หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

แอ่งเชียงแสน


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใน อ.เชียงแสน อ.แม่จัน จ.เชียงราย
เนื้อที่ : 62.4 ตร.กม. (39,000 ไร่)
ความสูงจากระดับน้ำทะเล : เฉลี่ย 350-400  เมตร

แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

               พื้นที่แอ่งเชียงแสนเป็นที่ราบล้อมรอบด้วยเนินเขา ยกเว้นด้านตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ราบเปิดโล่ง
ออกสู่แม่น้ำโขง มีอาณาเขตตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำที่อยู่ทางด้านเหนือของอำเภอเชียงแสนขึ้นไปประมาณ 10
กิโลเมตร ลงมาตามแม่น้ำโขงถึงบ้านสวนดอกซึ่งอยู่ใต้บริเวณที่แม่น้ำกกไหลลงสู่แม่น้ำโขง และแผ่จากเชียงแสน
ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอเชียงแสน อำเภอแม่จัน ไปตามแม่น้ำกกประมาณ 18 กิโลเมตร
แอ่งเชียงแสนมีความกว้างประมาณ 10 กิโลเมตร และความยาวประมาณ 18 กิโลเมตร ด้านล่างเป็นแอ่งหนองเวียง
ซึ่งเป็นหนองน้ำ และเป็นบริเวณที่ลุ่มต่ำกว้างใหญ่ รับน้ำหลากจากแม่น้ำโขงในฤดูฝน ส่วนใหญ่ในฤดูแล้งจะลด
ขนาดลงเป็นหนองน้ำเล็กๆ ถัดขึ้นไปเป็นหนองบงคายหรือทะเลสาบเชียงแสน ซึ่งเป็นบึงน้ำขนาด ใหญ่ ขนาด 2
ตารางกิโลเมตร (1,250 ไร่) มีน้ำตลอดปี มีเกาะขนาดเล็กสองเกาะ

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

                     พื้นที่ชุ่มน้ำแอ่งเชียงแสนถูกล้อมรอบด้วยเนินเขา และประกอบด้วยแม่น้ำเล็กๆ หลายสาย หนอง บึง
ป่าไม้และ ทุ่งหญ้า จึงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืชหลากหลายชนิด พื้นที่ชุ่มน้ำแอ่งเชียงแสนมีความสำคัญต่อ
นกอพยพในฤดูหนาว และนกประจำถิ่นบางชนิดซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางสายหลักสำหรับ
นกอพยพ เคยมีการสำรวจพบห่านหัวลาย (Anser indicus) ห่านเทาปากดำ (A. cygnoides) ห่านเทาปากชมพู
(A. anser) นก กระสาดำ (Ciconia nigra) เป็ดเทา (Anas poecilorhyncha) ตลอดจนนกเป็ดน้ำอพยพอื่นๆ อีก
หลายชนิดในบริเวณนี้ หนองบงคายได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่พบนกเป็ดน้ำหลากหลายชนิด โดยเฉพาะนกเป็ดน้ำอพยพ
ที่หายาก ได้แก่ เป็ดหัวเขียว (Anas platyrhynchos) เป็ดหน้าเหลือง (A. formosa) บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่า
หนองบงคาย 

                     พบนกอย่างน้อย 121 ชนิด เป็นนกน้ำ 53 ชนิด นกประจำถิ่น 57 ชนิด นกอพยพแต่มิใช่เพื่อการ
ผสมพันธุ์ 56 ชนิด เป็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ 8 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามของโลก (globally
threatened) ได้แก่ เป็ดดำ หัวดำ (Aythya baeri) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ อย่างยิ่ง (critically
endangered) ของประเทศไทย ได้แก่ นกกาน้ำใหญ่ (Phalacrocorax carbo) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์
(endangered) ได้แก่ นกกระสาแดง (Ardea purpurea) นกกระสาดำ (Ciconia nigra) เหยี่ยวดำ(Milvus migrans)
ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ เป็ดดำหัวสีน้ำตาล (Aythya nyroca) เป็ดดำหัวดำ
นกนางแอ่นทรายสีน้ำตาล (Riparia paludicola) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) ได้แก่
นกยางไฟหัวเทา (Ixobrychus eurhythmus) เป็ดเปียหน้าเขียว (Anas falcata) เป็ดคับแค (Nettapus
coromandelianus
) ห่านหัวลาย (Anser indicus) นกอีลุ้ม (Gallicrex cinerea) นกกระแตผีเล็ก (Burhinus
oedicnemus
) นกจาบปีกอ่อนอกเหลือง (Emberiza aureola) ชนิดที่พบ เป็นจำนวนมาก ได้แก่ นกยางกรอกพันธุ์จีน
(Ardeola bacchus) เป็ดหางแหลม (Anas acuta) เป็ดลาย (A. querquedula) เป็ดแดง (Dendrocygna javanica)
นกอีโก้ง (Porphyrio porphyrio) นกกระปูดใหญ่ (Centropus sinensis) นกกระปูดเล็ก (C. bengalensis) เป็นต้น
นกที่ทำรังวางไข่ ในบริเวณหนองบงคาย มี 15 ชนิด เช่น เป็ดแดง นกยางไฟธรรมดา (Ixobrychus cinnamomeus)
นกอีโก้ง นกอีลุ้ม นกตบยุงยักษ์ (Eurostopodus macrotis) เป็นต้น พันธุ์ปลาที่พบในแอ่งเชียงแสน มีทั้งกลุ่มปลา
ที่พบในบริเวณหนองบึง และกลุ่มปลาที่พบในแม่น้ำโขงและแม่น้ำ กกในเขตจังหวัดเชียงราย

