หน้าหลัก
แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย
วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
มติคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย
Picture Gallery


พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
 

บึงละหาน


ที่ตั้ง : อำเภอจตุรัส    จังหวัดชัยภูมิ
พื้นที่ : 18,181.00  ไร่  (29.09 ตร.กม.)
ระดับความสูงจากน้ำทะเล : ประมาณ 190 เมตร
ระวาง : 5340 II  


แผนที่
 
 

 
สถานภาพทางกายภาพ  
 

          บึงละหาน เป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติขนาดใหญ่มีลักษณะค่อนข้างตื้นอยู่ในเขตของลุ่มน้ำชี จัดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านละหาน ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 18,181 ไร่ พื้นที่โดยรวมสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 190 เมตร บึงละหานจัดเป็นพื้นที่ลุ่มรองรับน้ำจากลำคันฉูและไหลลงสู่แม่น้ำชี ในฤดูแล้งบึงจะค่อนข้างแห้งมีเพียงตอนใต้ของบึงที่มีน้ำตลอดปี ความลึกที่สุดของบึงเฉลี่ยประมาณ1.5 เมตร ปัจจุบันมีการทำถนนเป็นทำนบรอบบึงกั้นคูน้ำ โดยมีสันทำนบกว้าง 6 เมตร สูง 5.5เมตร สร้างทางระบายน้ำล้น 5 แห่ง และอาคารระบายน้ำ แห่ง

สถานภาพทางชีวภาพ  
 

          พบพันธุ์ไม้น้ำ 75 ชนิด 35 วงศ์  พบไม้ยืนต้น 29  ชนิด 16  วงศ์ พืชเด่นได้แก่กกสามเหลี่ยม รองลงมาคือ กกกลมและอ้อขึ้นอยู่ตามริมขอบบึง พืชลอยน้ำพบมากที่สุด คือ ผักตบชวา และจอกหูหนู และพืชใต้น้ำที่พบมากที่สุด คือ สาหร่ายหางกระรอก
            พบพันธุ์ปลา 31 ชนิด/ 15 วงศ์ ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) และถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ  ได้แก่ ปลาบึก (Pangasianodon gigas)   ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus)  และ ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (Near-threatened) และถูกคุกคามในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Threatened in situ) ได้แก่  และ ปลาสวาย (Pangasius hypophthalmus)   
          ปลาเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasseltiปลาตะเพียนขาว (Puntius gonionotus) ปลาไส้ตัน (Cyclocheilichthys apogon) ปลาช่อน (Ophiocephalus striatus) ปลาสร้อยขาว (Cirrhinus jullieni) ปลาไส้ตัน (Cyclocheilichthys repasson) และปลาไส้ตัน (Cyclocheilichthys armatus)

          พบนก 53 ชนิด จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 51 ชนิด ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง ชนิด และใน 53ชนิด นี้มีสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์  ตาม TRD 2 ชนิด คือ นกกระสาแดง (Ardea purpureaและนกกระแตหาด (Vanellus duvauceliiเป็นนกประจำถิ่น 26 ชนิด นกอพยพ13 ชนิด นกประจำถิ่นและนกอพยพ 13 ชนิด นกอพยพมาเพื่อผสมพันธุ์ ชนิด
          สัตว์น้ำอื่นๆ ได้แก่  กุ้งฝอยน้ำจืด กุ้งก้ามกราม เต่านา หอยเชอร์รี่    หอยขม ปลิง ปูนา และกบนา

คุณค่าการใช้ประโยชน์  
 

         เชิงเกษตรกรรม (Agricultural value) เช่น เป็นแหล่งน้ำแหล่งหากินสำหรับสัตว์เลี้ยง และเป็นแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูกพืช และคุณค่าด้านผลผลิต (Wetland product value) ซึ่งเห็นได้ชัดเจนที่สุด โดยบึงละหานจัดเป็นแหล่งเก็บหาพืชพรรณ เป็นแหล่งจับหาปลาและสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งรายได้และ/หรือตลาดสดของชุมชน โดยเฉพาะปลา ที่ชาวบ้านได้เก็บหามาเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายเป็นรายได้แก่ครัวเรือน
         นอกเหนือจากคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยตรงเหล่านี้แล้ว บึงละหานยังมีคุณค่าที่ชุมชนได้รับประโยชน์โดยอ้อม เช่น การที่พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ช่วยกรองของเสีย/มลพิษจากการเพาะปลูก และ/หรือ เป็นแหล่งสะสมของตะกอนดินเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่เพาะปลูก เป็นต้น 

การจัดการและการคุกคาม  
 

         - มีการก่อสร้างทำนบคันดินรอบหนองน้ำเพื่อกักเก็บและหรือระบายน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ มีโครงการชลประทาน
         - กำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา
         - มีการปล่อยพันธุ์ปลาโดยหน่วยงานรัฐ
         - มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับกิจกรรมทางน้ำของท้องถิ่น
         - พบการแพร่ระบาดของวัชพืชน้ำ ส่งผลให้แหล่งน้ำตื้นเขินแต่เนื่องจากบึงละหานเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ ในฤดูน้ำหลากกอสวะจะถูกพัดพาลอยไปติดตามเกาะกลางน้ำหรือขอบบึงเปรียบเสมือนการทำความสะอาดหนองน้ำตามธรรมชาติ แต่ซากวัชพืชหรือกอสวะที่ทับถมกันมากขึ้นอาจจะมีผลต่อคุณภาพของน้ำ
         - ปริมาณปลาและสัตว์น้ำลดลงจากเดิม และยังมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม สาเหตุสำคัญมาจากจำนวนผู้เข้าเก็บหาผลผลิตในบึงละหานเพิ่มขึ้น รวมทั้งการจับปลาด้วยวิธีที่ผิดกฎหมาย เช่น การใช้ตาข่ายขนาดเล็กเกินไป การช๊อตปลา และการเบื่อปลา เป็นต้

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

 
 
อ้างอิง
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2542. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ ของประเทศไทย.
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 414 หน้า