หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ

 

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด


 

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เขตอำเภอเมือง และอำเภอแกลง จังหวัดระยอง

 

พิกัดกลาง : มีพิกัดครอบคลุมพื้นที่ศึกษาที่พิกัดมุมซ้ายบนที่ 753611E 1399705N และมุมขวาล่างที่พิกัด 781880E 137977N 

 

ขนาดพื้นที่ : 81,875 ไร่

 


แผนที่
 
 
อ้างอิง
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2559 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

  ลักษณะภูมิประเทศ

          ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งผสมหมู่เกาะ ในทะเล ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลของอ่าวไทยฝั่งตะวันออก พื้นน้ำทะเลประมาณ 123 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 94 ของพื้นที่ทั้งหมด สภาพภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาหินแกรนิต บริเวณเขาเปล็ด และเขาแหลมหญ้า มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 108 เมตร หาดทรายและห้วงน้ำทะเลตื้นเป็นแนวยาวบริเวณที่เรียกว่า หาดแม่รำพึง มีความยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ภูมิประเทศของเกาะเสม็ด ประกอบด้วยภูเขาและเนินเขาเตี้ยๆ เช่น เขากระโจม เขาพลอยแหวน และเขาพระเจดีย์ ด้านทิศตะวันตกของเกาะมีความลาดชันมาก ส่วนด้านทิศตะวันออกมีความลาดชันน้อย และมีหาดทรายยาวต่อเนื่องตลอดแนวด้านทิศตะวันออก ด้านทิศเหนือมีความกว้างมาก ที่สุดประมาณ 2,500 เมตร มีความยาวถึงท้ายเกาะประมาณ 6,500 เมตร

         ทรัพยากรดิน

         พบว่ากลุ่มชุดดินที่พบบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ประกอบด้วย กลุ่มชุดดินที่ 6, 17, 23, 26, 34, 35, 42, 43, 44, 45, 62 และพื้นที่เบ็ดเตล็ด ได้แก่ เกาะ ที่ลุ่ม แหล่งน้ำ และทะเล

          การใช้ประโยชน์ที่ดิน

         จากข้อมูลกรมพัฒนาที่ดินได้ศึกษาสภาพการใช้ที่ดินปี พ.ศ. 2558 ในระยะรัศมี 5 กิโลเมตรจากพื้นที่ศึกษา พบว่าพื้นที่ ส่วนใหญ่ในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด  เป็นทะเล เนื้อที่ 315,219 ไร่ พื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินอื่นส่วนใหญ่ เป็นพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง มีเนื้อที่ 26,714 ไร่ รองลงมาได้แก่ ไม้ยืนต้น ไม้ผล นาข้าว ป่าไม้ สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  ตามลำดับ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด พบพื้นที่ป่าพรุ เนื้อที่ 416 ไร่

 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

    ทรัพยากรป่าไม้และพืชลอยน้ำ

          สังคมพืชบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีป่า 2 ประเภท ได้แก่ ป่าดิบแล้งและป่าชายหาด พรรณไม้ที่พบในบริเวณป่าดิบแล้ง เช่น มะนาวผี นกนอน พลองใบใหญ่ เขลง โมกมัน ตะแบกเกรียบ เฉียงพร้านางแอ ส่วนป่าชายหาด มักถูกบุรุกทำรีสอร์ทและที่อยู่อาศัย พรรณไม้ที่พบ เช่น กระทิง โพทะเล ข่อย หูกวาง เทียนทะเล งวงช้างทะเล เกด (อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด, 2553) คาดว่าเฉพาะพรรณไม้ที่พบในระดับทะเลถึงระดับ 200 เมตร น่าจะมีจำนวนชนิดมากกว่า 300 ชนิด จากการตรวจสอบตัวอย่างในหอพรรณไม้พบพรรณไม้หายากอย่างน้อย 1 ชนิด คือ งวงช้างทะเล Heliotropium foertherianum Diane & Hilger

