     พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างมีลักษณะการใช้ประโยชน์เป็นประเภทที่ 4 (เพื่อนันทนาการ) การใช้ประโยชน์แต่ละประเภท ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 27 พ.ศ. 2549

             ได้ทำการรวบรวมข้อมูลสถิติคุณภาพน้ำในพื้นที่ เมื่อเปรียบเทียบกับเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง และเกณฑ์มาตรฐาน มีรายละเอียดดังนี้

             - คุณภาพน้ำมีสภาพเป็นกลาง-ด่างอ่อนๆ โดยมีค่าระหว่าง 7.60-8.30 (ค่าเฉลี่ย 7.93±0.08)

             - ระดับความเป็นกรด-เบสนี้ มีค่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง (ค่าเฉลี่ย = 7.78±0.04) และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน กำหนด (ค่ามาตรฐานกำหนดให้มีค่า pH ระหว่าง 7-8.5)

             - ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (DO, mg/l) มีค่าไม่สูงมาก โดยมีค่าระหว่าง 4.70-6.50 mg/l (ค่าเฉลี่ย 5.64±0.20 mg/l ) ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง (ค่าเฉลี่ย = 5.56±0.09 mg/l) และมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (ค่ามาตรฐานกำหนดให้มีค่า DO≥4.0 mg/l)

              - ระดับความเค็มของน้ำในพื้นที่ชุ่มน้ำมีความเค็มสูงซึ่งเป็นระดับปกติของน้ำทะเล โดยความเค็ม มีค่าระหว่าง 27.20-31.80 ppt (ค่าเฉลี่ย 30.24±0.5 ppt) ซึ่งมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่งเล็กน้อย (ค่าเฉลี่ย = 27.40±0.66 ppt)

            - ปริมาณของแข็งแขวนลอยในน้ำ (suspended solid, mg/l) มีอยู่ไม่สูงมากแต่มีค่าผันแปร ค่อนข้างสูง โดยมีค่าระหว่าง 5.50-58.30 mg/l (ค่าเฉลี่ย 24.28±8.29 mg/l) ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = 36.75±3.60 mg/l)

            - คุณภาพน้ำโดยเฉลี่ยมีความขุ่นในระดับปานกลาง โดยความโปร่งแสงมีค่าระหว่าง 0.6-2.0 เมตร (ค่าเฉลี่ย 1.1±0.15 เมตร)

            - สารเคมีปนเปื้อนในน้ำ พบว่าปริมาณฟอสเฟต (PO43- ) และ ไนเตรท (NO3-) เจือปนในน้ำต่ำ และอยู่ในระดับตามที่ มาตรฐานกำหนด ส่วนปริมาณแอมโมเนีย-ไนโตรเจน (NH3-N) มีในระดับสูง โดยมีค่า ระหว่าง 0.04-0.53 mg/l (ค่าเฉลี่ย 0.16±0.06 mg/l) ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำ ชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง (ค่าเฉลี่ย = 0.16±0.02 mg/l) และมีค่าสูงกว่าระดับที่เกณฑ์มาตรฐานกำหนด (เกณฑ์มาตรฐานกำหนดให้มีค่า ≤ 0.07 mg/l)

            - ปริมาณแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในน้ำนั้น ปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียรวม (Total coliform bacteria) มีค่าผันแปรมาก โดยมีค่าระหว่าง 9.50-15,126.00 MPN/100 ml (ค่าเฉลี่ย 2,415.27±1,983.60 MPN/100 ml) ซึ่งเป็นค่าที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง (9,369.88±4,063 MPN/100 ml) แต่เกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด (เกณฑ์มาตรฐานกำหนดให้มีค่า ≤ 1,000 MPN/100 ml)

            - ปริมาณแบคทีเรียที่สามารถก่อโรค (Fecal coliform bacteria) มีอยู่ในระดับค่อนข้างสูงและ มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด แต่ก็มีค่าเฉลี่ยที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง

           สำหรับสถานภาพคุณภาพน้ำภายในพื้นที่ชุ่มน้ำได้อ้างถึงกรมควบคุมมลพิษซึ่งได้ประเมินสถานการณ์คุณภาพน้ำทะเล โดยใช้ดัชนีคุณภาพน้ำทะเล (Marine Water Quality Index : MWQI) ซึ่งรายละเอียดได้เสนอไว้ในบทที่3 สามารถสรุปได้ว่า สถานภาพคุณภาพน้ำของพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง อยู่ในระดับพอใช้-ดี

 

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

     การใช้ประโยชน์พื้นที่

          จากการสำรวจรวบรวมข้อมูล พบว่า ประชาชนในพื้นที่ทราบว่าพื้นที่ชุ่มน้ำมีความสำคัญ แต่พื้นที่มีแนวเขตไม่ชัดเจน ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์พื้นที่ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำประมงพื้นบ้าน/จับสัตว์น้ำเพื่อดำรงชีพ ทำประมงพาณิชย์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีชื่อเสียง เป็นแหล่งพักผ่อนของคนท้องถิ่น  เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับกิจกรรมทางน้ำ (คายัค/พายเรือชมธรรมชาติ) แหล่งประวัติศาสตร์ แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม (วิถีชีวิตของประมงพื้นบ้าน) แหล่งศึกษาวิจัย  แหล่งรายได้ของชุมชน ซึ่งคนในชุมชนมีรายได้จากการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น การจับปลา การทำประมงพื้นบ้าน การเพาะเลี้ยง และการท่องเที่ยว เป็นต้น

