หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
 

แม่น้ำบางประกง


จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก  
ความยาว 120 กิโลเมตร 
ระดับความสูงจากน้ำทะเล : ประมาณ 0-20 เมตร
ระวาง : 5135 I, 5136 II, 5236 III,IV 


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

          ต้นน้ำกำเนิดจากการรวมตัวกันของแม่น้ำหนุมาน และแม่น้ำพระปรงที่จังหวัดปราจีนบุรี บริเวณที่ผ่านจังหวัดปราจีนบุรีเรียกว่าแม่น้ำปราจีนบุรี บริเวณที่ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทราเรียกว่า แม่น้ำแปดริ้ว ไหลออกสู่อ่าวไทยในบริเวณระหว่างอำเภอบางปะกงจังหวัดฉะเชิงเทรา กับอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เรียกแม่น้ำบางปะกง บริเวณต้นน้ำลำธารอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตอนล่าง และทิวเขาจันทบุรีตอนเหนือ รวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของป่ารอยต่อห้าจังหวัด ลักษณะเด่นของแม่น้ำบางประกงคือ มีความเปลี่ยนแปลงของความเค็มของน้ำสูงมาก มีการแพร่กระจายขึ้นมาได้ถึงอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา และสูงขึ้นไปอีกตามอิทธิพลของน้ำทะเลที่สูงขึ้น 

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

           มีพันธุ์ปลาคล้ายคลึงกับแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นแม่น้ำสายเดียวที่ยังมีความหลากชนิดของพันธุ์ปลาที่เคยพบในแม่น้ำเจ้าพระยา พบปลาอย่างน้อย 106 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่ ปลาตะโกกหน้าสั้น (Albulichthys albuloides) ปลาเค้าดำ (Wallago leerii) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ ปลากดยิ้มหรือปลากดหัวกบ (Batrachocephalus mino) ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) ปลาหางไก่ (Coilia dussumieri) ปลากดโพหรือปลากดโป๊ะหรือปลาอุกขาว (Hemipimelodus borneensis) ปลาจีด (Heteropneustes fossilis) ปลากดหัวลิงหรือปลากดหัวโตหรือปลากดหัวหิน (Ketengus typus) ปลาเนื้ออ่อนหรือปลาน้ำเงิน(Kryptopterus apogon) ปลาเนื้ออ่อนหนวดยาว (Ompok hypophthalmus)  ปลายี่สกหรือปลายี่สกทองหรือปลาเอิน (Probarbus jullieni)
          สัตว์น้ำในแม่น้ำบางปะกงมีการแพร่กระจายขึ้นลงตามความเค็มของน้ำ บริเวณตั้งแต่อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ลงไปถึงอำเภอบางประกง พบสัตว์น้ำกร่อยและน้ำเค็ม กุ้งก้ามกราม ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญมีอยู่ตลอดปีและแพร่ขยายพันธุ์เติบโตได้ดี
           พบพันธุ์ไม้น้ำอย่างน้อย 28 ชนิด ชนิดที่พบส่วนใหญ่ได้แก่ ผักตบชะวา (Eichornia crassipes)

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

         เป็นแม่น้ำสำคัญทางเศรษฐกิจในภาคกลาง ใช้ประโยชน์ทั้งการอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม อุตสาหกรรม เป็นแหล่งทำการประมงสำคัญ มีกุ้งก้ามกรามซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจตลอดลำน้ำ ปริมาณที่จับขึ้นเฉลี่ยประมารปีละ 23 ล้านตัน หรือประมาณ 1,922 กิโลกรัมต่อเดือน ปริมาณสัตว์น้ำอื่นๆที่จับได้รวม 230,183 กิโลกรัมต่อปี หรือเฉลี่ย 19,178 กิโลกรัมต่อเดือน เป็นแหล่งน้ำดิบเพื่อการผลิตน้ำประปาของการประปาภูมิภาคจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก  และปราจีนบุรี และเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญ เป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานสองฝั่งแม่น้ำ  มีความสำคัญต่อวิถีชีวิต การทำมาหากินและความเป็นอยู่ มีความผูกพันกับประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น และมีศักยภาพเหมาะสมสำหรับการศึกษาด้านการอนุรักษ์ระบบนิเวศแม่น้ำ 

การจัดการและการคุกคาม  
 

         - มีการประกาศกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดฤดูปลามีไข่และกำหนดชนิด ขนาด และวิธีใช้เครื่องมือทำการประมง เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2507 และมีโครงการอนุรักษ์ปลาหน้าวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ กรมประมงปล่อยพันธุ์ปลาลงแม่น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิต และเนื่องจากสภาพพื้นที่ชุ่มน้ำมีศักยภาพเหมาะสมสำหรับการศึกษาด้านการอนุรักษ์ระบบนิเวศแม่น้ำ จึงมีการศึกษาด้านอุทกวิทยา คุณภาพน้ำ สภาวะการประมง เศรษฐกิจและสังคม 
         - การขยายตัวของชุมชน การผลิตภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินสองฝั่งแม่น้ำ
         - คุณภาพน้ำในแม่น้ำเสื่อมโทรมลง เนื่องจากรองรับน้ำเสียจากกิจกรรมต่างๆ ปริมาณน้ำในแม่น้ำลดน้อยลง น้ำเค็มรุกเข้ามาสูงขึ้น การใช้น้ำในแม่น้ำได้รับผลกระทบจากระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้าบางประกง ซึ่งทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดและปริมาณสัตว์น้ำ ผลกระทบจากสารเคมีบางชนิดที่ใช้ เช่น คลอรีน ซึ่งใช้ในท่อ ในระบบระบายความร้อนเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำเช่นกัน

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า