    ทรัพยากรสัตว์ป่า

            ชนิดสัตว์ป่าที่มีความสำคัญในการอนุรักษ์โดยมีสถานภาพด้านการอนุรักษ์ในระดับประเทศ ในบัญชี Thailand Red Data ตามการจัดของสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ (Nabhitabhata & Chan-ard 2005; Sanguansombat 2005) โดยเป็นสัตว์ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) จำนวน 1 ชนิด คือ พะยูน (Dugong dugon)

            ชนิดสัตว์ป่าที่มีความสำคัญในการอนุรักษ์ในระดับนานาชาติ ตามบัญชี The IUCN Red List of Threatened Species (IUCN 2017) โดยเป็นสัตว์ที่มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) จำนวน 1 ชนิด คือ พะยูน (Dugong dugon

    ทรัพยากรปลา
           จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลทรัพยากรปลาในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด พบปลาทั้งสิ้น 123 ชนิด จาก 69 วงศ์

           สถานภาพของปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จากการตรวจสอบสถานภาพพบปลา ที่ขึ้นบัญชีสถานภาพของ IUCN Redlist of Threatened Species (2006) และสถานภาพของ Thailand red data: Fishes (Vidthayanon, 2005) จำนวน 1 ชนิด โดยเป็นชนิดที่ถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (NT-Near Threatened) ได้แก่ ปลากะรังปากแม่น้ำ Epinephelus coioides (Hamilton, 1822)

     ความหลากหลายของสัตว์หน้าดิน
          นภาขวัญและกิตติพงษ์ (2558) ได้ทำการศึกษาจำนวนสัตว์หน้าดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ  เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด พบจำนวนชนิดของสัตว์พื้นทะเลขนาดใหญ่มีทั้งหมด 13 ชนิด จาก 3 ไฟลัม ได้แก่ Phylum Annelida, Phylum Mollusca และPhylum Arthropoda โดยพบไส้เดือนทะเลชนิด Scolelepis (Scolelepis) sp. และหอยสองฝาชนิด Donax cuneatus เป็นสัตว์ชนิดเด่น ความหนาแน่นและจำนวนชนิดหรือความชุกชุมทางชนิด(Taxa richness) ของสัตว์พื้นขนาดใหญ่มีความผันแปรตามพื้นที่และระยะเวลาหลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล ความหนาแน่นอยู่ในช่วง 56 – 656 ตัวต่อตารางเมตร

          สุเทพ และคณะ (2550) พบสัตว์พื้นทะเลทั้งสิ้น 32 วงศ์ 47 ชนิด มีความหนาแน่นเฉลี่ย  338 ตัว/ตารางเมตร และมวล ชีวภาพเฉลี่ย 7.5 กรัม/ตารางเมตร ส่วนความหนาแน่นมากที่สุดของชนิดสัตว์พื้นทะเล คือ กลุ่มไส้เดือนทะเล วงศ์ Paraonidae มากที่สุด จํานวน 420 ตัว/ตารางเมตร ความหนาแน่นเฉลี่ยของสัตว์พื้นทะเลระหว่างสถานีมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญ ทางสถิติ (P<0.05) และเมื่อจัดกลุ่มความคล้ายคลึงเชิงพื้นที่ได้ทั้งหมด 3 กลุ่ม ส่วนค่าดัชนีความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความมากชนิด  มีค่าระหว่าง  1.9-2.7, 0.8-0.9 และ 1.4-2.4 ตามลําดับ


          

คุณภาพน้ำ  
 

     พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีลักษณะการใช้ประโยชน์เป็นประเภทที่ 4 (เพื่อนันทนาการ) และประเภทที่6 (สำหรับเขตชุมชน) ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 27 พ.ศ. 2549

             ได้ทำการรวบรวมข้อมูลสถิติคุณภาพน้ำในพื้นที่ เมื่อเปรียบเทียบกับเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง และเกณฑ์มาตรฐาน มีรายละเอียดดังนี้