                     จากการศึกษาข้อมูลนกของโครงการจัดการและคุ้มครองพื้นที่ชุ่มน้ำ (2548) ผลการรวบรวมข้อมูล
และสำรวจนกในพื้นที่ทะเลสาบเชียงแสนและใกล้เคียง พบนกทั้งสิ้น 225 ชนิด จัดเป็นนกอพยพ (migratory
species) จำนวน 79 ชนิด เช่น เป็ดลาย (Anas querquedula) เป็นนกประจำถิ่น (resident breeders) จำนวน 100
ชนิด เช่น นกกระทาทุ่ง (Francolinus pintadeanus) เป็นทั้งนกอพยพและนกประจำถิ่น จำนวน 23 ชนิด เช่น นกอีล้ำ
(Gallinula chloropus) เป็นต้น เป็นนกที่จัดอยู่ในสถานภาพสัตว์ป่าคุ้มครอง 219 ชนิด หรือร้อยละ 97.33 และจำนวน
19 ชนิด จัดอยู่ในสถานภาพที่ถูกคุกคามและใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย นกจำนวน 5 ชนิด มีความสำคัญในระดับ
นานาชาติ ประกอบด้วย เป็ดหัวดำสีน้ำตาล (Aythya nyroca) เป็ดดำหัวดำ (Aythya baeri) นกกระแตหัวเทา
(Vanellus cinereus) นกยางไฟหัวเทา (lxobrychus eurhythmus) และนกกาบบัว (Mycteria leucocephala

                     สำหรับแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของนกน้ำและความเชื่อมโยงในการเคลื่อนย้ายไป-มาระหว่าง
พื้นที่ชุ่มน้ำใกล้เคียงกับทะเลสาบเชียงแสน ระหว่างเดือนธันวาคม 2546- กุมภาพันธ์ 2547 จำนวน 5 แห่งประกอบ
ด้วย พื้นที่ในทะเลสาบเชียงแสน จอนายทองดำ หนองแสลบ หนองบัวและหนองหลวง จากผลการศึกษาชื้อให้เห็นว่า
พื้นที่หนองบงคาย จอนายทองดำและหนองสแลบ จัดได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญในการรองรับนกที่อพยพมา
บริเวณนี้ในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะในกลุ่มนกเป็ดและสามารถจำแนกกลุ่มนกตามลักษณะถิ่นอาศัยออกได้เป็น
5 กลุ่ม
                      1. Shallow zone: พบนกหลายชนิด เช่น นกชายเลนน้ำจืด นกเด้าลมหลังเทา นกทะเลขาแดง
ลายจุด นกปากซ่อมหางเข็ม นกปากซ่อมหางพัด นกยางกรอกพันธุ์จีน นกยางควาย นกยางเขียวสติ้นอกเทา
นกหัวโตขาดำ นกอุ้มบาตรและนกหัวโตขาเล็กเหลือง
                      2. Shallow zone and medium zone: นกเตียน นกกระสาแดง นกกระสานวล นกยางโทนน้อย
และนกยางโทนใหญ่ 
                      3. Medium zone: นกกวัก นกพริก นกอัญชันคิ้วขาว นกอีโก้งและนกอีแจว
                      4. Medium zone and deep zone: นกอีล้ำ เป็ดผีเล็ก เป็ดแดงและเป็ดเทา
                      5. Deep zone: เป็ดเทาก้นดำ เป็ดปากพลัว เป็ดปากสั้น เป็ดปีกเขียว เป็ดเปีย เป็ดดำหัวสีน้ำตาล
เป็ดดำหัวดำ เป็ดลายและเป็ดหางแหลม