          คุณค่าการใช้ประโยชน์

         สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติจำนวนมาก จัดว่าเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าการใช้ประโยชน์ด้านความเป็นชุมชน/วิถีชีวิตดั้งเดิมและการท่องเที่ยว โดยจำแนกได้ดังนี้
                                      (1) เกาะหวาย เป็นเกาะขนาดใหญ่เกาะหนึ่ง มีแนวชายหาดที่สวยงามแต่ไม่ยาวมากนัก รอบเกาะส่วนใหญ่เป็นแนวหิน ประกอบด้วย อ่าวใหญ่ๆ มีแนวปะการังที่สวยงามสมบูรณ์ อยู่ในอ่าวด้านเหนือของเกาะ ซึ่งความยาวถึง 2 กิโลเมตร เป็นจุดดำน้ำตื้นที่สมบูรณ์ มีกิจกรรมท่องเที่ยว - ประเภทชายหาด - ดำน้ำตื้น
                                      (2) เกาะคลุ้ม เป็นเกาะประวัติศาสตร์จากยุทธนาวีที่เกาะช้าง เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่เหมาะสำหรับชมทัศนียภาพของลานหิน คือ หินลูกบาต และหินลาดหลังคุ้ม กิจกรรม - ชมทิวทัศน์
                                      (3) หมู่เกาะรัง เป็นเกาะขนาดเล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะหมาก ประกอบด้วย เกาะมะปริง เกาะทองหลาง เกาะกระ เกาะเทียน เกาะรัง เกาะกลาง และเกาะตุ้น เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีสีสันของท้องทะเลอันสวยงาม น้ำทะเลใสๆ ทำให้มองเห็นสีสันของแนวปะการังและโขดหินใต้น้ำตัดกับสีสันของหาดทรายอันขาว ละเอียด เกาะรังประกอบด้วยอ่าวและ หาดสวยงาม มีสะพานหินที่เกิดจากนำก้อนหินทีละก้อนถมลงในทะเล จนเกิดเป็นโครงสร้างของสะพานที่ยื่นออกไป เนื่องจาก ในอดีตเกาะรังเคยเป็นสถานที่กักกันผู้อพยพชาวเวียดนาม สะพานนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับขนถ่ายสัมภาระของ หน่วยกาชาดสากล
                                      นอกจากนี้ยังมีเกาะที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น เกาะหยวก อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะช้าง เกาะมันใน และเกาะมันนอก อยู่ใกล้กับเกาะหยวก มีกิจกรรมบริเวณชายหาด แค้มป์ปิ้ง ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก
                                      (4) เกาะพร้าว เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ในบริเวณอ่าวสลักเพชร เป็นเกาะที่มีหาดทรายสะอาด และร่มรื่นไปด้วยต้นมะพร้าว มีหาดเล็กๆ รอบเกาะ และมีทางเดินคอนกรีตเลาะเรียบไปตามโขดหินรอบเกาะ
ชายฝั่งทะเลขาวสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำทะเล ส่วนอีกด้านหนึ่งของเกาะ มีสะพานคอนกรีตยื่นออกไปในทะเลเป็นท่าเทียบเรือ และยังเหมาะที่จะเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ในท้องทะเลได้อีก กิจกรรม - กิจกรรมชายหาด - ชมทิวทัศน์
                                      (5) เกาะง่าม มีจุดเด่นอยู่ที่แนวสันทรายกว้างประมาณ 50 เมตร ยาวประมาณ 100 เมตร เชื่อมระหว่างเกาะเล็กๆ 2 เกาะ คล้ายสะพานธรรมชาติกลางทะเล มีกิจกรรมชายหาด
                                      (6) น้ำตกธารมะยม เป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 4 ชั้น ลักษณะเป็นธารน้ำไหลผ่านมาเป็นชั้นๆ ตามร่องหินแกรนิตสีดำ มีหน้าผาสูงชันจนเกือบตั้งฉากบริเวณโดยรอบเป็นป่าดงดิบ อากาศร่มเย็นสบาย เหมาะแก่การ ตั้งแคมป์และเล่นน้ำตก มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์คือมีแผ่นหินจารึกพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางเดินป่าระยะไกลน้ำตกธารมะยม-น้ำตกคลองพลู ระยะทางมากกว่า 8 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างรกตัดข้ามเทือกเขาสลักเพชร ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก บริเวณใกล้เคียงยังมีหมู่บ้านชาวประมง ซึ่งอยู่ในบริเวณนี้มีสภาพป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์และเป็นป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดของเกาะช้าง คือ หมู่บ้านสลักคอก ซึ่งเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตดั้งเดิมที่น่าสนใจกิจกรรม ได้แก่ ชมประวัติศาสตร์ เดินป่าศึกษาธรรมชาติ เที่ยวน้ำตก