             - คุณภาพน้ำมีสภาพเป็นกลาง-ด่างอ่อนๆ โดยมีค่าระหว่าง 7.60-8.40 (ค่าเฉลี่ย 7.94 ± 0.09)

             - ระดับความเป็นกรด-เบสนี้ มีค่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง (ค่าเฉลี่ย = 7.78±0.04) และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน กำหนด (ค่ามาตรฐานกำหนดให้มีค่า pH ระหว่าง 7-8.5)

             - ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (DO, mg/l) มีค่าไม่สูงมาก โดยมีค่าระหว่าง 4.46-7.20 mg/l (ค่าเฉลี่ย 5.98±0.25 mg/l ) ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง (ค่าเฉลี่ย = 5.56±0.09 mg/l) และมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (ค่ามาตรฐานกำหนดให้มีค่า DO≥4.0 mg/l)

              - ระดับความเค็มของน้ำมีความเค็มสูงซึ่งเป็นระดับปกติของน้ำทะเล โดยระดับความเค็มมีค่าระหว่าง 19.90-34.00 ppt (ค่าเฉลี่ย 29.66±1.34 ppt) ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง (ค่าเฉลี่ย = 27.40±0.66 ppt)

            - ปริมาณของแข็งแขวนลอยในน้ำ (suspended solid, mg/l) มีอยู่ไม่สูงมากแต่มีค่าผันแปรมาก โดยมีค่าระหว่าง 4.00-61.50 mg/l (ค่าเฉลี่ย 25.24±8.39 mg/l) ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง (ค่าเฉลี่ย = 36.75±3.60 mg/l)

            - สภาพน้ำโดยรวมมีลักษณะใส สะอาด โดยมีค่าความโปร่งแสงระหว่าง 0.9-6.0 เมตร (ค่าเฉลี่ย 1.78±0.54 เมตร) ซึ่งมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง (ค่าเฉลี่ย 0.98±0.05 เมตร)

            - สารเคมีปนเปื้อนในน้ำ พบว่าปริมาณฟอสเฟต (PO43- ) และ ไนเตรท (NO3-) เจือปนในน้ำต่ำและอยู่ในระดับ ตามที่มาตรฐานกำหนด ส่วนปริมาณแอมโมเนีย-ไนโตรเจน (NH3-N) มีในระดับค่อนข้างสูง โดยมีค่าระหว่าง 0.01-0.34 mg/l (ค่าเฉลี่ย 0.11±0.04 mg/l) ซึ่งมีค่าที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่งเพียงเล็กน้อย (ค่าเฉลี่ย = 0.16±0.02 mg/l) และมีค่าสูงกว่าระดับที่เกณฑ์มาตรฐานกำหนด (เกณฑ์มาตรฐานกำหนดให้มีค่า ≤ 0.07 mg/l)

            - ปริมาณแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในน้ำนั้น ปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียรวม (Total coliform bacteria) มีค่าผันแปรมาก โดยมีค่าระหว่าง 25-16,315 MPN/100 ml (ค่าเฉลี่ย 2,954±2,124 MPN/100 ml) ซึ่งเป็นค่าที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำ ชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง (9369.88±4,063 MPN/100 ml) แต่ก็เป็นค่าที่เกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด (เกณฑ์มาตรฐานกำหนด ให้มีค่า ≤ 1,000 MPN/100 ml)

            - ปริมาณแบคทีเรียที่สามารถก่อโรค (Fecal coliform bacteria) มีอยู่ในระดับต่ำและมีค่าผันแปรมาก โดยมีค่าระหว่าง 8-277 MPN/100 ml (ค่าเฉลี่ย 60.31±34.49 MPN/100 ml) ซึ่งเป็นค่าที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลทั้ง 19 แห่ง (329.74±162.93 MPN/100 ml) และเป็นค่าที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด (เกณฑ์มาตรฐานกำหนดให้มีค่า ≤100 MPN/100 ml)