                     พบปลาในหนองบงคายอย่างน้อย 13 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามในถิ่นที่อยู่อาศัยตาม
ธรรมชาติ (threatened in the wild) และเป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น (endemic) ได้แก่ ปลากัดไทย (Betta splendens)
ชนิดปลาที่สำคัญในทางชีววิทยา ได้แก่ ปลาหมอแคระ (Badis badis) เนื่องจากเป็นปลาที่มีการแพร่กระจายตัวอยู่ใน
แหล่งน้ำจืดแถบภาคใต้ฝั่งตะวันตกเท่านั้น กลุ่มปลาที่พบในแม่น้ำโขงในเขตจังหวัดเชียงราย มีอย่างน้อย 143 ชนิด
ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่ ปลาตะโกกหน้าสั้น (Albulichthys albuloides)
ปลาสร้อยนกเขาหรือปลาบัว (Osteochilus schlegeli) ปลาบึก (Pangasianodon gigas) ปลาเทพา (Pangasius
sanitwongsei
) ปลาสายยู (Ceratoglanis scleronema) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable)
ได้แก่ ปลาแขยงธง (Heterobagrus bocourti) ปลาแปบหรือปลาท้องพลุ (Chela laubuca) ปลานวลจันทร์น้ำจืด
(Cirrhinus microlepis) ปลาบ้า (Leptobarbus hoeveni) ปลาสะอี (Mekongina erythrospila) ปลายี่สก
(Probarbus jullieni) ปลากระทิงไฟ (Mastacembelus erythrotaenia) ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus)
ปลาน้ำเงิน (Micronema apogon) ปลาก้างพระร่วง (Kryptopterus bicirrhis) ปลาปักเป้าสุวัตถิ (Tetraodon suvatti)
สองฝั่งแม่น้ำปกคลุมด้วยดงหญ้าพง (Sorghum halepense) พบพืชน้ำ 24 ชนิด พืชบริเวณหนองน้ำที่หนาแน่น
ที่สุดได้แก่ หญ้าคา (Imperata cylindrica) หญ้าปล้อง (Hymenachne pseudointerrupta) หญ้าไซ (Leersia
hexandra
) หญ้าแขม (Phragmites karka) อ้อ (Arundo donax) ส่วนไมยราบยักษ์ (Mimosa pigra)
แพร่ระบาดไปทั่วทำให้เกิดปัญหาเนื่องจากมีการควบคุมได้ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านทิศตะวันตกของ
หนองเวียง บริเวณที่น้ำท่วมขังพบผักตบชวา (Eichhornia crassipes) ผักบุ้ง (Ipomoea aquatica) แพงพวยน้ำ
(Jussiaea repens) แหน (Lemna perpusilla) และแหนแดง (Azolla pinnata)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

                     เป็นแหล่งสำหรับใช้อุปโภคบริโภค การประมง การเกษตร คุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
เชื่อว่าในอดีตบริเวณ หนองหล่มในปัจจุบันเป็นเมืองเก่า คือเมืองโยนกนคร และ เมืองโยนกนาคพันธ์ สิงหนาวัตินคร
ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อน ทางธรรมชาติและเป็นสถานที่ดูนกของนักท่องเที่ยว

การจัดการและการคุกคาม  
 

                     เดิมพื้นที่หนองน้ำในแอ่งเชียงแสนมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 40 ตารางกิโลเมตร (25,000 ไร่) ปัจจุบัน
คงเหลือพื้นที่ ที่มีหนังสือสำคัญที่หลวง 24 ตารางกิโลเมตร (15,000 ไร่) พื้นที่โดยรอบแอ่งเชียงแสน กลายเป็นที่
ของเอกชนที่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครอง หนองบงคายได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ในราชกิจจานุเบกษา
เล่ม 102 ตอนที่ 72 ลงวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2528 เป็นพื้นที่ที่มีหนังสือสำคัญที่หลวงแสดงกรรมสิทธิ์ของรัฐ 2 ส่วน
คือ หนองบงคาย เนื้อที่ประมาณ 0.56 ตารางกิโลเมตร (350 ไร่) และป่าหนองบงคาย 22 ตารางกิโลเมตร (1,375 ไร่)
ที่ดินบริเวณรอบๆ หนองบงคายมีแนวโน้มที่ชัดเจนในการสร้างที่พักแรม บ้านพัก สถานที่พักผ่อน และพื้นที่บริเวณแอ่ง
หนองเวียงที่ตื้นเขินถูกปรับระดับเพื่อทำนาและแนวโน้มในการบุกรุกที่สาธารณะเพื่อการครอบครอง บริเวณเนินเขา
รอบแอ่งเชียงแสนมีการถือครองกรรมสิทธิ์ และเปลี่ยนแปลงพื้นที่เพื่อการทำสวนเกษตรกรรม และจัดสร้างที่พักผ่อน
บ้านพัก ส่วนบริเวณเนินเขาเดิมมีชุมชนใกล้เคียงทำการเกษตร ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเป็นของเจ้าของโครงการ ซึ่งให้เช่า
เพื่อทำกินพื้นที่ราบลุ่มถูกถือครองกรรมสิทธิ์โดยบริษัทที่เข้ามาลงทุนเพื่อการปลูกข้าวโดยให้เช่าที่ดินและขายผลิตผล
แก่บริษัท ในฤดูแล้งทุกปีมีการเผาหญ้าและไม้พุ่มริมน้ำเพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งรบกวนการดำรงชีพของนก
หลายชนิด มีการจับปลามากเกินไปทั้งในบริเวณหนองน้ำและริมแม่น้ำ มีการเก็บไข่นกและรบกวนการวางไข่ของนก

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า