                                      (7) หาดทรายยาว  อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้างใกล้กับอ่าวสลักเพชร มีลักษณะเป็นอ่าวและ หาดทรายยาวลงเล่นน้ำในบริเวณนี้ได้ สามารถเดินป่าชมทัศนียภาพของหมู่เกาะใกล้เคียง เช่น เกาะเหลายา อ่าวสลักเพชร เกาะหวาย และชมจุดยุทธนาวีที่เกาะช้างซึ่งมีเรื่องราวความเป็นมาทางประวัติศาสตร์อยู่บริเวณเกาะง่าม ทางตอนใต้ของเกาะช้าง ใกล้อ่าวสลักเพชร มีกิจกรรมชายหาด ชมประวัติศาสตร์ ดำน้ำลึก
                                      (8) น้ำตกคลองพลู  อยู่ห่างจากชุมชนอ่าวคลองพร้าวประมาณ 3 กิโลเมตร ไปตามถนนที่จะไปหาด ไก่แบ้ มีน้ำตกคลองพลูเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีน้ำตลอดปี สภาพป่าบริเวณรอบๆ สมบูรณ์ดีมาก มีธารน้ำแยกจากคลองพลู หลายสาย มีน้ำไหลตลอดปี นอกจากนี้สภาพโดยทั่วไปยังปกคลุมไปด้วยป่าดิบซึ่งเป็นป่าดั้งเดิมของพื้นที่ มีสภาพร่มรื่น อากาศเย็นสบาย มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า น้ำตกคลองพลู แต่เดิมน่าจะเรียกว่า "คลองภู" เพราะมาจากชื่อ "ภูผาเมฆสวรรค์" ซึ่งเป็นชื่อของยอดเขาในบริเวณนี้ บริเวณนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเคยเสด็จประพาสถึง 2 ครั้ง มีกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ เที่ยวน้ำตก
                                      (9) น้ำตกคลองนนทรี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะช้าง เป็นน้ำตกที่มีชั้นเล็กๆ คล้ายน้ำตกแม่กลาง มีกิจกรรมเที่ยวน้ำตก
                                      (10) น้ำตกคีรีเพชร เป็นน้ำตกชั้นเดียวอยู่ลึกเข้าไปจากชุมชนบ้านสลักเพชร น้ำตกมีความสูงมาก สามารถมองเห็นได้จากบางจุดของหมู่บ้านสลักเพชร ประชาชนในหมู่บ้านใช้น้ำจากน้ำตกนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค มีกิจกรรมชมพรรณไม้ เที่ยวน้ำตก
                                      (11) น้ำตกคลองหนึ่ง เป็นน้ำตกขนาดกลางอยู่ลึกเข้าไปจากชุมชนบ้านสลักเพชรใกล้กับน้ำตกคีรีเพชร มีกิจกรรมเที่ยวน้ำตก
                                      (12) หาดคลองพร้าว-แหลมไชยเชษฐ์ อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะช้างมีลักษณะเป็นหาดทรายขาวละเอียดที่มีความยาวมาก ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว น้ำทะเลใสสะอาด บรรยากาศเงียบสงบ หาดทรายบริเวณนี้มีความลาดมากสามารถเล่นน้ำได้ ตอนเหนือสุดของอ่าวคลองพร้าวติดต่อกับอ่าว ไชยเชษฐ์และแหลมไชยเชษฐ์ ซึ่งเป็นแหลมหินที่มีทัศนียภาพสวยงามแต่ไม่สามารถเล่นน้ำได้ มีกิจกรรมชายหาด ชมทิวทัศน์
                                      (13) หาดไก่แบ้ เป็นหาดทรายที่ติดต่อกับหาดคลองพร้าว เป็นหาดทรายเงียบสงบ เป็นหาดสั้นๆ และขนาดเล็กกว่าหาดทรายขาวและหาดคลองพร้าว ชายหาดเต็มไปด้วยเศษหินและซากปะการัง สามารถเล่นน้ำได้ มีเกาะหยวก เกาะมันนอก และเกาะมันใน อยู่ใกล้เคียงมองเห็นได้ หาดไก่แบ้อยู่ค่อนข้างไกล บริเวณใกล้เคียงมีชุมชนอยู่ไม่หนาแน่นนัก มีกิจกรรมชายหาด
                                      (14) หมู่เกาะเหลายา อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้าง เป็นเกาะเล็กๆ 3 เกาะ ตั้งเรียงกันอยู่ใกล้กับเกาะช้าง อยู่กลางอ่าวสลักเพชร ประกอบด้วยเกาะเหลายาใน เกาะเหลายากลาง และเกาะเหลายานอก เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และป่าไม้หนานแน่น ที่นี่ยังมีจุดดำน้ำที่สมบูรณ์ไปด้วยปะการังสวยงามมาก มีสะพานเชื่อมระหว่างเกาะเหลายาในและเกาะเหลายากลาง มีกิจกรรมชายหาด  ดำน้ำตื้น
                                      (15) แหลมช้างน้อย เป็นแหลมด้านเหนือสุดของเกาะช้าง เป็นแหลมหินเกือบไม่มีต้นไม้อยู่เลย บริเวณท้องน้ำระหว่างแหลมช้างน้อยและเกาะช้างน้อยนี้เป็นแนวปะการัง มีกิจกรรมดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก
                                      (16) อ่าวคลองสน  อยู่ทางเหนือสุดของเกาะช้าง เป็นที่ตั้งของชุมชนบ้านคลองสน เป็นอ่าวขนาดใหญ่มีหาดทรายขาวละเอียดทอดขนานไปกับป่าสนที่หนาแน่น บริเวณใกล้ๆ อ่าวคลองสนจะมีแนวปะการังใต้น้ำอยู่ไม่ไกลจากฝั่งนัก อุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางเดินป่าคลองสน– คลองพลู ลักษณะการเดินเป็นการเดินแบบไม่พักค้าง มีกิจกรรมชายหาด เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