          สำหรับสถานภาพคุณภาพน้ำภายในพื้นที่ชุ่มน้ำได้อ้างถึงกรมควบคุมมลพิษซึ่งได้ประเมินสถานการณ์คุณภาพน้ำทะเลโดยใช้ดัชนีคุณภาพน้ำทะเล (Marine Water Quality Index : MWQI) ซึ่งรายละเอียดได้เสนอไว้ในบทที่ 3 สามารถสรุปได้ว่า สถานภาพคุณภาพน้ำของพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด อยู่ในระดับพอใช้-ดี

 

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

     การใช้ประโยชน์พื้นที่

         จากการสำรวจรวบรวมข้อมูล พบว่า ประชาชนในพื้นที่ทราบว่าพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติฯ เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ และพื้นที่มีแนวเขตไม่ชัดเจน ปัจจุบันชุมชนได้ใช้ประโยชน์พื้นที่ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำประมงพื้นบ้าน ประมงทะเล แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แหล่งพักผ่อนของคนท้องถิ่น แหล่งเรียนรู้/ศึกษาธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวสำหรับกิจกรรมทางน้ำ แหล่งโบราณคดี/ประวัติศาสตร์ชุมชน แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น สถานที่/แหล่งศึกษาวิจัย สถานที่ทัศนศึกษา
บริเวณรอบพื้นที่มีการถือครองที่ดินไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีการใช้ประโยชน์ไม่ถูกต้องตามกฎหมายคือ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมงชายฝั่ง

          คุณค่าการใช้ประโยชน์

         อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางสังคม ที่เห็นได้ชัดเจนเรื่องวิถีชีวิตชาวเลบริเวณตลาดสดบ้านเพ นอกจากนั้นยังมีคุณค่าการใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว/สุนทรียภาพ และแหล่งเรียนรู้

          - พื้นที่ทั้งบนฝั่งด้านตะวันออกของ เขาแหลมหญ้ามีแหล่งท่องเที่ยว กระจายตัวอยู่โดยรอบ ได้แก่ หาดแม่รำพึง – บ้านก้นอ่าว เกาะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาแหลมหญ้า ประกอบด้วย เกาะเสม็ด เกาะจันทร์ เกาะสันฉลาม รวมถึงหมู่เกาะต่างๆ ทางด้านตะวันตกของเขาแหลมหญ้า เช่น  เกาะกุฎี เกาะมะขามเกาะปลายตีน  และเกาะทะลุ เป็นต้น
          - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผ่านที่ราบที่เป็นป่าดิบแล้ง มีจุดเรียนรู้ธรรมชาติหลายจุด บนยอดเขาแหลมหญ้าเป็นลานหินโล่งเนื่องจาก เป็นภูเขาแกรนิต

          - บริเวณเขาแหลมหญ้าและเขาเปล็ด ที่เป็นภูเขาเตี้ยๆ บางส่วนเป็นผาหินติดฝั่งทะเล  อีกทั้งยังมีจุดชมวิวที่สวยงามสามารถเห็นวิว ทั้งทางฝั่งหาดแม่รำพึงและด้านอ่าวเพ และวิวเกาะเสม็ดและอ่าวพร้าว นอกจากการเรียนรู้ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติยังมีกิจกรรมท่องเที่ยว พายเรือคายัคตามริมฝั่งทะเลไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอีกด้วย

          จากคุณค่าการใช้ประโยชน์ทางสังคม และการท่องเที่ยวดังกล่าวข้างต้น ยังพบว่าพื้นที่โดยรอบมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายประเภท ได้แก่ แหล่งธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ และแหล่งวัฒนธรรม จำแนกรายตำบล ดังนี้

อำเภอ

ตำบล

สถานที่ท่องเที่ยว

เมืองระยอง

แกลง

สวนสน ตั้งอยู่บริเวณชายทะเลใกล้บ้านเพ จากบ้านแพไปราว 2 กม. สวนรุกขชาติเพ (สวนสน) เป็นหน่วยงานสังกัดส่วนพฤกษาศาสตร์ป่าไม้ กรมป่าไม้ เป็นสวนสนที่มีอายุหลายสิบปี บรรยากาศร่มรื่น ในสวนสนจะพบสวนป่าธรรมชาติ ประกอบด้วยป่าชายหาดและป่าดงดิบแล้ง ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่เป็นชายหาดกว้างและยาว ราบเรียบ เรียกว่า หาดมันซึ้ง น้ำตื้น สามารถลงเล่นน้ำได้ แม้คลื่นลมค่อนข้างแรง

เมืองระยอง

เชิงเนิน

วัดบ้านดอน ต.เชิงเนิน มีการจัดแสดงหนังใหญ่เป็นงานประจำปี ในเดือนเมษายน

เมืองระยอง

บ้านแลง

วัดแลงหรือวัดบ้านแลง ตั้งอยู่ที่ ม.1 ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง เดิมตั้งขึ้นเป็นสำนักสงฆ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีโบราณวัตถุและโบราณสถานที่เก่าแก่ให้ศึกษาหลายแห่ง เช่น โบสถ์ พระปรางค์ หอไตร

เมืองระยอง

เพ

เกาะเสม็ด เชื่อกันว่าคือเกาะแก้วพิสดาร ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี ของสุนทรภู่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อของระยอง ที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและต่างประเทศ ตั้งอยู่ตำบลเพ อำเภอเมือง มีลักษณะเป็นเกาะรูปสามเหลี่ยม มีที่ราบอยู่ตามริมฝั่งชายหาด ส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านเหนือและตะวันออก ที่มีชื่อว่า “เกาะเสม็ด”เพราะเกาะนี้มีต้นเสม็ดขาว และเสม็ดแดงขึ้นอยู่มาก ซึ่งในอดีตชาวบ้านนำมาใช้ทำไต้จุดไฟ

 

การจัดการและการคุกคาม  
 

  การคุมคามพื้นที่

         ปัจจุบันพบว่า มีการคุกคามน้ำเสียจากชุมชน/โรงงานอุตสาหกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การทำประมงผิดกฎหมาย การบุกรุกพื้นที่ชายฝั่งทะเล การขยายตัวด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว และการกัดเซาะชายฝั่งจากคลื่นลม ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพื้นที่อุทยานแห่งชาติ  ที่เห็นได้ชัดคือความเสื่อมโทรมของปะการัง (จำนวน/ชนิดลดลง) มีสภาพเสื่อมโทรมระดับปานกลาง

           การบริหารจัดการ      

          การบริหารจัดการพื้นที่ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ คือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังไม่มีคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ รูปแบบการบริหารจัดการ มีการให้ความรู้และ สร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ โดยการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ำ สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มชุมชนด้านการอนุรักษ์ พื้นที่ สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของชุมชน เช่น การจัดตั้งกองทุนพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำโดยให้ชุมชนบริหารจัดการสามารถพึ่งพาตนเอง ได้ในระยะยาว  สนับสนุนการวิจัย พัฒนาเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างศักยภาพพื้นที่ ส่งเสริมให้มีการนำศักยภาพของพื้นที่มาเสริม ความเข้มแข็งของชุมชน โดยหน่วยงานรับผิดชอบหลักมาให้ความรู้ในรูปแบบการจัดอบรมด้านอาชีพ และส่งเสริมให้องค์กรทางสังคม เช่น สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา และสื่อมวลชน เข้ามาร่วมกันสร้างเครือข่ายการเรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำของชุมชน รวมทั้งควรมีกองทุนพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำและเครือข่ายการเรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำ

 