การจัดการและการคุกคาม  
 

  การคุมคามพื้นที่

          ปัจจุบันพบการคุกคามจากกิจกรรมการท่องเที่ยว (ดำน้ำดูปะการัง) การลักลอบจับสัตว์น้ำ การรุกล้ำชายฝั่งทะเลและลำคลอง การประมงผิดกฎหมาย การก่อสร้างที่อยู่อาศัยรุกล้ำพื้นที่ น้ำเสียโรงงาน การเททิ้งของเสียจากชุมชน การคุกคามต่าง ๆ นี้ ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกิดความเสื่อมโทรมระดับปานกลาง

           การบริหารจัดการ      
           การบริหารจัดการพื้นที่มีหน่วยงานที่มีอำนาจดูแลรับผิดชอบ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ กรมเจ้าท่า กรมประมง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้ามาดูแลด้านการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ เช่น ให้ความรู้เรื่องทำประมง ในแหล่งที่อนุญาตจับปลา โดยไม่เข้าไปในเขตอนุรักษ์สัตว์ทะเล

           รูปแบบการบริหารจัดการมีการให้ความรู้และสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ที่ถูกต้องเกี่ยวกับพื้นที่อุทยานฯ เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างศักยภาพพื้นที่ การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในกิจกรรมอนุรักษ์ และป้องกันพื้นที่ องค์กรสังคมร่วมสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในพื้นที่ การให้ความรู้ควรเน้นเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน
มูลค่าทางด้านเศรษฐกิจ  
 

  มูลค่าด้านเศรษฐกิจ

          จากการสำรวจด้วยแบบสอบถามในพื้นที่โดยผู้ศึกษา มีรายละเอียดดังนี้

          1) รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ จากข้อมูล ผลการสำรวจ กชช. 2 ค. พบว่าครัวเรือนที่เกี่ยวข้องพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีรายได้เฉลี่ย เท่ากับ 317,473 บาท/ปี
          2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำ ขึ้นอยู่กับประชากรและการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษา วิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่รอบพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่าพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีจำนวนครัวเรือน เท่ากับ 4,423 ครัวเรือน และมีสัดส่วนครัวเรือนที่มีรายได้จากการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ร้อยละ 100 ของครัวเรือนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด                                                                                                                               
          3) มูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดรายได้ จำนวนครัวเรือน และสัดส่วน ครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากผลการศึกษาพบว่า มูลค่าประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีมูลค่าเท่ากับ 711 ล้านบาท/ปี

การประเมินสถานภาพ และการจัดลำดับความสำคัญ  
 

    จากการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นที่ชุ่มน้ำ สามารถประเมินสถานภาพและจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยใช้เกณฑ์ประเมิน จำนวน 3 เกณฑ์ ได้แก่ เกณฑ์สถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำที่คณะอนุกรรมการการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำเห็นชอบ จากการประชุมครั้งที่ 3/2557 วันที่ 29 กันยายน 2557 (เกณฑ์อยู่ในรายงานการประชุมครั้งที่ 2 วันที่ 9 เมษายน 2558) เกณฑ์การพิจารณาลำดับความสำคัญพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย และการประเมินสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำสำหรับกำหนดพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) ดังนี้

             1) ผลการประเมินสถานภาพตามเกณฑ์พื้นที่ชุ่มน้ำตามเกณฑ์การพิจารณาลำดับความสำคัญพื้นที่  ชุ่มน้ำของไทยภายใต้อนุสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำ

            ศักยภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง โดยมีผลการศึกษาดังนี้
            สถานภาพปัจจุบัน: พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ


สถานภาพตามเกณฑ์พื้นที่ชุ่มน้ำตามเกณฑ์การพิจารณาลำดับความสำคัญพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย: พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
โดยมีเกณฑ์ดังนี้
2a) เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์ สายพันธุ์ ของพืชและสัตว์ที่หายาก มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ หรือใกล้สูญพันธุ์ หรือเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของประชากรพืชและสัตว์ดังกล่าว มากกว่าหนึ่งชนิดพันธุ์ในจำนวนหนึ่ง  
2b) มีคุณค่าพิเศษในการดำรงความหลากหลายของพันธุกรรมและระบบนิเวศของภูมิภาค เนื่องเพราะคุณภาพและลักษณะพิเศษของพันธุ์พืชหรือพันธุ์สัตว์ในพื้นที่นั้น  
2d) มีคุณค่าพิเศษสำหรับชนิดหรือสังคมพืชและสัตว์เฉพาะถิ่น (endemic species)
 
สถานภาพตามเกณฑ์สำหรับกำหนดพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ: พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site)
โดยมีเกณฑ์ดังนี้
กลุ่ม B ของเกณฑ์พื้นที่ที่มีความสำคัญระหว่างประเทศสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
เกณฑ์เกี่ยวกับชนิดพันธุ์และชุมชนประชากรทางนิเวศ
เกณฑ์ 2 : เกื้อกูล ชนิดพันธุ์ที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ใกล้สูญพันธุ์ หรือ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง หรือชุมนุมประชากรที่ถูกคุกคาม
เกณฑ์ 3 : เกื้อกูล ประชากรของชนิดพันธุ์พืชหรือสัตว์ที่สำคัญ สำหรับการธำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของเขตชีวภูมิศาสตร์หนึ่งโดยเฉพาะ
เกณฑ์ 8 : เป็นแหล่งสำคัญของอาหารสำหรับปลา วางไข่ ฟูมฟักตัวอ่อนและ/หรือเส้นทางอพยพ ซึ่งปริมาณของปลาไม่ว่าภายในพื้นที่ชุ่มน้ำหรือที่อื่น พึ่งพาอาศัยอยู่

2) ผลการประเมินโดยใช้เกณฑ์พื้นที่ชุ่มน้ำที่คณะอนุกรรมการการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำเห็นชอบ

    ผลการประเมินสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ตามเกณฑ์การพิจารณาลำดับความสำคัญ พื้นที่ชุ่มน้ำของไทยที่คณะอนุกรรมการการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำเห็นชอบ จากการประชุมครั้งที่ 3/2557 วันที่ 29 กันยายน 2557 พบว่า มีคะแนนรวมทั้งสิ้น 100 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน

ผลการประเมินสถานภาพ

ระดับนานาชาติ

การติดตามและการตรวจสอบ
พื้นที่ชุ่มน้ำ
 
  การประเมินระดับการคุกคามของพื้นที่ชุ่มน้ำคณะผู้ศึกษาได้กำหนดระดับการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำตามแนวทางของ
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2559) ซึ่งได้กำหนดระดับการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำออกเป็น
3 ระดับ ได้แก่
               - ระดับวิกฤติอย่างยิ่ง (Severely Critical)
               - ระดับวิกฤติ (Critical)
               - ระดับใกล้วิกฤติ (Near Critical)

ผลการประเมินระดับการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำ

          ผลการประเมินพบว่าพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง อยู่ในภาวะใกล้วิกฤติ (Near Critically) จำนวน 1 เกณฑ์ คือ

          “B vii. จำนวนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานตามบัญชี 1 และบัญชี 2 ที่พบในพื้นที่ชุ่มน้ำ (รวมชนิดพรรณพืช ชนิดสัตว์ป่า ชนิดสัตว์น้ำ และชนิดสัตว์หน้าดิน)”

โดยมีจำนวนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานตามบัญชี 1 และบัญชี 2 จำนวน 13 ชนิด ทั้งหมดเป็นชนิดพรรณพืช

รายละเอียดเพิ่มเติม >>>>