มูลค่าทางด้านเศรษฐกิจ  
 

  มูลค่าด้านเศรษฐกิจ

          การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดระดับความสำคัญตามดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นการศึกษาวิเคราะห์ตีมูลค่าประโยชน์ด้านต่างๆ ให้ครอบคลุมประโยชน์ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ ของพื้นที่ชุ่มน้ำ ในการศึกษานี้ใช้วิธีคิดจากมูลค่าจากผลิตภัณฑ์มวลรวม (gross products) จากรายได้ของครัวเรือนประชากรที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชุ่มน้ำ รายได้ของครัวเรือน (ข้อมูล กชช.2ค.) จำนวนครัวเรือนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ได้  จากการวิเคราะห์ทางกายภาพของครัวเรือนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โดยรอบพื้นที่ชุ่มน้ำ สัดส่วนครัวเรือนที่ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งได้จากการสำรวจด้วยแบบสอบถามในพื้นที่โดยผู้ศึกษา มีรายละเอียดดังนี้

          1) รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรต่างๆ ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ จากข้อมูล ผลการสำรวจ กชช. 2 ค. พบว่าครัวเรือนที่เกี่ยวข้องพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีรายได้เฉลี่ย เท่ากับ 314,909 บาท/ปี
          2) จำนวนครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำ ขึ้นอยู่กับประชากรและการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาวิเคราะห์ลักษณะ ทางกายภาพการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่รอบพื้นที่ชุ่มน้ำ พบว่าพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีจำนวนครัวเรือน เท่ากับ 17,668 ครัวเรือน และมีสัดส่วนครัวเรือนที่มีรายได้จากการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ ร้อยละ 50 ของครัวเรือนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

          3) มูลค่าทางเศรษฐกิจของการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดรายได้ จำนวนครัวเรือน และสัดส่วนครัวเรือนที่ได้ ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำ จากผลการศึกษาพบว่า มูลค่าประโยชน์จากพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีมูลค่าเท่ากับ 2,782 ล้านบาท/ปี

การประเมินสถานภาพ และการจัดลำดับความสำคัญ  
 

         จากการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นที่ชุ่มน้ำ สามารถประเมินสถานภาพและจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยใช้เกณฑ์ประเมิน จำนวน 3 เกณฑ์ ได้แก่ เกณฑ์สถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำที่คณะอนุกรรมการการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำเห็นชอบ จากการประชุมครั้งที่ 3/2557 วันที่ 29 กันยายน 2557 (เกณฑ์อยู่ในรายงานการประชุมครั้งที่ 2 วันที่ 9 เมษายน 2558) เกณฑ์การพิจารณาลำดับความสำคัญพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย และการประเมินสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำสำหรับกำหนดพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) ดังนี้


         1) ผลการประเมินสถานภาพตามเกณฑ์พื้นที่ชุ่มน้ำตามเกณฑ์การพิจารณาลำดับความสำคัญพื้นที่ชุ่มน้ำของไทยภายใต้อนุสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำ
การประเมินสถานภาพตามเกณฑ์พื้นที่ชุ่มน้ำตามเกณฑ์การพิจารณาลำดับความสำคัญพื้นที่ชุ่มน้ำของไทยภายใต้อนุสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำได้ทำการประเมินใน 2 ระดับ เปรียบเทียบกับสถานภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำในปัจจุบัน คือ สถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำตามลำดับความสำคัญพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย (มี 3 ระดับ คือ พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ พื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ และพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับท้องถิ่น) และสถานภาพตามเกณฑ์สำหรับกำหนดพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar site) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนตามอนุสัญญาแรมซาร์ ทั้งนี้เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด โดยมีผลการศึกษาดังนี้


           สถานภาพปัจจุบัน: พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
           สถานภาพตามเกณฑ์พื้นที่ชุ่มน้ำตามเกณฑ์การพิจารณาลำดับความสำคัญพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย:พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ระดับนานาชาติ
โดยมีเกณฑ์ดังนี้
              2a) เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์ สายพันธุ์ ของพืชและสัตว์ที่หายาก มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ หรือใกล้สูญพันธุ์ หรือเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของประชากรพืชและสัตว์ดังกล่าว มากกว่าหนึ่งชนิดพันธุ์ในจำนวนหนึ่ง
            สถานภาพตามเกณฑ์สำหรับกำหนดพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ:พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site)
            โดยมีเกณฑ์ดังนี้
            กลุ่ม B ของเกณฑ์พื้นที่ที่มีความสำคัญระหว่างประเทศสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
            เกณฑ์เกี่ยวกับชนิดพันธุ์และชุมชนประชากรทางนิเวศ
            เกณฑ์ 2 : เกื้อกูล ชนิดพันธุ์ที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ใกล้สูญพันธุ์ หรือ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง หรือชุมนุมประชากรที่ถูกคุกคาม
            เกณฑ์ 3 : เกื้อกูล ประชากรของชนิดพันธุ์พืชหรือสัตว์ที่สำคัญ สำหรับการธำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของเขต ชีวภูมิศาสตร์หนึ่งโดยเฉพาะ

          2) ผลการประเมินโดยใช้เกณฑ์พื้นที่ชุ่มน้ำที่คณะอนุกรรมการการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำเห็นชอบ

             ผลการประเมินสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ตามเกณฑ์การพิจารณาลำดับความสำคัญพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย ที่คณะอนุกรรมการการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำเห็นชอบ จากการประชุมครั้งที่ 3/2557 วันที่ 29 กันยายน 2557 พบว่า มีคะแนนรวมทั้งสิ้น 100 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน

ผลการประเมินสถานภาพ

ระดับนานาชาติ

 

การติดตามและการตรวจสอบ
พื้นที่ชุ่มน้ำ
 
 

          การประเมินระดับการคุกคามของพื้นที่ชุ่มน้ำคณะผู้ศึกษาได้กำหนดระดับการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำตามแนวทางของ
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2559) ซึ่งได้กำหนดระดับการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำออกเป็น
3 ระดับ ได้แก่
               - ระดับวิกฤติอย่างยิ่ง (Severely Critical)
               - ระดับวิกฤติ (Critical)
               - ระดับใกล้วิกฤติ (Near Critical)

          โดยมีเกณฑ์ที่ใช้ในการติดตามตรวจสอบพื้นที่ชุ่มน้ำ ทั้งสิ้น 18 เกณฑ์ ประกอบด้วยเกณฑ์ทางด้านกายภาพ 7 เกณฑ์ เกณฑ์ทางด้านชีวภาพ 8 เกณฑ์ และเกณฑ์ทางด้านสังคม 3 เกณฑ์ ในจำนวนนี้เป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำ ณ เวลาปัจจุบัน จำนวน 8 เกณฑ์ และมีเกณฑ์ที่ใช้ในการติดตามตรวจสอบพื้นที่ชุ่มน้ำในอนาคตอีก 5 ปี จำนวน 10 เกณฑ์

ผลการประเมินระดับการคุกคามพื้นที่ชุ่มน้ำ

         ผลการประเมินพบว่าพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด อยู่ในภาวะวิกฤติ (CR: Critically) จำนวน 1 เกณฑ์ คือ

          “B vii. จำนวนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานตามบัญชี 1 และบัญชี 2 ที่พบในพื้นที่ชุ่มน้ำ (รวมชนิดพรรณพืช ชนิดสัตว์ป่า ชนิดสัตว์น้ำ และชนิดสัตว์หน้าดิน)”

โดยมีจำนวนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานตามบัญชี 1 และบัญชี 2 จำนวน 17 ชนิด เป็นชนิดพรรณพืช 13 ชนิดและชนิดพันธุ์ปลา 4 ชนิด

รายละเอียดเพิ่มเติม >>>>